โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นกู้ CoCo Bond การลงทุนที่แขวนไว้บนความเสี่ยง ?

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 มี.ค. 2566 เวลา 08.33 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. 2566 เวลา 08.10 น.

ทำความเข้าใจหุ้นกู้ CoCo Bond การลงทุนที่แขวนไว้บนความเสี่ยง จากกรณีหุ้นกู้ AT1 ของธนาคารเครดิตสวิสที่ถูกลงมาให้เหลือศูนย์

วันที่ 23 มีนาคม 2566 หลังจากเหตุการณ์หุ้นกู้ AT1 ของธนาคารเครดิตสวิสที่มีการปรับลดมูลค่าหุ้นกู้จากมูลค่า 17,000 ล้านดอลลาร์ลงมาให้เหลือศูนย์ สร้างความกังวลต่อนักลงทุนเป็นอย่างมาก และแน่นอนว่าความกังวลกระจายเป็นวงกว้างว่าจะมีธนาคารอื่น ๆ เกิดเหตุการ์แบบนี้ขึ้นซ้ำรอยธนาคารระดับโลกอย่างเครดิสสวิสไหรือไม่ “ประชาชาติธุรกิจ” พาทำความรู้จักหุ้นกู้ความเสี่ยงสูงอย่าง CoCo Bond

หุ้นกู้ CoCo Bond คืออะไร ?

หุ้นกู้ CoCo Bond หรือขื่อเต็ม Contingent Convertible Bond คือหุ้นกู้แปลงสภาพโดยมีเงื่อนไข ที่ออกโดยสถาบันการเงินหรือบริษัทประกัน และหุ้นกู้ประเภทนี้มีกลไกการแปลงหนี้เป็นหุ้นสามัญโดยอัตโนมัติ เมื่อเข้าเงื่อนไขที่กำหนดไว้ล่วงหน้า (Trigger event) เช่น เมื่อสถาบันการเงินประสบปัญหาทางการเงินทำให้สัดส่วนเงินทุนปรับลงต่ำกว่าที่กำหนดไว้ โดยจะเป็นหุ้นกู้ด้อยสิทธิ์ที่ผู้ถือจะได้รับเงินคืนหลังจาก ผู้ฝากเงิน และเจ้าหนี้สามัญ หากธนาคารต้องเลิกกิจการ

  • มีโอกาสถูกไถ่ถอนคืนโดยธนาคาร หลังจาก 5 ปีที่ออก
  • หากธนาคารประสบปัญหาด้านการเงินจนดำเนินกิจการต่อไปไม่ได้ และทางการเข้าช่วยเหลือ หุ้นกู้จะถูกตัดลดมูลค่าหรือตัดเป็นหนี้สูญ หรือถูกแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ
  • หากเงินกองทุนขั้นที่ 1 ต่ำกว่า 6% เฉพาะหุ้นกู้ที่ใช้เป็นกองทุนขั้นที่ 1 จะถูกตัดลดมูลค่าหรือตัดเป็นหนี้สูบ หรือถูกแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ (จึงมีชื่อว่า Contingent Conversion หรือ CoCo Bond)
  • ในกรณีที่ธนาคารขาดทุน อาจไม่ได้รับดอกเบี้ย โดยไม่ถือเป็นการผิดนัดชำระหนี้

ความเสี่ยงสูงปรี๊ด…

หุ้นกู้ CoCo Bond มีความเสี่ยงในระดับที่สูงกว่าตราสารหนี้ทั่วไปเนื่องจากเป็น “ตราสารหนี้ด้อยสิทธิ” (Subordinated debt) ที่เมื่อสถาบันการเงินผู้ออกตราสารมีปัญหาต้องเลิกกิจการและชำระบัญชี ผู้ถือตราสารจะได้รับสิทธิชำระเงินหลังจากเจ้าหนี้ทุกประเภท และยังมีเงื่อนไขที่สามารถแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ หรือถูก write off (ลดมูลค่า) รวมถึงให้สิทธิผู้ออกตราสารที่จะเลื่อนหรือยกเลิกการชำระดอกเบี้ยแก่ตราสาร (Deferrable) ออกไปโดยไม่จำเป็นต้องสะสมผลตอบแทน (non-cumulative) ได้

ซึ่งทำให้บางครั้งจึงเรียกตราสารหนี้ AT1 ว่าเป็น “ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน” (Hybrid securities) และเนื่องจากตราสารที่ออกต้องมีอายุยาว (มากกว่า 5 ปี) จึงให้สิทธิธนาคารพาณิชย์ผู้ออกตราสารที่จะไถ่ถอนตราสารก่อนได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ขณะที่ผู้ถือตราสารไม่สามารถไถ่ถอนก่อนกำหนดหรือเรียกร้องให้ธนาคารพาณิชย์ผู้ออกตราสารไถ่ถอนได้

จะเห็นว่าหุ้นกู้ดังกล่าวมีความเสี่ยงมากกว่าหุ้นกู้ปกติ คือ ไม่ได้รับดอกเบี้ยในปีที่ธนาคารขาดทุน หรือหากปิดกิจการจะได้รับเงินคืนหลังเจ้าหนี้อื่น และมีความเสี่ยงด้าน Reinvestment risk ที่ถูกไถ่ถอนคืนก่อนกำหนดทำให้ต้องหาแหล่งลงทุนใหม่ที่อาจได้ผลตอบแทนน้อยกว่าเดิม และที่สำคัญอาจขาดทุนจากการถูกบังคับให้ลดหนี้/ตัดหนี้สูญและแปลงหนี้เป็นทุน โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ที่ต้องรับความยินยอมจากทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้ ในกรณีแปลงเป็นหุ้นทำให้ต้นทุนที่แปลงอาจสูงกว่าราคาตลาด

อย่างเหตุการณ์ หุ้นกู้ AT1 ของธนาคารเครดิตสวิสที่มีการปรับลดมูลค่าหุ้นกู้จากมูลค่า 17,000 ล้านดอลลาร์ลงมาให้เหลือศูนย์ ตามคำสั่งของหน่วยงานกำกับดูแลกฎระเบียบสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นไปตามแผนการควบรวมกิจการเครดิต สวิสของยูบีเอส กรุ๊ป เอจี (UBS Group AG) ส่งผลให้ผู้ถือหุ้นกู้ AT1 จะสูญเสียเงินทั้งหมด ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าความเสี่ยงนี้เป็นอย่างไร…

รู้ไหมก่อนหน้านี้ หุ้นกู้ CoCo Bond เคยเป็นสินทรัพย์ที่เคยถูกแนะนำให้ลงทุนในช่วงเงินเฟ้อพุ่งและดอกเบี้ยขาขึ้น…

ถึงแม้ว่าความเสี่ยงของหุ้นกู้ CoCo Bond จะสูงกว่าตราสารหนี้ทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้ช่วงก่อนหน้าหุ้นกู้ CoCo Bond เคยได้รับความสนใจคือ ต้องเท้าความไปก่อนว่าในช่วงก่อนหน้านี้ที่ยังไม่เกิดวิกฤตทางสภาพคล่องของธนาคารต่าง ๆ ความเชื่อมั่นที่ว่าเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวและพื้นฐานกลุ่มธนาคารผู้ออกตราสารอยู่ในระดับแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ทำให้โอกาสที่ธนาคารจะไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยหรือชำระคืนเงินต้นนั้นลดลง

ทั้งนี้ความเสี่ยงด้านราคาน้อยกว่า เนื่องจาก CoCo Bond เป็นหุ้นกู้ที่จ่าย Coupon หรือจ่ายดอกเบี้ยสูง ในขณะที่มีโอกาสถูกไถ่ถอนคืนก่อนครบกำหนด ทำให้มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของบอนด์ยีลด์น้อยกว่าหุ้นกู้ประเภทอื่น ๆ

นั้นทำให้ในช่วงที่ก่อนหน้านี้หุ้นกู้ CoCo Bond เป็นสินทรัพย์ที่เคยถูกแนะนำให้ลงทุนได้จากเศรษฐกิจที่ฟื้นและธนาคารของโลกที่ยังมีความแข็งแกร่ง แต่ปัจจุบันนักลงทุนอาจรู้สึกกังวลเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตามก็เป็นความเสี่ยงสำหรับคนที่ลงทุนในหุ้นกู้ CoCo Bond ต้องรับรู้ไว้เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง ซึ่งในระยะยาวความน่าสนใจและความเชื่อมั่นในการลงทุนต่อหุ้นกู้ AT1 อาจลดน้อยลง เนื่องจากความเสี่ยงที่สูงมาก เพราะอาจจะไม่ได้รับเงินต้นคืน

มีสัดส่วนหุ้นกู้ เครดิตสวิสในกองไทยสูงสุดแค่ 5%

สำหรับนักลงทุนในไทย แม้ว่าข้อมูลจาก Bloomberg พบว่า มีกองทุนต่างประเทศ (FIF) ที่มีการลงทุนในหุ้นกู้ AT1 ของกองทุนไทย อยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ โดยกองทุนที่ลงทุนหนักสุด ก็ยังมีสัดส่วนหุ้นกู้ Credit Suisse แค่ 5% ของสินทรัพย์ในกองเท่านั้น รวมกันทั้งหมด 23 กองทุน ได้แก่

  • SCBOPP ลงทุนในกองหลัก GAM Star Credit Opportunities สัดส่วน 5.00%
  • KT-CSBOND-A ลงทุนในกองหลัก PIMCO GIS Capital Securities Fund สัดส่วน 4.53%
  • SCBGSIFUND ลงทุนในกองหลัก PIMCO Global Investment Grade สัดส่วน 1.54%
  • KF-TRB ลงทุนในกองหลัก PIMCO Total Return Bond Fund สัดส่วน 1.24%

กองทุนที่ลงทุนในกองหลักเดียวกันคือ PIMCO GIS Global Bond Fund สัดส่วน 1.17% ได้แก่

  • KT-BOND
  • KT-BOND RMF
  • TMBGDF
  • T-ES-GF
  • TMBGF
  • TMBGRMF

และลงทุนในกองหลัก PIMCO GIS Income Fund สัดส่วน 0.97% ได้แก่

  • SCBINC
  • UGIS
  • KF-CSINCOM
  • KFSINCRMF
  • PRINCIPAL GFIXED
  • LHGINCOME
  • TMBGINCOME
  • TMBGINCOMERMF

นอกจากนี้ยังมีกองทุนที่มีสัดส่วนลงทุนน้อยมาก ได้แก่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...