โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กองปราบลงเรืออำพรางตัวจับไต๋กงเรือผู้ต้องหาค้ามนุษย์กลางทะเลอ่าวไทย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 29 เม.ย. 2566 เวลา 05.07 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. 2566 เวลา 04.59 น.

เมื่อวันที่ 29 เมษายน พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปคม. พล.ต.ต.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผบก.รน. พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผบก.ปทส. ร่วมกันสั่งการให้ พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.ทศพล กิติลาภ สว.กก.6 บก.ป., ร.ต.อ.อนุวัฒน์ ณ ปัตตานี รอง สว.กก.6 บก.ป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป. ร่วมกันจับกุมนายประพาส สุเมธาโส อายุ 44 ปี และนายวิชิต สุเมธาโส อายุ 56 ปี สองพี่-น้อง ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ความผิดฐาน “สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ด้วยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการบังคับใช้แรงงานและได้ลงมือกระทำความผิดตามที่ได้สมคบกัน, ร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ด้วยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการบังคับใช้แรงงาน”

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 เม.ย.เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจนทราบว่านายประพาส ทำงานเป็นไต๋เรือประมงอยู่ในพื้นที่ จ.ปัตตานี และกำลังออกทะเลอยู่บริเวณอ่าวไทยจึงสนธิกำลังลงเรือตรวจการณ์ 2 ลำออกติดตามจับกุมนายประพาส โดยเหตุเกิดระหว่างปี พ.ศ.2552-2554 ต่อเนื่องกันหลายท้องที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า นายประพาสทำงานเป็นไต๋เรือประมงอยู่ในพื้นที่ จ.ปัตตานี และกำลังออกทะเลอยู่บริเวณอ่าวไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้นำเรือตรวจการณ์ออกตรวจสอบเรือ 2 ลำ โดยอำพรางเป็นเรือประมง 1 ลำ และเรือปั่นไฟ 1 ลำ ออกทำประมงคู่กัน โดยเรือตรวจการณ์ตามประกบและเรียกให้เรือผู้ต้องหาจอดจากนั้นเข้าตรวจสอบพบนายประพาสอยู่บนเรือโดยทำหน้าที่ไต๋เรือเพียงลำพังจึงเข้าควบคุมตัวพร้อมแสดงหมายจับให้ผู้ต้องหาทราบ หลังจากการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายประพาส กลับเข้าฝั่ง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นนายประพาสให้การว่าย้อนหลังกลับไปเมื่อราว 10 กว่าปีที่แล้วเคยเป็นไต๋เรือประมงโดยรับว่าจ้างให้นำเรือประมงออกหาปลาในน่านน้ำมาเลเซียและเคยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เจ้าของเรือประมงฝากลูกเรือติดเรือไปด้วยแต่ไม่ได้รู้ว่าเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์หรือไม่เพราะแค่รับลงเรือเท่านั้นและไม่เคยรู้มาก่อนว่าถูกออกหมายจับ แต่ทราบจากญาติว่าเคยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาหาที่บ้านหลายครั้งระหว่างที่เอาเรือออกไปกลางทะเลเป็นระยะเวลาหลาย ๆ เดือนตนเองกับนายวิชิต พี่ชาย ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมก่อนหน้าแยกย้ายกันหลบหนี โดยไม่ใช้โทรศัพท์ ไม่ติดต่อผู้ใดและใช้ชีวิตบนเรือเพียงลำพัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...