โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปริศนาโบราณคดี : พระปีย์ vs พระเจ้าเสือ ใครคือโอรสลับของพระนารายณ์?

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 20 ต.ค. 2566 เวลา 01.45 น. • เผยแพร่ 20 ต.ค. 2566 เวลา 01.41 น.

หมายเหตุ: บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

กรณีพระโอรสลับของพระนารายณ์นั้น ถือเป็นประวัติศาสตร์ของกษัตริย์ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นมหาราชองค์สำคัญแห่งสยาม

แม้ปราชญ์ต้นรัตนโกสินทร์หลายคนพยายามปกปิด แต่มันกลับถูกเปิดเผยในพงศาวดารเหนือ และตำนานเมืองเชียงใหม่

ทุกวันนี้เริ่มมีการยอมรับทฤษฎีที่ว่าพระนารายณ์ทรงแอบมีโอรสลับอย่างกว้างขวางขึ้น

แต่ประเด็นที่ผู้คนยังคาใจมีอยู่ว่า ใครเล่าคือโอรสลับพระองค์นั้น?

“พระเจ้าเสือ” หรือ “พระปีย์”?

เหตุเพราะมันมีกลิ่นตุทะแม่งๆ อะไรบางอย่าง ที่คล้ายว่าจะผิดฝาผิดตัว!

**มีชายาเป็นสาวล้านนา

น่าอายนักหรือ?**

ความเชื่อที่ว่าพระเจ้าเสือคือโอรสของพระนารายณ์ เป็นเรื่องเล่าย้อนหลังจากความทรงจำของเชลยศึกล้านนา ภายหลังจากเสียกรุงครั้งที่ 2 ในทำนองว่า พระเจ้าเสือ หรือสมเด็จพระศรีสรรเพชญที่ 8 นั้น แท้จริงหาได้เป็นพระโอรสของพระเพทราชาไม่ หากแต่มีพระราชบิดาเป็นสมเด็จพระนารายณ์ต่างหาก

โดยอ้างเหตุการณ์ปี พ.ศ.2204 ตอนที่พระนารายณ์ยกทัพไปปราบล้านนา ซึ่งช่วงนั้นเป็นเมืองขึ้นของอังวะ ชาวพม่าให้เชียงใหม่ปกครองตนเองโดยมีเจ้าเมืองชื่อพระยาแสนหลวง กองทัพเชียงใหม่พ่ายแพ้แก่อยุธยา จำต้องยอมถวายราชธิดาชื่อนางกุสาวดีให้เป็นบาทบริจาริกา

ความตอนนี้เอกสารเริ่มบันทึกอย่างไขว้เขว บ้างก็ว่าครั้นเสร็จศึกล้านนาต้องเสด็จกลับกรุงศรีฯ พระนารายณ์แวะกราบนมัสการพระพุทธชินราชที่พิษณุโลก ปรากฏว่าพระเพทราชา ขณะนั้นเป็นจางวางกรมช้างหรือหลวงคชบาล ได้แอบสังวาสกับราชธิดาเชียงใหม่ สร้างความอดสูใจเกินกว่าจะให้พระนารายณ์ยอมรับนางกลับมาเป็นสนมได้อีก จึงยกให้พระเพทราชาไปเลย

อ่านแล้วช่างไม่สมเหตุสมผล หากจริงตามที่เขียนโทษสถานเดียวที่ควรได้รับคือโดนตัดหัว แสดงว่าประวัติศาสตร์หน้านี้มีวาระอะไรซ่อนเร้นอยู่

แต่บางเล่มกล่าวว่า เมื่อพระนารายณ์เสด็จกลับถึงอยุธยา เกิดอับอายชาวพาราที่ทำแม่ญิงลาวตั้งท้อง ในช่วงใกล้คลอดพระโอรส พระนารายณ์จึงได้หาเหตุให้พระเพทราชาพาสนมลับหลบหนี แสร้งไปกราบนมัสการพระพุทธชินราช แต่เดินทางยังไม่ทันถึง คลอดเสียก่อนที่ตำบลโพธิ์ประทับช้าง (ปัจจุบันอยู่ในพิจิตร) เหตุที่มีผิวพรรณวรรณะสุกใสจึงให้ชื่อว่า “มะเดื่อ” จากนั้นจึงขอให้พระเพทราชารับว่าเป็นพ่อ

มาถึงตอนนี้ชักเริ่มสงสัยเสียแล้วว่า “เจ้าเดื่อ” (หลวงสรศักดิ์/พระเจ้าเสือ) เป็นลูกของใครกันแน่ คงมีแต่นางกุสาวดีคนเดียวเท่านั้นที่รู้ดี

มีตัวแปรเข้ามาเกี่ยวข้องด้านสถานที่คือพิษณุโลก กับด้านบุคคลคือพระเพทราชา ผู้เป็นพระสหายร่วมแม่นมเดียวกัน แต่เดิมสนิทสนมรักใคร่กลมเกลียวในช่วงวัยหนุ่ม ก่อนจะมาจบฉากแย่งชิงบัลลังก์กันตอนวัยกลางคน ด้วยนโยบายการเมืองที่ต่างขั้ว (แดงเหลือง) คือคนหนึ่งเสรีนิยมคลั่งฝรั่งแต่อีกคนจารีตนิยมคลั่งชาติ

ตำนานฝ่ายเหนือระบุว่า เมื่อเจ้าเดื่อโตขึ้นได้เป็นมหาดเล็ก พระนารายณ์พยายามสื่อนัยยะบางอย่างให้เจ้าเดื่อรู้ว่าคือลูก

อาทิ ชวนมาส่องกระจกดูว่าคนทั้งสองหน้าตาเหมือนกันหรือไม่ จนเจ้าเดื่อได้ใจมักเอาเศษอาหารในจานเสวยไปกินต่อทุกครั้ง ติดนิสัยกร่างผสมเกรียนไม่เคยเกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนตั้งแต่วัยรุ่น

ต่อมาเจ้าเดื่อได้รับพระราชทานยศเป็น ออกญาสุรศักดิ์ หรือหลวงสรศักดิ์

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงมีวินิจฉัยว่า มิได้ปรากฏในพงศาวดารกรุงเก่าที่บันทึกเหตุการณ์จริงร่วมสมัย แต่มาแต่งเติมภายหลัง กล่าวคือ สมเด็จในกรมไม่เชื่อว่าพระนารายณ์จะมีโอรสลับ

ซึ่งวินิจฉัยของท่านก็น่าสนใจ เพราะหากหลวงสรศักดิ์รู้อยู่เต็มอกว่าตนเป็นพระโอรสลับของพระนารายณ์ เหตุไฉนจึงสมรู้ร่วมคิดกับพ่อบุญธรรมคือพระเพทราชาจัดการฆ่าพ่อโดยสายเลือดของตัวเอง ในช่วงที่ประชวรหนัก ไยไม่ถือโอกาสประจบขอเอาราชสมบัติ?

ฤๅหลวงสรศักดิ์แบกความน้อยเนื้อต่ำใจมาทั้งชีวิตต่อการที่พ่อไม่ยอมรับตัวเป็นโอรสอย่างเปิดเผย หรืออาจจะเคยรู้มาก่อนว่าพ่อเองก็มีปูมหลังเคยฆ่าพ่อ (พระเจ้าปราสาททอง) ซึ่งเป็นปู่ของตน และนี่ก็คือธรรมเนียมการแย่งชิงบัลลังก์ของผู้ที่เข้มแข็งกว่าจึงเอาอย่างบ้าง

เอกสารของนายพลเดส์ฟาร์จชาวฝรั่งเศส บันทึกเหตุการณ์ช่วงพระนารายณ์ใกล้สวรรคตว่า พระองค์ทรงโทมนัสที่เสียรู้ต่อ “กบฏสองพ่อลูกคู่นี้” ยิ่งนัก มิมีตอนใดเลยที่บอกว่าพระองค์ทรงเจ็บใจต่อลูกในไส้ที่ฝากเขาไปเลี้ยง

ฝ่ายพระยาแสนหลวงนั้นเล่า แม้จะเป็นเชลยศึกที่ถูกเกณฑ์มาอยู่กรุงศรีอยุธยา แต่ก็มิได้มีฐานะต่ำต้อย มีเรื่องราวปรากฏว่าเจ้าเชียงใหม่เคยตอบโต้คำโคลงกับมหากวีศรีปราชญ์ผู้ที่พระนารายณ์โปรดปราน ดังบทที่เราคุ้นเคยตอนที่ท่านถามศรีปราชญ์ว่า ชื่อ “ศรีหรือรังสี” นี้พระนารายณ์ตั้งให้เมื่อไหร่ ทั้งๆ ที่มีเนื้อตัวดำคล้ำ

รังสีพระเจ้าฮื่อ(หื้อ=ให้) ปางใด (พระยาแสนหลวงถาม)
หื้อเมื่อพระเสด็จไป ป่าแก้ว (ศรีปราชญ์ตอบ)
รังสีบ่สดใส สักหยาด
ดำแต่นอกในแผ้ว ผ่องเนื้อนพคุณ

หลักฐานด้านวรรณกรรมฟ้องชัดว่าเจ้าเมืองเชียงใหม่มีฝีไม้ลายมือด้านโคลงสามารถต่อกรกับกวีเอกอย่างศรีปราชญ์ได้ หากทรงมีสถานะเป็นพ่อตาของพระนารายณ์จริง ก็ยิ่งน่าจะเป็นที่สบพระทัยน่าภาคภูมิใจให้แก่ลูกเขยผู้คลั่งไคล้กวีนิพนธ์มากกว่าจะสร้างความอับอาย

อันที่จริง เรื่องการได้แม่ญิงล้านนามาเป็นดองกันนั้น หากวิจารณา ย่อมนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ทางการเมืองต่อฝ่ายตนได้ด้วยซ้ำ นั่นคือใช้เป็นเครื่องมือทวงสิทธิผนวกดินแดนและอำนาจที่อยุธยามีเหนือล้านนาโดยผ่านชายา

ยิ่งเมื่อหลวงสรศักดิ์ครองราชย์เป็นพระเจ้าเสือ หากพระองค์มีมารดาเชื้อสายราชวงศ์เชียงใหม่จริง ไยจึงไม่ทำการยึดล้านนามาเป็นส่วนหนึ่งของอยุธยาอย่างเบ็ดเสร็จ เหมือนดั่งที่พระบรมไตรโลกนาถอ้างสิทธิ์ต่อกำแพงเพชร-ศรีสัชนาลัยในฐานะที่มีมารดาเป็นราชธิดาสุโขทัย หรือพระเจ้าไชยเชษฐาแห่งล้านช้าง ยกทัพมายึดล้านนา-เชียงแสน โดยอ้างว่ามีชนนีเป็นเจ้าหญิงเชียงใหม่

ไฉนพระเจ้าเสือจึงปล่อยให้ล้านนาหลุดมือไปอยู่ภายใต้อำนาจพม่าได้ง่ายๆ เล่า ช่างไม่สมกับฉายาและนิสัยอันดุดันชอบพะบู๊เอาเสียเลย

ฤๅว่าสิทธิ์นั้นแท้จริงแล้วใช้อ้างไม่ได้ ด้วยตนเป็นโอรสที่เกิดจากพระเพทราชา หาใช่พระนารายณ์?

**‘พระปีย์’

โอรสบุญธรรมหรือโอรสลับ?**

ในขณะที่ พระปีย์ หรือหม่อมปีย์ ชื่อก็ฟ้องชัดอยู่แล้วว่าช่างเป็นที่รักที่ใคร่ยิ่งนัก (ปีย์ = ปิยะ)

ในบันทึกของบาทหลวงฝรั่งเศสระบุว่า น่าจะเป็นโอรสลับหรือโอรสที่แท้จริงของพระนารายณ์มากกว่าเป็นโอรสบุญธรรม

แต่เหตุที่มีรูปร่างอัปลักษณ์เตี้ยค่อมพิกลพิการ ดังที่พระนารายณ์มักเรียกอย่างหยอกล้อว่า “อ้ายเตี้ย” จึงอาจรู้สึกอับอายแล้วฝากให้คนอื่นเลี้ยง

เอกสารฝ่ายไทยเขียนถึงพระปีย์คร่าวๆ แค่ว่าเป็นบุตรของขุนไกรสิทธศักดิ์ ชาวบ้านแก่งเมืองละโว้ พระองค์รู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้ พูดจาอ่อนหวานอัธยาศัยดีจึงรับมาเป็นบุตรบุญธรรม เหตุเพราะทรงไม่มีโอรส มีแต่พระราชธิดาองค์เดียวคือเจ้าฟ้าสุดาวดี (กรมหลวงโยธาเทพ)

พระนารายณ์ยกพิษณุโลกให้พระปีย์ปกครอง นอกเหนือจากละโว้แล้ว เมืองที่พระนารายณ์ทรงโปรดปรานรองลงมาก็คือพิษณุโลก หรือนี่คือคำตอบว่าทำไมพระนารายณ์จึงชอบไปกราบพระพุทธชินราชบ่อยๆ พระปีย์อาจเป็นโอรสของพระนารายณ์กับหญิงชาวบ้านเมืองเหนือ แล้วฝากขุนไกรสิทธศักดิ์เลี้ยงหรือเปล่า?

ที่แน่ๆ “พระปีย์” เป็นคนเดียวที่พระนารายณ์หมายมั่นปั้นมือไว้ในตำแหน่งรัชทายาทหมายเลข 1 ถึงขนาดที่ทรงขอร้องให้เจ้าฟ้าสุดาวดี อภิเษกสมรสกับพระปีย์ แต่ไม่เป็นผลสำเร็จเพราะฝ่ายหญิงมีจิตปฏิพัทธ์ต่อเจ้าฟ้าอภัยทศอาของตัวเองอยู่ก่อนแล้ว

พระปีย์รับสนองนโยบายเปิดประเทศสู่ตะวันตกทำงานเป็นคู่หูเข้าขากับเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ หรือฟอลคอน เสมือนมือซ้าย-ขวา

พระปีย์คอยปรนนิบัติอยู่ข้างเตียงพระบรรทมของพระราชบิดาเลี้ยง (หรือจริง?) ตราบลมหายใจสุดท้าย และเมื่อพระเพทราชายึดอำนาจจากพระนารายณ์ได้ กำลังจะสำเร็จโทษพระปีย์ด้วยท่อนจันทน์ พระนารายณ์ถึงกับกันแสงฟูมฟายกู่ตะโกนด้วยเสียงอันแหบแห้งว่า อยากได้อะไรก็เอาไปแต่ขอให้ไว้ชีวิตแก่พระปีย์สักครั้ง!

น่าคิดไม่น้อย ว่าพระปีย์คือใครมาจากไหน ไยจึงมีความสำคัญต่อพระนารายณ์ยิ่งกว่าชีวิตของพระองค์เอง?

ฝ่ายไหนทวงสิทธิ์เรื่องพระโอรสลับ?

การเปิดเผยว่าพระนารายณ์มีโอรสลับ ใครเป็นผู้เขียนและใครได้ประโยชน์

ชวนให้นึกถึงกรณีที่พระเจ้าปราสาททองก็เคยอ้างสิทธิ์ว่าเป็นพระโอรสลับของพระเจ้าทรงธรรม โดยสร้างตำนานเกาะบางปะนางอินขึ้น ผูกเรื่องให้พระเจ้าทรงธรรมเสด็จมาเสพสังวาสกับหญิงชาวบ้านชื่ออินแล้วเกิดตั้งครรภ์ถูกทอดทิ้ง ทั้งๆ ที่ในความจริงนั้นทรงมีบิดาเป็นขุนนางชื่อ ออกญาศรีธรรมาธิราช

หากการเปิดปูมหลังเรื่องพระโอรสลับ เป็นประวัติศาสตร์ที่เขียนโดยทายาทราชวงศ์บ้านพลูหลวง เพื่อต้องการกลบเกลื่อนความด่างพร้อยของราชวงศ์ โดยยอม “โดดเดี่ยว” พระเพทราชาให้กลายเป็นทรราชเพียงลำพัง แล้วแยกกษัตริย์ลำดับองค์ต่อๆ มาทั้งยวงออกไปให้พ้นจากมลทินนับแต่พระเจ้าเสือ พระเจ้าท้ายสระ พระบรมโกศ ขุนหลวงหาวัด และพระเจ้าเอกทัต โดยเบี่ยงเบนให้พระเจ้าเสือเป็นรัชทายาทสืบสายมาจากพระนารายณ์แห่งราชวงศ์ปราสาททอง ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าใดนัก

แต่จะเป็นไปได้ล่ะหรือ ในเมื่อปราชญ์สยามสมัยต้นรัตนโกสินทร์ทุกคนตั้งตนเป็นปฏิปักษ์ต่อราชวงศ์บ้านพลูหลวงเสียแล้ว ไม่ว่าพระเจ้าเสือจะเป็นโอรสใคร อย่างไรเสีย “พระเพทราชา-พระเจ้าเสือ” สองพ่อลูกก็คือผู้ร้ายตลอดกาลอยู่ดี

เว้นแต่ว่าเป็นการเขียนขึ้นโดยชาวเหนือ เพื่ออ้างสิทธิ์ความสัมพันธ์ด้านรัชทายาทระหว่างสองอาณาจักร ล้านนา-อยุธยา ให้กระชับแน่นยิ่งขึ้น

เป็นการส่งสัญญาณขอให้สยามช่วยปลดปล่อยล้านนาให้พ้นจากพม่า?

ใครที่ยังเชื่อว่าพระเจ้าเสือคือโอรสลับของพระนารายณ์ที่แอบฝากให้พระเพทราชาเลี้ยง คงต้องทบทวนหาพงศาวดารหลายฉบับทั้งไทย ฝรั่ง ล้านนา พม่า มาอ่านยันกันใหม่

เช่นเดียวกับใครที่เคยสงสัยว่าพระปีย์เป็นใคร มีเสน่ห์อะไรนักหนาจนพระนารายณ์หลงใหลได้ปลื้มรับมาเป็นบุตรบุญธรรม ก็น่าจะคลำทางพบคำตอบพอเป็นเลาๆ บ้างแล้วกระมัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...