โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สตาร์บัคส์-แมค-โค้ก-เป๊ปซี่ สะเทือน เมื่อประเทศมุสลิมแบนสินค้าสหรัฐ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 31 ม.ค. 2567 เวลา 13.28 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. 2567 เวลา 03.17 น.
แคมเปญแบนสินค้าจากประเทศที่สนับสนุนอิสราเอลในอินโดนีเซีย (ภาพโดย DEVI RAHMAN / AFP)

ตะวันออกกลางเป็นตลาดสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของแบรนด์ระดับโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ในขณะที่ตลาดในประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วกลายเป็นตลาดที่ “อิ่มตัว”

แต่ตอนนี้แบรนด์ระดับโลก โดยเฉพาะแบรนด์สัญชาติอเมริกัน กำลังเผชิญความท้าทายอย่างมากในตลาดที่มีศักยภาพสูงแห่งนี้ เนื่องจากสหรัฐอเมริกามีบทบาทสำคัญในความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ดำเนินอยู่ ณ เวลานี้ ทั้งการสนับสนุนอิสราเอลไม่อั้นและการโจมตีกลุ่มฮูตีในพื้นที่ประเทศเยเมน ผู้บริโภคในหลายประเทศมุสลิมในตะวันออกกลาง รวมถึงประเทศมุสลิมนอกตะวันออกกลางอย่างอินโดนีเซียและมาเลเซียจึงแสดงออกถึงความโกรธเคืองสหรัฐ โดย “แบน” แบรนด์จากสหรัฐ ซึ่งส่งผลต่อยอดขายของแบรนด์

แม้ว่าบริษัทต่าง ๆ ได้ออกแถลงการณ์เน้นย้ำถึงความเป็นกลางทางการเมืองแล้ว แต่การคว่ำบาตร และเสียงเรียกร้องให้คว่ำบาตรแบรนด์ตะวันตกเพิ่มเติมก็ยังคงดังก้องในสังคมชาวมุสลิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอียิปต์ ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในภูมิภาค (105 ล้านคน) ซึ่ง 60% เป็นประชากรอายุต่ำกว่า 30 ปี

ตามการรายงานของ “บลูมเบิร์ก” (Bloomberg) ซึ่งได้ลงพื้นที่สำรวจในกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ระบุว่า ร้าน “สตาร์บัคส์” (Starbucks) และ “แมคโดนัลด์” (McDonald’s) หลายสิบแห่งที่มักจะคึกคักกลับกลายเป็น “ว่างเปล่า”

เช่นกันกับในคูเวต ร้านสตาร์บัคส์ในพื้นที่ที่คนพลุกพล่าน ปกติจะมีลูกค้าหนาแน่น ก็พบว่ามีลูกค้าเพียงเล็กน้อยตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นมา

ในประเทศจอร์แดน ร้านสตาร์บัคส์และแมคโดนัลด์หลายแห่งยังคง “ว่าง” เป็นส่วนใหญ่ ส่วนในซูเปอร์มาร์เก็ตมีป้าย “สินค้าที่ถูกคว่ำบาตร” ห้อยอยู่ที่ชั้นวางสินค้าของแบรนด์ต่างชาติจำนวนมาก

ส่วนในตุรกี มีการผลักดันการคว่ำบาตร “โค้ก” (Coke) รวมถึงสินค้าอื่น ๆ ของบริษัทโคคา-โคลา โดยเจ้าหน้าที่รัฐ โดยรัฐสภาตุรกีกล่าวเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2023 ว่าจะสั่งห้ามขายโค้กในโรงอาหารของหน่วยงานรัฐ แม้ว่าในซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าทั่วไปจะยังมีการขายตามปกติ แต่ก็เห็นผลกระทบแล้วจากการที่ยอดขายของผู้จัดจำหน่ายโค้กในตุรกีลดลง 22% ในไตรมาส 4 ปี 2023 ส่วนผลกระทบจากการคว่ำบาตรในตะวันออกกลางต่อผลประกอบการภาพรวมจะได้เห็นจากการรายงานผลการดำเนินงานซึ่งมีกำหนดในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้

หุ้นของบริษัท อเมริกานา เรสเทอรองต์ส อินเตอร์เนชันแนล (Americana Restaurants International Plc) ซึ่งเป็นผู้ถือแฟรนไชส์แบรนด์ เคเอฟซี (KFC) พิซซ่าฮัท (Pizza Hut) คริสปี้ครีม (Krispy Kreme) และฮาร์ดีส์ (Hardee’s) ในตะวันออกกลางลดลงไปแล้วถึง 27% นับจากช่วงก่อนสงครามเริ่มต้น โดยนักวิเคราะห์บางคนคาดการณ์ว่าบริษัทจะได้รับผลกระทบจากการคว่ำบาตร

ปฏิบัติการคว่ำบาตรแบรนด์อเมริกันที่เกิดขึ้น ทำให้ “คริส เคมพ์ซินสกี” ซีอีโอของ “แมคโดนัลด์” เตือนนักลงทุนเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาว่า บริษัทกำลังเห็นผลกระทบ ในระดับที่มีความหมายจากการแบนของผู้บริโภคในตะวันออกกลาง

ในทางกลับกัน แบรนด์ในท้องถิ่นขายดีขึ้นเป็นเทน้ำเทท่า “บลูมเบิร์ก” รายงานว่า บริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มโซดาแบรนด์หนึ่งในอียิปต์บอกว่า ยอดขายของบริษัทเพิ่มขึ้น 3 เท่า นับตั้งแต่สงครามอิสราเอล-ฮามาสเริ่มขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคเลี่ยงการซื้อเครื่องดื่มของบริษัทโคคา-โคลา และบริษัทเป๊ปซี่

ขณะเดียวกัน การที่ผู้บริโภคกดดันให้บริษัทในท้องถิ่นคว่ำบาตรสินค้าตะวันตกก็ช่วยให้ธุรกิจมีกำไรมากขึ้นด้วย เพราะมีผลพลอยได้คือ ต้นทุนลดลงจากการใช้วัตถุดิบในประเทศ หรือในภูมิภาค อย่างเช่น “แอสโตรลาเบะ” (Astrolabe) ซึ่งเป็นเครือร้านกาแฟสัญชาติจอร์แดน กำลังตัดการใช้ผลิตภัณฑ์จากอเมริกาและฝรั่งเศสออกให้มากที่สุด แล้วใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นแทน เช่น การใช้น้ำเชื่อมที่ผลิตในประเทศหรือในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ฟาวาซ เกอร์เจส (Fawaz Gerges) ศาสตราจารย์ด้านการเมืองตะวันออกกลางของ “ลอนดอน สคูล ออฟ อีโคโนมิกส์” (LSE) พูดถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นว่า การแบนสินค้าของผู้บริโภคในปัจจุบันมีความโดดเด่นเป็นพิเศษ เนื่องจากการดำเนินการอย่างเข้มข้น มีการดำเนินการพร้อมกันในหลายประเทศ และเป็นปฏิบัติการที่นำโดยคนหนุ่มสาว

ศาสตราจารย์เกอร์เจสกล่าวอีกว่า จนถึงตอนนี้ไม่ว่าจะแมคโดนัลด์ หรือสตาร์บัคส์ ก็กำลังเจ็บปวด เนื่องจากคนหนุ่มสาวที่เป็น “บิ๊กสเปนเดอร์” หรือผู้ใช้จ่ายรายใหญ่จำนวนมาก ตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และพวกเขากระตือรือร้นอย่างมากในการมีส่วนร่วมทางการเมืองผ่านการบริโภคของตนเอง การที่พวกเขารับรู้ว่ารัฐบาลสหรัฐสนับสนุนอิสราเอลนั้นส่งผลกระทบอย่างมากต่อบริษัทสัญชาติอเมริกัน

ขณะที่ มาร์ก คาลิโนวสกี (Mark Kalinowski) ประธานและซีอีโอของ คาลิโนวสกี อีควิตี รีเสิร์ช (Kalinowski Equity Research) กล่าวว่า ยอดขายที่ได้รับผลกระทบในปัจจุบันอาจลดความต้องการขยายแฟรนไชส์ในตะวันออกกลาง แม้ว่าในกรณีของแมคโดนัลด์ที่มีสาขาทั่วโลก ผลการดำเนินงานภาพรวมไม่ได้รับผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงในตะวันออกกลางเท่าไรนักก็ตาม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สตาร์บัคส์-แมค-โค้ก-เป๊ปซี่ สะเทือน เมื่อประเทศมุสลิมแบนสินค้าสหรัฐ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...