โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ท่อแคท Catalytic ขุมทรัพย์ในรถยนต์ ที่หลายคนอาจไม่รู้ (ว่ายังอยู่ไหม?)

BT Beartai

อัพเดต 29 เม.ย. 2567 เวลา 07.16 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. 2567 เวลา 07.16 น.
ท่อแคท Catalytic ขุมทรัพย์ในรถยนต์ ที่หลายคนอาจไม่รู้ (ว่ายังอยู่ไหม?)

หลายสัปดาห์ก่อนเคยมีประเด็นเกี่ยวกับท่อแคท (Catalytic) ในรถยนต์ ที่มีเคสเพื่อนยืมรถไปขับแล้วแอบถอดท่อแคทโดยที่เจ้าของรถไม่รู้ จนกระทั่งเข้าศูนย์ถึงรู้ว่าอะไรหายไป แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าเจ้าท่อแคทนี้ทำหน้าที่อะไร รวมถึงมีค่าแค่ไหนในตลาด เรามาอัปเดตไปพร้อม ๆ กัน

ท่อแคท หรือท่อแคตาไลติก คอนเวอร์เตอร์ (Catalytic converter) เป็นท่อที่มีไส้กรองคล้ายรังผึ้ง อยู่ติดกับท่อไอเสีย ซึ่งมีโลหะอย่างแพลตินัม (Platinium) แพลเลเดียม (Palladium) และโรเดียม (Rhodium) เป็นส่วนประกอบหลัก ทำหน้าที่ในการเร่งปฏิกิริยา Reduction และ Oxidation อย่างไนโตรเจนออกไซด์, คาร์บอนมอนอกไซด์ และไฮโดรคาร์บอนลดน้อยลง พูดง่าย ๆ ว่าช่วยลดมลพิษที่เกิดจากเครื่องยนต์นั่นเอง

ท่อแคท เป็นอุปกรณ์ที่รถยนต์ทุกคันต้องมีตามกฎหมาย ไม่ว่าจะในอเมริกาที่ออกกฎหมายบังคับใช้การติดตั้งท่อแคทเพื่อลดมลพิษ ตั้งแต่ปี 1974 หรือญี่ปุนเองก็มีกฎหมายบังคับใช้ปี 1975 เช่นกัน รวมถึงไทยเองก็มีการออกกฎหมายบังคับใช้รถที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินในปี 1993 มาจนถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ท่อแคทเองก็มีอายุการใช้เหมือนกัน อยู่ที่ 150,00 – 200,000 กิโลเมตร หรือประมาณ 5 ปี เนื่องจากอาจเกิดการอุดตันและทำให้ระบบไอเสียและเครื่องยนต์มีปัญหาได้ ซึ่งการถอดท่อแคทออกก็ช่วยให้ระบายไอเสียและเร่งเครื่องได้ดีขึ้น แต่จะทำให้ตัวรถปล่อยไอเดียที่ไม่ดีสู่ท้องถนน เหมือนเวลาที่เราเห็นรถควันดำ ๆ และเหม็น ๆ ขับผ่าน

ส่วนเหตุผลที่ทำไมคนถึงต้องขโมยท่อแคทจากรถคันอื่น เนื่องจากส่วนประกอบของท่ออย่างแพลตินัม หรือทองคำขาว ที่คนไทยคุ้นเคยกัน ท่อแคทส่วนใหญ่จะมีปริมาณแพลตินัมประมาณ 3-7 กรัมต่อ 1 ท่อ ซึ่งราคาของแพลตินัมอยู่ที่ประมาณ 800 – 1,000 เหรียญ/ออนซ์ (ประมาณ 35,000 บาท/ออนซ์) ทำให้ราคาท่อแคทอยู่ที่หลักพัก – หมื่นบาท ขึ้นอยู่กับชนิดของโลหะในท่อเลยทีเดียว

ดังนั้นหากใครไม่แน่ใจว่ารถของตัวเองยังมีท่อแคทอยู่ไหม เวลาเข้าศูนย์รอบหน้าก็ลองเช็กกันดูด้วย หากใกล้ถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนแล้วก็ควรจะเปลี่ยนให้เรียบร้อย จะไม่ได้ต้องมานั่งกังวลว่ารถฉัน ทำไมเร่งไม่ค่อยขึ้นกันนะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...