โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นวัตกรรมเปลี่ยนโลก 'Beyond Aero' ปูทางสู่การบินไร้มลพิษด้วยพลังงานไฮโดรเจน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 26 ส.ค. 2568 เวลา 23.06 น. • เผยแพร่ 27 ส.ค. 2568 เวลา 07.03 น.

อุตสาหกรรมการบินเผชิญกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่รุนแรง โดยเฉพาะจากปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลระบุว่าระหว่างปี พ.ศ. 2543-2562 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการบินเพิ่มขึ้นถึง 53% และส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกถึง 3.5-4% ทำให้การหันมาใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนที่ไม่ปล่อยมลพิษเป็นทางเลือกที่จำเป็น

ทางออกที่ยั่งยืน

ในขณะที่พลังงานแบตเตอรี่มีข้อจำกัดด้านความหนาแน่นของพลังงาน ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับภารกิจบินระยะไกล และเชื้อเพลิงทางเลือกอย่างเชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (SAF) ยังคงปล่อยไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) และอนุภาคที่ทำให้เกิดการจับตัวของไอน้ำ (contrails) ซึ่งส่งผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศอยู่ดี ทางออกที่ Beyond Aero มองเห็นคือ พลังงานไฮโดรเจน

ทำไมต้องไฮโดรเจน-ไฟฟ้า?

พลังงานไฮโดรเจนมีประสิทธิภาพสูงกว่าเชื้อเพลิงสังเคราะห์ถึง 8 เท่า และมีความหนาแน่นของพลังงานต่อน้ำหนักสูงกว่าแบตเตอรี่และ SAF นอกจากนี้ การใช้เซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Hydrogen Fuel Cells) จะเปลี่ยนไฮโดรเจนเป็นไฟฟ้าผ่านปฏิกิริยาเคมี โดยมีผลผลิตเพียงแค่ความร้อนและน้ำเท่านั้น ทำให้ไม่มีการปล่อยเขม่า ควัน หรือ NOx ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของมลภาวะ

การออกแบบใหม่ทั้งหมด (Clean-sheet Design)

Beyond Aero เลือกที่จะออกแบบเครื่องบินใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น ไม่ใช่การดัดแปลงเครื่องบินที่มีอยู่เดิม เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากระบบขับเคลื่อนไฮโดรเจน-ไฟฟ้าได้อย่างเต็มที่ เครื่องบินรุ่นแรกของบริษัทคือ BYA-I เจ็ตขนาดเล็กที่รองรับผู้โดยสาร 6 คน สามารถบินได้ไกลถึง 1,500 กิโลเมตร หรือไกลกว่าเครื่องบินพลังงานแบตเตอรี่ถึง 5 เท่า การออกแบบนี้ช่วยให้สามารถจัดวางถังไฮโดรเจน เซลล์เชื้อเพลิง และระบบต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการกระจายน้ำหนัก การระบายความร้อน และอากาศพลศาสตร์

การผสมผสานระบบดิจิทัล

นอกจากระบบขับเคลื่อนแบบใหม่แล้ว Beyond Aero ยังได้ผนวกโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเข้ากับการออกแบบเครื่องบินตั้งแต่แรกเริ่ม ทั้งระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับความสมบูรณ์ของเครื่องยนต์ ระบบควบคุมการบินด้วยสายไฟฟ้า (Fly-by-wire) ไปจนถึงการใช้ข้อมูลคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์เพื่อการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance) และการปรับปรุงเส้นทางแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยลดเวลาหยุดทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการ และสร้างความปลอดภัยให้กับการบิน

ธุรกิจการบินส่วนตัว จุดเริ่มต้นที่เหมาะสม

Beyond Aero มองว่าธุรกิจการบินส่วนตัวเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมที่สุด ด้วยเหตุผลหลายประการ

  • กระบวนการรับรองที่ง่ายกว่า: เครื่องบินขนาดเล็กมีกฎระเบียบการรับรองที่ไม่ซับซ้อนและมีต้นทุนต่ำกว่า
  • ความต้องการที่สอดคล้อง: เที่ยวบินส่วนใหญ่ (กว่า 70%) มีระยะทางไม่เกิน 1,000 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ในพิสัยบินของเครื่องบินไฮโดรเจน-ไฟฟ้า
  • ต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำลง: ระบบเชื้อเพลิงไฮโดรเจน-ไฟฟ้ามีค่าบำรุงรักษาต่ำกว่าเครื่องยนต์กังหัน โดยคาดว่าจะมีต้นทุนการดำเนินงานต่ำกว่าเครื่องบินปกติกว่า 20% และราคาเชื้อเพลิงไฮโดรเจนจะทัดเทียมหรือถูกกว่าน้ำมันเครื่องบินภายในปี พ.ศ. 2573

โรดแมปสู่การบินแห่งอนาคต

Beyond Aero วางแผนการพัฒนาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

  • พ.ศ. 2563-2573: ระยะเริ่มต้น (Seed Phase) เน้นการรับรองเครื่องบินรุ่นแรก (BYA-I) และการติดตั้งสถานีเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนนำร่องตามสนามบินสำคัญ
  • พ.ศ. 2573-2583: ระยะเติบโต (Harvest Phase) พัฒนาเซลล์เชื้อเพลิงและเทคโนโลยีเก็บไฮโดรเจนเหลว เพื่อสร้างเครื่องบินพาณิชย์ขนาด 70 ที่นั่ง
  • พ.ศ. 2583-2593: ระยะรวมพลัง (Consolidation Phase) เปิดตัวเครื่องบินพาณิชย์ขนาด 150 ที่นั่ง สำหรับเส้นทางบินระยะสั้นที่มีความถี่สูง ซึ่งเป็นเส้นทางที่ก่อให้เกิดมลพิษสูงสุดถึง 24% ของการปล่อยก๊าซทั้งหมด

การเดินทางของ Beyond Aero คือการพิสูจน์ให้เห็นว่าการบินไร้มลพิษไม่ใช่เพียงแค่ความฝัน แต่เป็นเป้าหมายที่ทำได้จริงบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมที่ก้าวล้ำ เพื่อสร้างอนาคตการบินที่ยั่งยืนและปลอดภัยสำหรับโลกของเรา

ที่มา : Beyond Aero

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...