กองปราบลงเรืออำพรางตัวจับไต๋กงเรือผู้ต้องหาค้ามนุษย์กลางทะเลอ่าวไทย
เมื่อวันที่ 29 เมษายน พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปคม. พล.ต.ต.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผบก.รน. พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผบก.ปทส. ร่วมกันสั่งการให้ พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.ทศพล กิติลาภ สว.กก.6 บก.ป., ร.ต.อ.อนุวัฒน์ ณ ปัตตานี รอง สว.กก.6 บก.ป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป. ร่วมกันจับกุมนายประพาส สุเมธาโส อายุ 44 ปี และนายวิชิต สุเมธาโส อายุ 56 ปี สองพี่-น้อง ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ความผิดฐาน “สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ด้วยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการบังคับใช้แรงงานและได้ลงมือกระทำความผิดตามที่ได้สมคบกัน, ร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ด้วยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการบังคับใช้แรงงาน”
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 เม.ย.เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจนทราบว่านายประพาส ทำงานเป็นไต๋เรือประมงอยู่ในพื้นที่ จ.ปัตตานี และกำลังออกทะเลอยู่บริเวณอ่าวไทยจึงสนธิกำลังลงเรือตรวจการณ์ 2 ลำออกติดตามจับกุมนายประพาส โดยเหตุเกิดระหว่างปี พ.ศ.2552-2554 ต่อเนื่องกันหลายท้องที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า นายประพาสทำงานเป็นไต๋เรือประมงอยู่ในพื้นที่ จ.ปัตตานี และกำลังออกทะเลอยู่บริเวณอ่าวไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้นำเรือตรวจการณ์ออกตรวจสอบเรือ 2 ลำ โดยอำพรางเป็นเรือประมง 1 ลำ และเรือปั่นไฟ 1 ลำ ออกทำประมงคู่กัน โดยเรือตรวจการณ์ตามประกบและเรียกให้เรือผู้ต้องหาจอดจากนั้นเข้าตรวจสอบพบนายประพาสอยู่บนเรือโดยทำหน้าที่ไต๋เรือเพียงลำพังจึงเข้าควบคุมตัวพร้อมแสดงหมายจับให้ผู้ต้องหาทราบ หลังจากการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายประพาส กลับเข้าฝั่ง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นนายประพาสให้การว่าย้อนหลังกลับไปเมื่อราว 10 กว่าปีที่แล้วเคยเป็นไต๋เรือประมงโดยรับว่าจ้างให้นำเรือประมงออกหาปลาในน่านน้ำมาเลเซียและเคยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เจ้าของเรือประมงฝากลูกเรือติดเรือไปด้วยแต่ไม่ได้รู้ว่าเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์หรือไม่เพราะแค่รับลงเรือเท่านั้นและไม่เคยรู้มาก่อนว่าถูกออกหมายจับ แต่ทราบจากญาติว่าเคยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาหาที่บ้านหลายครั้งระหว่างที่เอาเรือออกไปกลางทะเลเป็นระยะเวลาหลาย ๆ เดือนตนเองกับนายวิชิต พี่ชาย ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมก่อนหน้าแยกย้ายกันหลบหนี โดยไม่ใช้โทรศัพท์ ไม่ติดต่อผู้ใดและใช้ชีวิตบนเรือเพียงลำพัง