โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

LHFG เร่งปั้นพอร์ต ปล่อยสินเชื่อ SME-รายย่อย ชี้ผลตอบแทนสูง ตั้งเป้าปี 67 รายได้โต 10-12%

Thairath Money

อัพเดต 29 ก.พ. 2567 เวลา 11.29 น. • เผยแพร่ 29 ก.พ. 2567 เวลา 23.00 น.
ภาพไฮไลต์

ฉี ชิง-ฟู่ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ LHFG และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Bank กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัวเล็กน้อยราว 2.8% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภายในประเทศ การท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว จากการกระตุ้นภาครัฐ รายได้ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และการส่งออกที่กลับมาขยายตัวต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยยังเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงหลายประการ ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับสูงของประเทศเศรษฐกิจหลัก และปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังยืดเยื้อ อาทิ สงครามรัสเซีย-ยูเครน ความขัดแย้งอิสราเอล-ฮามาส รวมถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน

สำหรับปี 2567 ธนาคารยังคงเดินตามแผนเชิงกลยุทธ์ และขับเคลื่อนการเติบโตผ่านการขยายฐานลูกค้าทั้งลูกค้ารายย่อย และ SMEs ผ่านช่องทางดิจิทัล พันธมิตรทางธุรกิจ ตลอดจนรูปแบบการทำงาน และกระบวนใหม่ สำหรับการดำเนินการหลัก ได้แก่

  • มุ่งเติบโตในพอร์ตสินเชื่อที่สร้างผลตอบแทนที่ดี ผ่านการจัดการด้านอัตราดอกเบี้ย และการจัดการต้นทุนเงินให้มีประสิทธิภาพ การเพิ่มฐานลูกค้า SME พร้อมปรับกระบวนการทำงาน เพื่อการพิจารณาสินเชื่อที่รวดเร็ว
    โดยธนาคารตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อปี 2567 ไว้ที่ 8-10% หรือคิดเป็นเม็ดเงินปล่อยใหม่ประมาณ 20,000 ล้านบาท จากสิ้นปี 2566 มียอดสินเชื่อคงค้าง อยู่ที่ 250,000 ล้านบาท
    สำหรับการเติบโตของสินเชื่อดังกล่าวแบ่งออกเป็น สินเชื่อรายย่อย เติบโต 20% คิดเป็นเม็ดเงินปล่อยใหม่ประมาณ 10,000 ล้านบาท จากพอร์ตสินเชื่อคงค้าง ในปัจจุบันอยู่ที่ 50,000 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มสินเชื่อรายใหญ่ และเอสเอ็มอีเติบโต 10% โดยเป็นผลมาจากการที่ธนาคารมุ่งเน้นไปที่การเติบโตของสินเชื่อรายย่อย และเอสเอ็มอีที่มีผลตอบแทนสูงเป็นหลัก

  • ยกระดับบริการทางการเงินผ่าน Digital Platform การพัฒนาแอปพลิเคชัน LHB You และ Profita อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการทางการเงิน และการลงทุนอย่างครบวงจรควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมออนไลน์ โดยในปี 2567 ธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลผ่านช่องทางดิจิทัล (Digital Lending) อยู่ที่ 1,000 ล้านบาท จากปี 2566 มีการปล่อยสินเชื่อไปแล้วประมาณ 300-400 ล้านบาท

  • การให้ความสำคัญกับ Sustainable Banking เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน มุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ทั้งจากการดำเนินของธุรกิจธนาคารเอง และของลูกค้าที่ได้รับการสนับสนุนสินเชื่อจากธนาคาร (Financed Emission)

สำหรับหนี้ที่มิก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปี 2567 ตั้งเป้าคุมไม่ให้เกิน 3% จากปีก่อน อยู่ที่ 2.7% นอกจากนี้ ในปีนี้ธนาคารจะตั้งสำรองเพิ่มขึ้น อยู่ที่ 2,300 ล้านบาท จากปี 2566 ตั้งสำรองไป 2,100 ล้านบาท

ขณะที่เป้าหมายทางการเงินปี 2567 แบ่งเป็นรายได้หลักโต 10-12%, รายได้จากดอกเบี้ย (NII) โต 12-15%, ค่าธรรมเนียม โต 10-15%, อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ไม่เกิน 45%, ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) อยู่ที่ 2.5-2.6%

นอกจากนี้ในปี 2573 ธนาคารมีเป้าหมายที่จะยกระดับขึ้นเป็นธนาคารระดับกลาง ผ่านการใช้เทคโนโลยีขยายสินเชื่อ ฐานเงินฝาก ให้คำแนะนำด้านการลงทุน และมุ่งสร้างการเติบโตผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มรวมทั้ง การเพิ่มจำนวนฐานลูกค้าใหม่

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้
https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวการเงิน กับ Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...