LHFG เร่งปั้นพอร์ต ปล่อยสินเชื่อ SME-รายย่อย ชี้ผลตอบแทนสูง ตั้งเป้าปี 67 รายได้โต 10-12%
ฉี ชิง-ฟู่ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ LHFG และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Bank กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัวเล็กน้อยราว 2.8% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภายในประเทศ การท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว จากการกระตุ้นภาครัฐ รายได้ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และการส่งออกที่กลับมาขยายตัวต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยยังเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงหลายประการ ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับสูงของประเทศเศรษฐกิจหลัก และปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังยืดเยื้อ อาทิ สงครามรัสเซีย-ยูเครน ความขัดแย้งอิสราเอล-ฮามาส รวมถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน
สำหรับปี 2567 ธนาคารยังคงเดินตามแผนเชิงกลยุทธ์ และขับเคลื่อนการเติบโตผ่านการขยายฐานลูกค้าทั้งลูกค้ารายย่อย และ SMEs ผ่านช่องทางดิจิทัล พันธมิตรทางธุรกิจ ตลอดจนรูปแบบการทำงาน และกระบวนใหม่ สำหรับการดำเนินการหลัก ได้แก่
มุ่งเติบโตในพอร์ตสินเชื่อที่สร้างผลตอบแทนที่ดี ผ่านการจัดการด้านอัตราดอกเบี้ย และการจัดการต้นทุนเงินให้มีประสิทธิภาพ การเพิ่มฐานลูกค้า SME พร้อมปรับกระบวนการทำงาน เพื่อการพิจารณาสินเชื่อที่รวดเร็ว
โดยธนาคารตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อปี 2567 ไว้ที่ 8-10% หรือคิดเป็นเม็ดเงินปล่อยใหม่ประมาณ 20,000 ล้านบาท จากสิ้นปี 2566 มียอดสินเชื่อคงค้าง อยู่ที่ 250,000 ล้านบาท
สำหรับการเติบโตของสินเชื่อดังกล่าวแบ่งออกเป็น สินเชื่อรายย่อย เติบโต 20% คิดเป็นเม็ดเงินปล่อยใหม่ประมาณ 10,000 ล้านบาท จากพอร์ตสินเชื่อคงค้าง ในปัจจุบันอยู่ที่ 50,000 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มสินเชื่อรายใหญ่ และเอสเอ็มอีเติบโต 10% โดยเป็นผลมาจากการที่ธนาคารมุ่งเน้นไปที่การเติบโตของสินเชื่อรายย่อย และเอสเอ็มอีที่มีผลตอบแทนสูงเป็นหลักยกระดับบริการทางการเงินผ่าน Digital Platform การพัฒนาแอปพลิเคชัน LHB You และ Profita อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการทางการเงิน และการลงทุนอย่างครบวงจรควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมออนไลน์ โดยในปี 2567 ธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลผ่านช่องทางดิจิทัล (Digital Lending) อยู่ที่ 1,000 ล้านบาท จากปี 2566 มีการปล่อยสินเชื่อไปแล้วประมาณ 300-400 ล้านบาท
การให้ความสำคัญกับ Sustainable Banking เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน มุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ทั้งจากการดำเนินของธุรกิจธนาคารเอง และของลูกค้าที่ได้รับการสนับสนุนสินเชื่อจากธนาคาร (Financed Emission)
สำหรับหนี้ที่มิก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปี 2567 ตั้งเป้าคุมไม่ให้เกิน 3% จากปีก่อน อยู่ที่ 2.7% นอกจากนี้ ในปีนี้ธนาคารจะตั้งสำรองเพิ่มขึ้น อยู่ที่ 2,300 ล้านบาท จากปี 2566 ตั้งสำรองไป 2,100 ล้านบาท
ขณะที่เป้าหมายทางการเงินปี 2567 แบ่งเป็นรายได้หลักโต 10-12%, รายได้จากดอกเบี้ย (NII) โต 12-15%, ค่าธรรมเนียม โต 10-15%, อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ไม่เกิน 45%, ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) อยู่ที่ 2.5-2.6%
นอกจากนี้ในปี 2573 ธนาคารมีเป้าหมายที่จะยกระดับขึ้นเป็นธนาคารระดับกลาง ผ่านการใช้เทคโนโลยีขยายสินเชื่อ ฐานเงินฝาก ให้คำแนะนำด้านการลงทุน และมุ่งสร้างการเติบโตผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มรวมทั้ง การเพิ่มจำนวนฐานลูกค้าใหม่
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้
https://www.facebook.com/ThairathMoney
อ่านข่าวการเงิน กับ Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath