โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

'หมอริท' ปาดน้ำตา ท้อเจอครหารวยเพราะเงินสีเทา ความสำเร็จที่สร้างด้วยตัวเองไม่ได้ง่าย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 ก.พ. 2566 เวลา 12.07 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. 2566 เวลา 10.45 น.

‘หมอริท’ ปาดน้ำตา ท้อเจอครหารวยเพราะเงินสีเทา ความสำเร็จที่สร้างด้วยตัวเองไม่ได้ง่าย

ทุ่มเทเวลาเปิดคลินิกความงามตามที่ได้เรียนมาจนประสบความสำเร็จ สำหรับ หมอริท เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช หรือ ริท เดอะสตาร์ ที่ล่าสุดเมื่อเจอหน้าในงานเปิดตัวคอลเล็กชั่นใหม่แบรนด์ยูนิโคล่ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เจ้าตัวก็ได้เล่าถึงธุรกิจดังกล่าว พร้อมเผยความในใจทั้งน้ำตาว่า

ธุรกิจเป็นยังไงบ้าง?
“ตอนนี้ก็ไปได้ดีครับ ตอนนี้ส่วนใหญ่ทำคลินิกเป็นหลัก อยู่ในช่วงขยายสาขา ทำพวกมาตรฐานคลินิกแล้วก็ทำเทรนนิ่ง”

ตอนแรกตั้งเป้าปีนี้ไว้เป็นยังไงบ้าง?
“ทะลุแล้ว (ยิ้ม) ก็คือจำนวนสาขาก็ได้ตามเป้า ยอดขายก็ได้ตามเป้าถือว่าอยู่ในผลที่แฮปปี้โอเคครับ”

ตอนนี้มีทั้งหมดกี่สาขา?
“มี 6 แล้วก็กำลังจะเปิดเดือนเมษายนนี้ ที่สยามเป็นสาขาที่ 7 ส่วนปลายปีก็กำลังหาพื้นที่เพิ่มครับ”

ตั้งเป้าไว้ขนาดไหน?
“เอาแค่ไหนกรุงเทพฯก่อน ดูแลต่างจังหวัดก็คือดูแลไม่ไหวขออยู่แค่ในกรุงเทพฯก่อนอาจจะขยายปีหนึ่ง 3-5 สาขา ถ้าไหวนะ ซึ่งก็ไม่อยากให้มันเกินกำลังตัวเอง ดูทีมงานอีกทีด้วย”

ดูเติบโตแบบก้าวกระโดดเราดูแลยังไง?
“ถ้าคุยกันแบบสัตย์จริงมันก็มีจุดที่บกพร่องอยู่บ้าง แต่ในส่วนโอกาสที่เข้ามาแล้วก็เหมือนคนไข้ ลูกค้าเขาให้โอกาสเรา เราก็อยากคว้าโอกาสนี้ไว้เหมือนคนเห็นจุดยืนของเราแล้วคนก็เลือกที่จะเปิดใจใช้บริการแบรนด์เรา ริทเลยอยากคว้าโอกาสนี้ไว้ก่อน สุดท้ายจะเห็นว่าช่วงนี้มีแต่ประชุม เรียกทีมงานมาคุยหรือพัฒนาระบบ ทุกอย่างเป็นขั้นตอนเพื่ออัพเกรดตัวเองให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ แล้วก็ยังรับฟังฟีดแบ๊กจากทุกคนที่เข้ามาใช้บริการจากช่องทางรับฟัง ริทก็ต้องอ่านเอง เอามาปรับเป็นจุดๆ จุดไหนน่าสนใจก็เอามาแก้เรื่อยๆ”

ก่อนหน้านี้ก็มีดราม่าเรื่องคลินิก?
“เรื่องคิวต้องยอมรับจริงๆ ว่าคือเนื่องจากคนต้องการใช้บริการเยอะเกินกว่ากำลังการให้บริการที่เรามี มันก็มองได้หลายมุม มุมหนึ่งเราไม่ให้คิวบริการบางคนก็จะไม่พอใจที่ไม่ได้รับคิวบริการ หรือบางคนได้คิวบริการแต่มีการเลทก็ทำให้เขาไม่พอใจซึ่งตรงนี้เรารับทราบและได้ปรับปรุง ตอนนี้ริทได้มีการทำเกี่ยวกับประชุมหลังบ้านทั้งหมดแล้วก็แก้ไขเรื่องระบบคิวใหม่ จริงๆ ระบบการรับคิวแก้มาแล้ว 3 รอบ ก็ปรับมาเรื่อยๆ ให้อยู่ตรงกลางเพราะมันมีตั้งแต่ช่วงนัดแน่นเกินไป นัดเบาเกินไป มันไม่เกิดความพอดี ตอนนี้ค่อยๆ เป็นระบบที่เริ่มพอดีมากขึ้น แล้วก็จะเริ่มระบบรับนัดใหม่ช่วงมีนาคมนี้ จะเป็นการนัดแบบใหม่ ที่คิดว่าผลกระทบน่าจะน้อยลงแต่ยังไงถ้าเกิดปัญหาอะไรกับใครขึ้นริทมีระบบพร้อมให้ฟีดแบ๊ก สาขานั้นส่งมาได้เลยคุณมาวันนี้เวลานี้ เจอปัญหาแบบนี้แล้วเกิดอะไรขึ้นกับคุณ ริทพร้อมที่จะแอ๊กชั่นให้ (ยิ้ม) ตัวเองเหมือนจะเป็นผู้บริหารในแบรนด์ตัวเองแต่ดูแลลูกค้าแทนเพราะเราก็ไม่รู้ว่าหน้างานลูกค้าเจอประสบการณ์ที่ไม่ดีแล้วเราไม่รู้ ถ้าเรารู้เราก็จะจัดการให้”

ปัญหาอะไรที่หนักสุด?
“เป็นเรื่องคิวนี่แหละครับ เพราะตอนนี้สาขาริทมันเพิ่งขยายแค่ 6 สาขา แต่จำนวนคนที่ต้องการใช้บริการมันเยอะกว่านั้นมาก ซึ่งพยายามจัดการอยู่นะครับ (ยิ้ม) ไม่ได้นิ่งนอนใจเลย”

สาขาไม่เยอะไปกว่าที่เราจะดูแลได้?
“คือสาขาหนึ่งเรารับบริการ 20-30 คนต่อวัน ขึ้นอยู่กับหัตถการที่ทำ แล้วจำนวนคนที่ต้องการใช้บริการต่อวันมันเกินจำนวน มันเลยทำให้เรายังจัดการเรื่องนี้ไม่ได้ เอ๊ะไม่รับคิวหรือว่าเลือกรับคิวยังไง บางคนต้องวันนี้เท่านั้นเวลานี้เท่านั้น ขอหน่อยเถอะ อุบัติเหตุต่างๆ ไฟดับ หมอรถชน มีหลายปัจจัยมาก เป็นเรื่องที่บางทีเราไม่ได้บอกผู้ใช้บริการโดยตรงว่าเจอแบบนี้นะ แต่เราก็พร้อมรับทุกอย่างว่าเลทคือเลท ช้าคือช้า เลื่อนคือเลื่อน”

เลยมองว่าสาขาที่เพิ่มขึ้นช่วยเรื่องนี้?
“ใช่ หนึ่งในวิธีการแก้ปัญหาคือการเปิดสาขาเพิ่มเพื่อรองรับอันนี้แค่หนึ่งในนั้น แต่ใดๆ คือการจัดการระบบภายในยังเป็นเรื่องหลักอยู่ ซึ่งระบบการจัดการที่รื้อใหม่ทั้งหมดกำลังจะเสร็จมีนานี้ เปลี่ยนไปหมดทั้งระบบ การนัดคิว การคอนเฟิร์ม”

กับคอมเมนต์ที่ลูกค้าพิมพ์มันกระทบจิตใจเราไหม?
“จริงๆ ริทเตรียมใจไว้อยู่แล้ว ถ้าไม่นับปัญหานี้ วันหน้ามันก็ต้องมีปัญหาอื่น เพียงแค่เราต้องยอมรับว่าถ้าปัญหามันเกิดเราต้องมองอย่างเป็นกลาง เราอย่ามองเข้าข้างตัวเองหรือตัวลูกค้า ต้องมองว่าตรงกลางสิ่งที่ถูกต้องมันควรเป็นยังไงแล้วควรทำแบบไหน เรามองส่วนที่เขาพูดมันถูกไหม ถ้าถูกเราก็มาแก้ไข แต่ถ้าไม่ถูกเราก็จะทำยังไงที่เพื่อที่จะตอบรับกับเขา อย่างเคสนี้ที่เป็นประเด็นก็มีการติดต่อคุยกับเขา แล้วก็แก้ไขปัญหาให้เขา ริทก็ตอบทวิตเตอร์เองเลย จริงๆ ริทเป็นคนไม่ตอบทวิตเตอร์ แต่เคสนี้ริทรู้สึกว่าต้องตอบเพราะเหมือนคนเห็นประเด็นนี้เยอะ อาจจะทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่น แต่สุดท้ายอยากจะบอกว่าอยากให้เชื่อใจเพราะเราพร้อมปรับปรุงพัฒนา”

ตอนนี้เป็นเศรษฐีท่านหนึ่งแล้ว?
“อุ๊ย ยัง (เงินเก็บกี่ร้อยล้าน?) อย่าพูดถึงตัวเลขเลย (หัวเราะ) เอาเป็นว่าทำตามเป้าไปเรื่อยๆ มันก็มีแพสชั่นอะไรบางอย่างอยู่ สมัยก่อนก็มองแค่ตัวเอง เราอยากทำคลินิกนู่นนี้ ตอนนี้กลายเป็นครอบครัวแล้ว คือพนักงานเข้ามาเป็น 100 ชีวิต ทุกวันนี้คนนู่นนี้ก็มีเป้าหมายไม่เหมือนกัน เหมือนเราเอาความฝันของทุกคนมา ริทเหมือนจะโลกสวยที่เอาพนักงานมาอ้างแต่จริงๆ แล้วถ้ามองในสภาพแวดล้อมการทำงานจริงๆ ริทรู้สึกว่าต่อให้ระบบมันเติบโตที่เป็นมาตรฐานเราก็ยังต้องมีคำว่ามิตรจิตมิตรใจ ความเป็นครอบครัวพี่น้อง มนุษยธรรมอยู่ ไม่ใช่แค่สั่งงานๆ คุณต้องทำตามเรา ให้ได้ตามจ๊อบแค่นั้นจบอะไรแบบนี้”

แล้วครอบครัวของเราเองจะสร้างเมื่อไร?
“ครอบครัวเราน่าสงสารมากตอนนี้ บ้านที่ซื้อมาเอามาหลังแรก ก็ทำเป็นคลินิกที่แรก ตอนแรกก็เป็นคลินิกสามชั้น อีกชั้นก็ริทอยู่เอง และคุณพ่อคุณแม่ มีห้องกินข้าว มีที่ดูทีวี ตอนนี้ชั้น 4 โดนรื้อ ทำเป็นออฟฟิศ คุณพ่อคุณแม่มาไม่มีที่นอน ต้องแยกไปเช่าโรงแรม หรือไปนอนคอนโด ตอนนี้ซื้อบ้านใหม่ให้แล้ว แต่ก็ยังไม่เสร็จช่วงนี้ก็เหมือนบังคับว่าเจอกันไม่ได้นะ ตอนนี้แยกแล้วบ้านคือบ้าน แล้วก็มีออฟฟิศแยกไปอีกที่นึง”

ความรักของเราล่ะ?
“ตอนนี้ยังไม่มีอะไรโฟกัสกับงาน ตอบเหมือนดาราท่านหนึ่งแต่ตอนนี้ทำงานเยอะมากจริงๆ เมื่อวานก็นอนตีสามเพื่อคุยงาน เพื่อที่จะสร้างออฟฟิศให้เสร็จเพราะบางหน้าที่ไม่รู้ว่าใครจะทำเราก็ต้องทำ”

คุยกับแฟนถึงกี่โมง?
“แหม ไม่มีครับ โสดครับ (มีคุยไหม?) มันก็ต้องมีบ้างเรื่อยๆ กุ๊บๆ กิ๊บๆ จริงๆ ไม่ได้ยึดติดกับความรักเป็นคนชอบทำงานรู้สึกว่ามีเพื่อนก็แฮปปี้แล้ว คนรอบตัวทุกคนถามแต่ก็หาเวลาเจอเพื่อนก่อนเนอะ ตอนนี้ขอมีเวลาให้ตัวเองก่อน”

เรียกว่าโสดแต่ไม่สนิท?
“อืม…ก็ได้ แต่ก็โสดครับ”

ก่อนหน้านี้ที่เราใช้เงินวันเดียว 30 ล้าน?
“เรื่องนี้ทำคลิปแถลงไปแล้วว่าเราใช้เงินเพื่ออะไรบ้างถ้าเกิดใครดูเนื้อหาจริงๆ ของที่ซื้อส่วนใหญ่เป็น อสังหาริมทรัพย์ และเป็นสิ่งที่เจริญเติบโตอย่างเดียวเลย ไม่ว่าจะเป็นซื้อออฟฟิศไหม ซื้อบ้านใหม่หรือซื้อเครื่องมือแพทย์ ซึ่ง ฃใครที่ติดตามชีวิตริทจริงๆ จะรู้ว่า ริทแทบจะไม่ได้ซื้อของอะไรเลยจะเก็บเงินไว้ซื้อของที่จำเป็นทีเดียว จริงๆ ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะทำเป็นคอนเทนท์แต่ทุกอย่างมันว่างวันนั้นวันเดียวด้วยเวลาเรามันน้อยมาก ทุกอย่างนัดเซ็นภายในวันนั้นวันเดียวมานั่งนับรายการดูย้อนหลังเช็กไปมามันก็เลยกลายเป็นคอนเทนต์นั้นก็ปล่อยเป็นคอนเทนต์ไปไม่คิดว่ามันจะเป็นไวรัลขนาดนี้”

คนเลยอยากเป็นเราเพราะว่าใช้ชีวิตดี หาเงินเก่ง?
“จริงๆ เบื้องหลังมันก็ไม่ง่ายนะ ริทอาจจะดูเป็นคนตลกเฮฮา ยูทูบก็ดูชิลๆ เสื้อยืดกางเกงขาสั้น เจอคนไหนก็หัวเราะเฮฮา แต่จริงๆ เบื้องหลังการทำงานริท ว่าหนักมาก สู้มาก เพราะว่าเราตั้งโกลไว้บางอย่าง ว่าริทจะทำมันถึงเมื่อไหร่อยากจะเกษียณเมื่อไหร่ วันนี้จะต้องทำหนักแค่ไหน เรารับทราบมาอยู่แล้วเลยลุยตั้งแต่ตอนนี้เต็มที่ไปเลยเพื่อวางรากฐานให้ตัวเอง เพราะว่าเกิดมาเราไม่ได้มีรากฐานทางบ้านช่วย ริทอยู่กรุงเทพคนเดียวทำทุกอย่างคนเดียว พนักงานก็รู้ว่าริทน่าสงสารขนาดไหน พูดแล้วจะร้องไห้ (น้ำตาคลอ)”

พูดในมุมเราที่คนอาจจะไม่ได้เห็นว่ากว่าจะมาวันนี้มันลำบากขนาดไหน?
“เซ็นซิทีฟกับเรื่องนี้ จะบอกว่าทำคนเดียวก็ไม่ถูกมีพนักงานที่มาช่วยกันแต่เวลามองภาพพนักงานที่เขามองริทเข้ามาเขาเห็นว่าเราอยู่คนเดียวทำคนเดียว เขาก็ตั้งไจช่วย และอยู่กับเรา บางคนอยู่กับริทมาตั้งแต่ยังเป็นสาขาที่หนึ่งยังไม่มีอะไรเขาก็ยังอยู่ต่อจนถึงทุกวันนี้มันอาจจะไม่ใช่แค่เรื่องเงิน มันเป็นเรื่องที่เขาเห็นอะไรบางอย่างในตัวเราอย่างที่บอก คำพูดของริทมันอาจจะดูโลกสวยว่าอยากสร้างที่นี่ให้เป็นที่ที่มั่นคง เป็นครอบครัวให้กับพวกเขา มันเลยเซ็นซิทีฟ บางคนก็พูดว่าเราฟังแล้วก็ท้ออย่างเช่นว่า ไปทำเว็บพนันออนไลน์หรือเปล่าหรือว่ามีใครให้เงินมาลงทุนหรือเปล่า พอเราฟังแล้วความสำเร็จที่เราสร้างมันมาด้วยตัวของเราเอง โดยที่ไม่ต้องมีแบ๊กอัพยิ่งใครมาซัพพอร์ตอะไรเลยมันไม่ได้ง่ายนะ (ร้องไห้)”

ภูมิใจแค่ไหน ที่เราสร้างมันขึ้นมาจนสำเร็จเหมือนทุกวันนี้?

“ริทภูมิใจกับตัวเองมาก จริงๆ แล้วริทหยุดทำแล้วก็ได้ เพราะคิดว่าเงินที่ได้มาเพียงพอแล้วกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่อย่างที่บอกไปมีคนที่อยู่ข้างหลังเราอีกเป็น 100 ชีวิตเราต้องมองถึงจุดนั้น เป้าหมายของเราก็เปลี่ยนไปสมัยก่อนเรามองแค่ว่าโตอย่างเดียว ตอนนี้เรามองว่าเราประสบความสำเร็จระดับหนึ่งเรามองว่าธุรกิจของเพื่อนเราอะไรที่เราช่วยเหลือได้ เราพร้อมที่จะช่วยเหลือหมด เราเห็นว่าการที่จะทำอะไรแล้วมันสำเร็จขึ้นมาได้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แล้วถ้าเกิดไม่มีการช่วยเหลือจากคนรอบข้างมันเป็นไปได้ยากมาก อย่างริทเพื่อนๆ ที่อยู่ในวงการเข้ามาช่วยเหลือริทไม่ได้เคยจ่ายเงินค่ารีวิวแม้แต่บาทเดียว เพื่อนๆ ที่อยู่ในวงการเข้ามาซัพพอร์ต อันนี้เดี๋ยวช่วยโปรโมตให้ นึกย้อนหลังไปจนมาถึงวันนี้มันรู้สึกดี”

อยากขอบคุณอะไรพวกเขาบ้าง?
“ริทพูดถึงเรื่องความรักหรือเรื่องการขอบคุณไม่ค่อยเก่ง แต่ใครที่สัมผัสใกล้ชิดริทจะรู้เลยว่าริทไม่เคยลืมบุญคุณใคร แม้กระทั่งเขาจะช่วยเราในก้าวเล็กๆ หรือก้าวใหญ่ๆ ก็ตาม ริทพร้อมที่จะซัพพอร์ตเขาคืน หรืออะไรที่ช่วยเขากลับได้แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เราพร้อมที่จะทำ ซึ่งก็ขอบคุณทุกคนที่มีส่วนในการต่อสู้จนเดินมาได้ถึงทุกวันนี้ ขอบคุณทุกคนจากใจเลย ถ้าไม่มีพวกเขาเราก็ประสบความสำเร็จไม่ได้ในวันนี้ ซึ่งริทคิดว่าเราจะโตไปได้อีกยังต้องโตขึ้นไปอีก ริทรู้สึกว่ามันเร็วไปที่จะใช้คำว่าประสบความสำเร็จเพราะว่าเพิ่งทำมาได้ประมาณสองปีกว่ายังไม่หยุดแค่ตรงนี้แน่นอนครับยังต้องพัฒนาต่ออีกเยอะ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...