GPSC เรื่องต้องรู้ก่อนลงทุน!
#ทันหุ้น - บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ส่องหุ้น GPSC คาดว่ากำไรสุทธิใน Q4/66F จะอยู่ที่ 365 ล้านบาท (-80% QoQ, พลิกฟื้น YoY) โดยกำไรที่ลดลงอย่างมาก QoQ จะเป็นเพราะ margin ของ SPP ถูกบีบ และปัจจัยฤดูกาล โดบคาดว่า ผลประกอบการใน Q1/67F น่าจะดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง QoQ แต่จะลดลง YoY ถึงแม้ฝ่ายวิจัยจะมองว่ายังมี upside จากราคาพลังงานที่ลดลง แต่ก็มีความเสี่ยงใหม่เกิดขึ้นมาจากการดำเนินงานของ GHECO-One ยังคงประมาณการเอาไว้เท่าเดิมไปก่อน และคงคำแนะนำขาย โดยคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 43.00 บาท
ประมาณการ Q4/66F จะดีขึ้น YoY แต่จะแย่ลงมาก QoQ โดยวันที่ 9 ก.พ.คาด GPSC จะรายงานกำไรสุทธิ Q4/66F ที่ 365 ล้านบาท (-80% QoQ, พลิกฟื้น YoY) แต่หากไม่รวมกำไร FX และ amortization ของ GLOW กำไรหลักจะอยู่ที่ 575 ล้านบาท (-74% QoQ, พลิกฟื้น YoY) โดยกำไรที่ลดลงอย่างมาก QoQ จะเป็นเพราะ i) margin ของ SPP ถูกบีบ ii) ปัจจัยฤดูกาล (อุปสงค์การใช้ไฟฟ้าลดลง, ค่าใช้จ่าย SG&A สูงขึ้น, ผลการดำเนินงานของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำอ่อนแอลง) และ iii) ค่า AP ลดลง ฝ่ายวิจัยคาดว่าค่า Ft เฉลี่ยจะลดลงเหลือ 0.20 บาท/kWh (-0.47 บาท QoQ) ขณะที่คาดว่าราคาก๊าซ และถ่านหินเฉลี่ยอยู่ที่ 340 บาท/mmbtu (ทรงตัว QoQ) และ US$157/ton (-US$68 QoQ) ตามลำดับ และคาดว่าผลการดำเนินงานของ Avaada จะยังทรงตัว ในขณะที่ของ CXFD อาจจะพลิกมาเป็นบวกได้ อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างมาก YoY จะเป็นเพราะผลการดำเนินงานของ SPPs แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าต้นทุนดอกเบี้ย และค่าใช้จ่าย SG&A ที่เพิ่มขึ้น
แนวโน้ม Q1/67F เป็นอย่างไร …? ผลประกอบการใน Q1/67F น่าจะดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง QoQ แต่จะลดลง YoY โดยปัจจัยที่ช่วยหนุนผลประกอบการ QoQ คือปัจจัยฤดูกาล (อุปสงค์การใช้ไฟฟ้ากลับมา, ค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง) และ margin ของ SPP ที่เพิ่มขึ้น ส่วนปัจจัยที่ฉุดผลประกอบการ YoY ได้แก่ i) ผลการดำเนินงานที่อ่อนแอลงของ GHECO-One และ ii) ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น ถึงแม้ว่า GHECO-One จะกลับมาเปิดดำเนินงาน YTD แต่ผลการดำเนินงานอาจจะยังอ่อนแอจากความไม่สอดคล้องกันของราคาขายที่ต่ำ (ผูกกับราคา spot ของถ่านหินโดยมีช่วงเหลื่อมเวลา) ในขณะที่ต้นทุนสต็อกเก่าของถ่านหินสูง โดยเฉพาะใน 1H67F นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยคาดว่า margin ของ SPP อาจจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยหรือทรงตัว YoY ขึ้นอยู่กับราคาพลังงาน
SPPs มีสัญญาณบวก ฝ่ายวิจัยมองบวกมากขึ้นกับแนวโน้ม SPP โดยเชื่อว่าวัฏจักรของการปรับลดกำไรน่าจะจบรอบไปแล้ว จากราคาก๊าซที่อยู่ในขาลง และความเสี่ยงที่ลดลงเกี่ยวกับเรื่องอัตราค่าไฟฟ้า โดยมองว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างราคาก๊าซควบคู่ไปกับการปรับลดค่าไฟลง (จากที่ก่อนหน้านี้ปรับลดค่าไฟอย่างเดียว) ถือเป็นสัญญาณบวกต่อ margin ของ SPP ทั้งนี้ กกพ. คาดว่าค่าไฟฟ้าจะอยู่ในช่วง 4.20-4.25 บาท/kWh ในปี 2567F (จาก 4.67 บาทปี 2566) โดยต้นทุนพลังงานที่ลดลงและการเพิ่มอุปทานจากแหล่งก๊าซในประเทศน่าจะช่วยหนุนให้ margin ของ SPP มีเสถียรภาพดีขึ้น ในขณะเดียวกัน ราคาพลังงานที่ลดลงอาจจะเป็นโอกาสให้ชำระคืนหนี้ที่เหลือของ กฟผ. ได้ภายใต้คาดการณ์ว่าค่าไฟจะทรงตัวที่เดิม
คงคำแนะนำ "ขาย" ด้วยราคาเป้าหมาย DCF ที่ 43.00 บาท ถึงแม้จะมองว่ายังมี upside จากราคาพลังงานที่ลดลงและความเสี่ยงด้านนโยบายค่าไฟฟ้าลดลง แต่ก็มีความเสี่ยงใหม่เกิดขึ้นมาจากการดำเนินงานของ GHECO-One (โดยเฉพาะใน 1H67) ยังคงประมาณการเอาไว้เท่าเดิมไปก่อน โดยรอดูความชัดเจนจากประเด็นนี้ในการประชุมนักวิเคราะห์เรื่องงบ Q4/66
Risks ปิดซ่อมบำรุงนอกแผน, ปัญหา cost overruns, และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และอัตราดอกเบี้ย
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_
LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1