โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

BITE SIZE : งบประมาณฐานศูนย์ (Zero-Based Budgeting) ฉบับกระชับ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 มิ.ย. 2566 เวลา 17.57 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. 2566 เวลา 01.00 น.

Prachachat BITE SIZE โดย พฤฒินันท์ สุดประเสริฐ

ย้อนกลับไปเมื่อ 22 พฤษภาคม 2566 พรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 8 พรรคการเมือง ถือฤกษ์ยาม ครบรอบ 9 ปี การรัฐประหาร ปี 2557 แถลงลงนามข้อตกลงร่วม (MOU) การจัดตั้งรัฐบาลของประชาชน โดย 23 นโยบายร่วม ที่จะผลักดันให้เกิดขึ้นในนามรัฐบาล

หนึ่งในข้อที่ปรากฎบน MOU ฉบับดังกล่าว คือ “จัดทำงบประมาณแบบใหม่ โดยเน้นวิธีการจัดงบประมาณฐานศูนย์ (Zero-Based Budgeting)” โดยระบบงบประมาณดังกล่าว มีใช้ในต่างประเทศมานานแล้ว แต่สำหรับประเทศไทย ระบบงบประมาณนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ใหม่มาก

ขณะเดียวกัน ทำให้ทุกคนสงสัยกับระบบนี้ว่า ระบบนี้คืออะไร มีหน้าตาของการทำงบประมาณเป็นอย่างไร และมีข้อดี-ข้อจำกัดอย่างไร

Zero-Based Budgeting คืออะไร ?

งบประมาณฐานศูนย์ หรือ Zero-Based Budgeting ถูกพัฒนาขึ้นโดย ปีเตอร์ เพียร์ (Peter Pyhrr) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 ซึ่งตอนนั้นเขาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการ และระบบการจัดทำงบประมาณนี้ ก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก และ 3 ปีต่อมา จิมมี่ คาร์เตอร์ ผู้ว่าการรัฐจอร์เจียในขณะนั้น ได้นำระบบดังกล่าว มาใช้ในการจัดทำงบประมาณของรัฐ

งบประมาณฐานศูนย์ คือการจัดทำงบประมาณโดยคำนึงถึงความจำเป็น และความเหมาะสมของสถานการณ์ในช่วงเวลานั้น โดยไม่คำนึงถึงงบประมาณที่เคยได้จากปีก่อน โดยระบบนี้ จะตั้งคำถาม 3 เรื่อง คือ

  • ความจำเป็นของโครงการ ในปีงบประมาณต่อไป ยังจำเป็นอยู่หรือไม่
  • งบประมาณที่ขอมา สูงเกินจริงหรือไม่
  • ผลลัพธ์ที่ผ่านมาของโครงการ เป็นอย่างไร สำเร็จมากน้อยขนาดไหน

ซึ่งหน่วยงานที่ทำแผนงบประมาณมาเสนอ จะต้องแจกแจงและเล่าออกมาผ่าน 3 คำถาม ให้เห็นความจำเป็นและความสมเหตุสมผลของงบประมาณที่เสนอมา

ข้อดี-ข้อจำกัดของ Zero-Based Budgeting

การจัดงบประมาณแบบฐานศูนย์ มีข้อดี คือ ช่วยให้การใช้งบประมาณมีประสิทธิภาพ และคุ้มค่าที่สุด ตามความจำเป็นของสถานการณ์ รวมถึงช่วยตรวจสอบงบประมาณที่ดูสูงเกินจริงได้

ขณะเดียวกัน ก็ทำให้ผู้บริหารแต่ละหน่วยงานภาครัฐ ปรับแผนการใช้จ่ายงบประมาณให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั้น ๆ ด้วยเช่นกัน

แต่ระบบงบประมาณฐานศูนย์ ยังมีข้อจำกัดอยู่ ไม่ว่าจะเป็นความเข้าใจในการทำงบประมาณลักษณะนี้ ที่อาจจะต้อง workshop กันอย่างหนัก หรือแม้แต่การเตรียมเอกสารและการพิจารณางบประมาณที่ต้องใช้เวลานาน อาจทำให้การพิจารณางบประมาณเสร็จสิ้นล่าช้าออกไปอีก

ยิ่งโดยเฉพาะประเทศไทย ที่ใหม่มาก ๆ สำหรับระบบงบประมาณแบบนี้ ยิ่งต้องทำความเข้าใจระบบนี้อีกยกใหญ่

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรีรวมไทย โพสต์เฟซบุ๊กตั้งข้อสังเกตไว้ว่า ประเทศไทยต้องใช้เวลาในการวางระบบ และเตรียมตัวอย่างน้อย 2 ปี จึงจะเปลี่ยนใหม่ได้ หากเตรียมการอย่างเป็นระบบและจริงจัง พร้อมกับขมวดตอนท้ายว่า ซื้อไอเดียนี้ และควรลองดูสักรอบ

แม้ระบบงบประมาณแบบดังกล่าว จะเป็นเรื่องที่ใหม่มากและยังต้องใช้เวลาเพื่อศึกษาและเข้าใจระบบนี้ แต่การให้เวลากับการเรียนรู้และลองผิดลองถูกกับของใหม่ ไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป เราอาจจะได้เรียนรู้หรือได้อะไรบางอย่างมาปรับใช้ให้เหมาะกับประเทศไทย

ชมรายการ Prachachat BITE SIZE EP.4 ที่ https://youtu.be/4rOq1pmF_8A

youtube
youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...