โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวมอภิปรายครั้งสุดท้าย 2 : 'ฮั้ว' เฟื่องฟู หลานนายกฯ ถึงปลัดมหาดไทย-ขบวนการ E-Bidding

VoiceTV

อัพเดต 17 ก.พ. 2566 เวลา 05.28 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. 2566 เวลา 16.58 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

แทคติกหลานนายกฯ ชนะประมูล : จิราพร สินธุไพร พรรคเพื่อไทย

  • 25 ก.ค.2562 ประยุทธ์แถลงนโยบายเร่งด่วน 12 ข้อ หนึ่งในนั้นคือ แก้ไขปัญหาทุจริต ต่อมาพ.ค. 2564 ประยุทธ์ประกาศให้การแก้ปัญหาการทุจริตเป็น ‘วาระแห่งชาติ’
  • มีข้อมูลเปิดเผยว่า ‘ปฐมพล จันทร์โอชา’ หลานชายของนายกฯ เปิดบริษัทห้างหุ้นส่วนจำกัด คอนเทมโพรารี คอนสตรัคชั่น จดทะเบียนเมื่อ 4 พ.ค.2555 รับงานรับเหมาก่อสร้าง โดยใช้บ้านพักในค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ (สนามบิน) ต.อรัญญิก อ.เมือง จ.พิษณุโลก กองทัพภาคที่ 3 เป็นสถานประกอบการเพื่อทำธุรกิจส่วนตัวนานกว่า 5 ปี
  • ปฐมพลยังหากินกับโครงการของกองทัพอย่างต่อเนื่อง จนปี 2559 หลังมีกระแสวิจารณ์หนักในที่สุดปฐมจึงย้ายออกจากค่ายทหารหนีข้อครหา แต่ยังคงเดินหน้าประมูลงานของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง
  • เมื่อตรวจสอบข้อมูลบริษัท พบว่าปี 2555-2556 บริษัทของปฐมพลขาดทุนอย่างต่อเนื่อง แต่ปี 2557 บริษัทชนะการประมูลโครงการของรัฐมูลในค่าสูง พลิกโฉมจากบริษัทที่ขาดทุนต่อเนื่อง กลายเป็นบริษัทที่ชนะการประมูล 3 โครงการของกองทัพ มูลค่ารวม 28 ล้านบาท
  • บริษัทของปฐมพลยังชนะการประมูลงานของภาครัฐต่อเนื่องตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและใกล้เคียง ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 3 เขตอิทธิพลของบิดา-พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชายนายกฯ
  • ปกติแล้วหากเป็นโครงการรัฐมูลค่าสูง บริษัทที่เข้าประกวดราคาควรมีทุนจดทะเบียนสูง เพื่อการันตีสถานะทางการเงินและความน่าเชื่อถือ ทำไมบริษัทปฐมพล ทุนจดทะเบียนเพียง 1.5 ล้านบาทจึงชนะการประกวดราคา สมมติฐานคือชนะประมูลเพราะนามสกุล จันทร์โอชา
  • ปี 2557 บริษัทหลานประยุทธ์ประมูลงานของภาครัฐรวมกันเป็นมูลค่าหลายสิบล้าน แต่จากการตรวจสอบพบว่า บริษัทดังกล่าวมีเครื่องมือและอุปกรณ์ในการประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง 13 รายการ มูลค่าเพียง 385,574 บาท แบ่งเป็นเครื่องมือช่างทั่วไป 12 รายการ พาหนะ 1 รายการ ไม่มีเครื่องจักรกลหนักแม้แต่รายการเดียว พฤติกรรมส่อแววว่าเป็นนายหน้าที่ชนะประมูลงานเพื่อนำไปขายต่อ
  • เมื่อตรวจสอบสถานที่ตั้งบริษัทนายปฐมพลหลังย้ายออกจากค่ายทหาร พบว่าตั้งอยู่ที่ 160/19 หมู่ 5 ต.อรัญญิก อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีลักษณะเป็นเพียงบ้านพัก มีรถเก๋งสีดำ 1 คัน รถแกร็บส่งของ 1 คัน
  • เมื่อดูสภาพบริษัทคู่เทียบ ที่เข้ามาแข่งขันราคากับบริษัทปฐมพล พบว่า

-บริษัทคู่เทียบ (ตัวย่อ T) มีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ตัวอาคารมีเก่า ทรุดโทรม ขนาดเท่าห้องน้ำสาธารณะ

-บริษัทคู่เทียบ (ชื่อย่อ ส.ศ.) มีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท มีสภาพเป็นห้องแถวเก่าๆ

-บริษัทคู่เทียบ (ชื่อย่อ ส.ม.ค) มีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาทสภาพเป็นบ้านพักอาศัย

-บริษัทคู่เทียบ(ชื่อย่อ หจก ว.) ทุนจดทะเบียน 3 ล้านบาท มีสภาพเป็นบ้านพักอาศัย แต่ประมูลโครงการรัฐที่มีมูลค่าถึง 45 ล้าน

  • สรุปได้ว่า บริษัทคู่เทียบที่เข้ามาแข่งขันกับบริษัทหลานนายกฯ ไม่ต่างอะไรกับ ‘บริษัททิพย์’ หรือเป็นบริษัทนอมินีสำหรับเป็นคู่เทียบยื่นเสนอราคาเท่านั้น
  • 10 โครงการที่บริษัทของปฐมพลชนะการประมูลนั้น แบ่งเป็นของกองทัพภาคที่ 3 จำนวน 9 โครงการ กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 1 โครงการ โดยพบว่า การประมูลเหล่านี้มีพฤติการณ์สมยอมราคาหรือฮั้วประมูลถึง 6 โครงการ ส่วนอีก 4 โครงการ พบว่า บริษัทที่เข้ามาแข่งขันราคาคือบริษัทเดิมๆ ที่ใช้วิธี ‘สลับกันแพ้ สลับกันชนะ’ นำมาสู่ข้อสังเกตว่า นี่คือการแสดงละครตบตา
  • โครงการที่ปฐมพลชนะประมูล พบว่า ราคาที่ชนะการประมูลต่ำกว่าราคากลางเพียงเล็กน้อย อีกทั้งผลต่างการเสนอราคา ห่างกันน้อยกว่า 1 % ทุกโครงการ

หลานนายกฯ ‘นอมินี’ ทุนจีนสีเทา : จิราพร สินธุไพร พรรคเพื่อไทย

  • หลังมีการเปิดโปงกลุ่มทุนจีนสีเทา มีข้อมูลที่โยงใยไปถึง ปฐมพล หลานประยุทธ์จากกรณีที่เขาทำธุรกิจนำเข้ารถทัวร์ร่วมกับ ‘ตู้ห่าว’ ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินและยาเสพติด
  • เริ่มต้นจาก กลุ่มทุนจีนสีเทา โดย นาย ห. (ชื่อย่อ) เจ้าของบริษัทแม๊กซิมัสออโต้ จำกัด (บริษัทนี้เปลี่ยนชื่อมาแล้วหลายครั้ง) ได้นำเข้ารถทัวร์หลายร้อยคัน ยี่ห้อ Sunlong จากจีนเข้ามาในไทย โดยปฐมพลได้เข้าไปตกลงธุรกิจโดยการซื้อรถทัวร์และทำสัญญาผ่อนส่ง (Leasing) กับบริษัทชื่อย่อ A ภายใต้ชื่อ ‘ห้างหุ้นส่วนจำกัด คอนเทมโพรารี คอนสตรัคชั่น’ ของปฐมพล
  • ภายหลังปฐมพลนำรถทัวร์ไปให้บริษัท เอ็มแอนด์เอ็ม ทรานสปอร์ต เซอร์วิส จำกัด ของนายสิทธิไพบูลย์ คำนิล ซึ่งเป็นพี่ชายของภรรยานายตู้ห่าวเช่าช่วงต่อ
  • ที่จริงแล้ว กลุ่มทุนจีนของนาย ห. และนายตู้ห่าว สามารถทำธุรกิจด้วยกันโดยตรงได้ เพราะรู้จักมักคุ้นกันอยู่แล้ว ชาวจีน 2 รายนี้ได้สัญชาติไทยวันเดียวกัน ( 3 ธ.ค. 2557) พูดง่ายๆ ว่า บริษัท เอ็มแอนด์เอ็มของนายตู้ห่าวสามารถเช่าซื้อรถทัวร์นำเข้าของนาย ห. ได้โดยตรง ไม่จำเป็นต้องมีหลานชายประยุทธ์ไปร่วมธุรกิจ แต่เหตุใดต้องดึงหลานนายกฯ มาร่วมลงทุนด้วย
  • คำตอบคือ จากคำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลาง คดีหมายเลขแดงที่ ภ228/2561 พิพากษาเมื่อปี 2563 รวมถึงคำพิพากษาของศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คดีหมายเลขแดงที่ 14528/2564 และคำพิพากษาของศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คดีหมายเลขแดงที่ 14529/2564 รวม 3 ฉบับ ชี้ให้เห็นว่า บริษัท เบสท์รินกรุ๊ป จำกัด (ปัจจุบันชื่อแม๊กซิมัสออโต้ ) และบริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของนาย ห. เคยมีประวัติการนำเข้ารถทัวร์จากจีนโดยสำแดงถิ่นกำเนิดสินค้าที่มาเลเซีย เป็นข้อมูลเท็จเพื่อเลี่ยงภาษีจากความตกลงระหว่างประเทศอาเซียน
  • นาย ห. เคยมีประวัติเช่นนี้หลายครั้ง แต่พอมาทำธุรกิจกับ ปฐมพล กลับไม่พบปัญหาว่ามีการนำเข้ารถทัวร์โดยสำแดงถิ่นกำเนิดสินค้าเป็นเท็จอีกเลย คำถามคือ นาย ห. กลับใจมาทำธุรกิจถูกกฎหมาย หรือไม่มีใครกล้าแตะต้องตรวจสอบ
  • สรุปคือ นาย ห. ตู้ห่าว และปฐมพล จันทร์โอชา เป็นกลุ่มเครือข่ายที่ทำมาหากินร่วมกัน ดังนั้น เรื่องนี้ต้องมีการตรวจสอบว่า รถทัวร์ที่หลานชายนายกฯ ซื้อมานั้น นำเข้าโดยสำแดงถิ่นกำเนิดสินค้าถูกต้องหรือไม่ ชำระภาษีถูกต้องหรือไม่
  • บริษัทปฐมพล ก่อนหน้านี้รับงานจากภาครัฐมาร่วมพันล้านบาท แต่บริษัทกลับมีสถานะขาดทุน ข้อมูลจากปี 2563 ขาดทุนถึง 16.5 ล้านบาท ทั้งที่เป็นคู่สัญญาของรัฐต่อเนื่องถึง 8 ปี คำถามคือ บริษัทที่ขาดทุน เอาเงินจากไหนไปทำธุรกิจรถทัวร์
  • มีคนตั้งข้อสังเกตว่า นายตู้ห่าวคือคนจ่ายเงินให้หลานนายกฯ เป็นนอมินี เพื่อนำเงินไปจ่ายค่าดอกเบี้ยเงินผ่อนค่ารถทัวร์ ที่ใช้วิ่งในกิจการรถทัวร์จีน
  • เมื่อหลานชายพลเอกประยุทธ์มีความสัมพันธ์กับทุนจีนสีเทา ดังนั้น ตามพ.ร.บ.ปราบปรามการฟอกเงิน มาตรา 5 หลานชายนายกฯ ย่อมเข้าข่ายโอนหรือรับโอนเงินจากนายตู้ห่าว และตามมาตรา 5 (3) ได้มา ครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดของนายตู้ห่าวที่ทำการฟอกเงิน

ชี้แจง : ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

  • เรื่องการทุจริตผิดกฎหมายนั้น ไม่ควรนำตัวนายกฯ ไปโยงกับคนนั้นคนนี้ “ผมคือตัวผม คือครอบครัวผม ผมไม่เคยเอื้อประโยชน์ใคร” และย้ำว่าให้ไปตรวจสอบได้ตามกระบวนการ
  • ส่วนเรื่องคดีต่างๆ ที่ได้อภิปรายมา มองว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคลที่ผู้บังคับบัญชาจะต้องกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดีที่สุด "คนเรามีทั้งดีและคนไม่ดี ไม่ใช่ว่าเลวไปทั้งหมด ตำรวจใช้ไม่ได้ ทหารก็แย่ ก็ลองกลับมาย้อนดูตัวเองบ้างแล้วกัน" ขอให้เห็นใจตำรวจที่มีกำลังพลมากกว่า 200,000 นาย ทำงานดีๆ มีอีกเยอะ อย่างไรก็ตาม หากเจอใครพัวพันผลประโยชน์ให้แจ้งมา จะเรียกมาสอบทุกรายเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และตนต้องรักษาศักดิ์ศรีของตำรวจดีๆ เอาไว้

‘ค่าน้ำชา’ ของปลัดมหาดไทย : ณัฐชา บุญไชยสวัสดิ์ พรรคก้าวไกล

  • โครงการ ‘1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตรถนนพาราซอยล์’ เป็นโครงการสืบเนื่องมาจากรัฐบาล คสช. ในปี 2562 รัฐบาลอ้างว่าโครงการนี้จะช่วยทำให้ราคายางพาราดีขึ้น แต่หลังจากมีโครงการราคายางก็ไม่ได้ดีขึ้น แต่เงินในกระเป๋าของข้าราชการระดับสูงหลายคนเพิ่มขึ้น เอกชนผลประกอบการสูงขึ้น
  • ราคายางในปี 2561 อยู่ที่ 42.74 บาท ปี 2562 อยู่ที่ 43.69 บาท ปี 2563 อยู่ที่ 44.74 บาท จนสิ้นสุดโครงการในปี 2564 ราคาก็ขึ้นมาแค่ 52 บาท แต่โครงการนี้ลงทุนไปนับพันล้านบาท
  • โครงการนี้มีการตรวจสอบพบว่า มีความไม่ชอบมาพากล เพราะการยางแห่งประเทศไทยได้อนุมัติบริษัทที่ผ่านการรับรองสารเคมีซึ่งจำเป็นในการใช้ทำถนนพาราซอยล์เพียง 3 บริษัท ซึ่งสื่อขุดคุ้ยว่ามีผู้ถือหุ้นกลุ่มเดียวกัน มีที่อยู่ในซอยเดียวกัน และได้อภิปรายกันไปแล้ว
  • ภาคต่อเรื่องนี้เริ่มจากจุดเล็กๆ ของเพื่อนสนิท ระหว่างข้าราชการท้องถิ่น- ตัวแทนบริษัทค้าสารเคมี-ผู้รับเหมาทำถนนพาราซอยล์ที่ ซึ่งพันไปถึงผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทย
  • เรื่องเริ่มต้นจากตัวละคร 3 ตัวคือ นาง พ. มีตำแหน่งเป็นรองปลัดเทศบาลอำนาจเจริญ ซึ่งมี นาย ช. เป็นสามีและเป็นตัวแทนบริษัทค้าสารเคมี และนางสาว ป. ผู้เป็นเพื่อนรักของทั้งคู่ มีอาชีพเป็นผู้รับเหมา
  • พ. และ ช. ได้พูดคุยกับ ป. ว่า หากสนใจที่จะรับงานโครงการทำถนนพาราซอยล์ 7 จังหวัดในภาคอีสาน จะต้องจ่ายค่าน้ำร้อนน้ำชา 15% โดย 5% แบ่งไว้ให้ท้องถิ่น อีก 10% ต่อส่งให้ ‘นาย’ตัวละครเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ตัว คือ ‘นาย’ นายผู้นี้มีอักษรย่อว่า อสถ.
  • ในไลน์การพูดคุยระหว่าง พ.กับผู้รับเหมา ป.นั้น พ.ได้แคปหน้าจอการพูดคุยของเธอกับ อสถ.มาโชว์เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับ ป. ว่าสามารถฮั้วประมูลโครงการได้แน่นอน เพราะมี อสถ. ร่วมวงด้วย ภาพหน้าจอเป็นการพูดคุยว่า ‘ระเบียบใหม่’ กรณีงบเหลือจ่ายโครงการที่ไม่เกิน 10 ล้าน ไม่จำเป็นต้องผ่านมือ สตง. สามารถจบเรื่องได้ที่ อสถ. เลย
  • อสถ. มักมีข้อมูลเชิงลึกที่ส่งให้ พ. ตลอดเพื่อให้ พ. นำไปดำเนินการต่อกับผู้รับเหมา ป. แม้แต่เอกสารที่จะเป็นการโอนเปลี่นแปลงโครงการที่เพิ่งผ่านการสอบตรวจความถูกต้องของหนังสือภายในหน่วยงาน ยังไม่มีการรันเลขหนังสือก็ส่งถึงมือผู้รับเหมาแล้ว มีการย้ำด้วยว่า “รอเซ็นอยู่” เพื่อเรียกรับผลประโยนชน์
  • แต่เนื่องจากโครงการไม่ชอบมาพากล อสถ. จึงต้องปกป้องตัวเอง ส่งไลน์ไปบอก พ. ว่า หนังสือดังกล่าว ‘รองฯ ขจร’ จะเป็นคนเซ็นแทน และเมื่อเอกสารจริงออกมาก็เป็นไปตามนั้น ลงนามโดย ‘รองฯ ขจร’ ซึ่งเป็นการลงนามแทนอธิบดีกรมการส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น
  • เอกสารที่ออกมาเป็นการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ 1,870 ล้านบาท ในส่วนที่ผู้รับเหมา ป. ได้ไปมีทั้งหมด 7 จังหวัด รวม 55 โครงการ แต่ละโครงการมีมูลค่า 9 ล้านบาทเศษ ขาดอีกพันเดียวจะถึง 10 ล้านก็มี รวมแล้วเป็นเงิน 394 ล้านบาท
  • จากนั้นมีการส่งเลขบัญชีของนาย ช. โดยมีการโอนเงินกันต่อเนื่องหลายวัน เพราะวันหนึ่งไม่สามารถโอนเงินได้เกิน 2 ล้าน ยอดการโอนรวมทั้งสิ้น 39 ล้านบาท
  • หลังจากนั้นเหตุการณ์เริ่มชลมุน เนื่องจากมีการอภิปรายเปิดโปงในสภาเสียก่อนว่า มีการฮั้วประมูลระหว่างการยางฯ กับบริษัทค้าสารเคมี การยางฯ จึงร้อนตัวให้การรับรองบริษัทค้าสารเคมีเพิ่มอีก 20 บริษัท จากตลาดผูกขาดที่คิดว่าจะล็อคสเปคกันได้ง่าย กลายเป็นคู่แข่งเพิ่มมากขึ้น ทำให้เริ่มเกิดความไม่ไว้ใจกัน
  • มีการเขียนเช็คจากโรงจำนำชวนชมซึ่งเป็นธุรกิจของ นาง พ. ส่งให้ผู้รับเหมา ป. จำนวน 27 ล้านบาท โดยระบุว่าหากไม่ได้งาน ให้นำเช็คไปขึ้นเงินได้เลย แต่สุดท้ายก็ได้โครงการไม่ครบตามที่จ่ายค่าน้ำชาไป ผู้รับเหมา ป.จึงได้เอาเช็คไปขึ้นเงิน แต่ปรากฏว่าเช็คเด้งทุกใบ
  • เมื่อเช็คเด้งจึงกลายเป็นความบาดหมางระหว่างเพื่อน นายใหญ่ อสถ. ออกโรงโทรตรงไปหาผู้รับเหมา ป. โดยเป็นเบอร์โทรเดียวกันกับที่โชว์อยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงมหาดไทย มีการพูดคุยกัน 5 นาที สรุปใจความได้ว่าจะเคลียร์ยอดเงิน 27 ล้านให้เอง และขอให้ยุติปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเสีย จะหางานใหม่ให้และจะส่งคนใหม่ไปพูดคุยด้วย
  • ตัวละครใหม่ที่จะเข้าไปเคลียร์ ใช้ชื่อไลน์ว่า ‘ณัฐพร โตประยูร’ มีการส่งรูปตัวเองที่เห็นหน้าชัดเจนไปให้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือด้วย แต่ผู้รับเหมา ป.ปฏิเสธที่จะคุยด้วย
  • เมื่อพบความไม่ชอบมาพากล กระทรวงมหาดไทยทำการตรวจสอบกันภายใน ปรากฏออกมาว่า นาง พ. ถูกตัดสินว่าทำผิดวินัยชั่วร้ายแรง แต่ อสถ.กลับไม่มีความผิดใดๆ
  • ในขณะที่เรื่องแดงแบบนี้ ต้องถาม รมว.มหาดไทยว่าเรื่องนี้มันคืออะไร เพราะคนที่ถูกฟันว่าผิดวินัยชั่วร้ายแรง จากรองปลัดเทศบาลกลับให้ขึ้นเป็นปลัดเทศบาลบ้างแก้ว จ.สมุทปราการ และล่าสุด นาง.พ ถูกย้ายไปช่วยราชการที่จังหวัดอำนาจเจริญอีกครั้ง ส่วนรองอธิบดีที่ลงนามในหนังสือให้ผู้รับเหมาก็ได้รับ ‘การลงโทษ’ ให้เลื่อนเป็นอธิบดีในปัจจุบัน
  • ส่วนอธิบดีหรือ อสถ. ที่เป็นตัวละครหลักของเรื่องถูก ‘ลงโทษขั้นร้ายแรง’ ให้ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย

ชี้แจง : อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย

  • ช่วงเวลานั้นรัฐบาลมีเจตนาที่จะทำให้ราคากลับมามีราคาที่ดีขึ้น จึงได้คิดแนวทางที่จะนำยางมาใช้ในโครงการต่างๆ ส่วนกรณีกล่าวหาว่ามีการฮั้วการออกใบรับรองให้บริษัทค้าสารเคมีนั้น ทางการยางแห่งประเทศไทยได้ชี้แจงไปแล้วว่ามีการทยอยรับรอง ไม่ได้ให้ผูกขาด
  • ส่วนเรื่องที่มีการร้องเรียนว่ามีการจ่ายเงินค่าฮั้วประมูลโครงการ แต่ไม่ได้รับงานตามที่ตกลงไว้ ทางกระทรวงมหาดไทยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง สรุปว่า รองปลัดเทศบาลจังหวัดอำนาจเจริญกับสามี มีความผิดจริงและกระทรวงก็ไม่ได้ปิดบัง
  • กรณีที่บอกว่าเมื่อมหาดไทยลงโทษด้วยการเลื่อนขั้นให้นั้น คนที่เลื่อนขั้นให้ก็ต้องมีโทษด้วย ขอให้มั่นใจได้ว่า ใครที่ทำพิเรนทร์ ประชาชนจะได้เห็นคนรับผิดชอบ
  • มีการพูดถึงตัวปลัดคนปัจจุบัน ในช่วงนั้นนาย สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ในชั้นนี้ยังไม่ปรากฏหลักฐานเชื่อมโยงจึงยุติเรื่อง และการแต่งปลัดก็เป็นการแต่งตั้งตามระเบียบ เพราะเรื่องในขณะนั้นยังไม่ปรากฏหลักฐาน ขั้นตอนการแต่งตั้งก็ดำเนินไป หากตอนนี้มีข้อมูลตามที่อภิปรายก็สามารถส่งข้อมูลมาได้ จะมีการดำเนินการตรวจสอบลงโทษทางวินัย ส่วนในทางอาญาก็จะมีการดำเนินการร้องเรียนต่อ ปปช.ต่อไป
  • ส่วนการที่ปลัดแต่งตั้งรองอธิบดีขึ้นเป็นอธิบดี ก็ถือว่าเป็นอำนาจของปลัด ไม่ใช่อำนาจของรัฐมนตรี ถ้ารัฐมนตรีไปแต่งตั้งเองถือว่าทำผิดกฎหมายทันที และหากมีการตรวจสอบแล้วว่าการแต่งตั้งนั้นไม่ถูกต้อง คนที่แต่งตั้งก็มีความผิดด้วย

ขบวนการทุจริต E-Bidding : มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ พรรคไทยศิวิไลซ์

  • ปี 2559 หลังมีการเปิดใช้ระบบ E-Bidding (อี-บิดดิ้ง) เพื่อแก้ปัญหาการฮั้วประมูลในระบบ E-Auction (อี-อ๊อกชั่น) โดยกรมบัญชีกลางได้ซื้อระบบมาจากบริษัท Professional Computer ซึ่งเป็นบริษัทลูกของล็อกซเล่ย์ ดังนั้น ผู้ที่จะมีรหัสของระบบอี-บิดดิ้งคือบริษัทและเจ้าหน้าที่กรมบัญชีกลาง หรืออธิบดีกรมบัญชีกลาง ซึ่งเป็นลูกน้องของอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง และ สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง
  • ปี 2563 มีการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐอยู่ที่ 1.37 ล้านล้านบาท เกือบ 5 ล้านโครงการ ปี 2564 1.41 ล้านล้านบาท ปี 2565 (ครึ่งปีงบประมาณ) อยู่ที่ 8.55 แสนล้านบาท
  • ระบบนี้มีปัญหาการคอร์รัปชั่นรวมศูนย์ ยกตัวอย่างการประมูลงานที่จังหวัดบุรีรัมย์ พบว่า การก่อสร้างถนนลาดยางคอนกรีตแอสฟัลท์ที่ตำบลบัวทอง มูลค่าไม่เกิน 2 ล้านบาท มีบริษัทมาประมูลซื้อแบบกว่า 100 เจ้า แต่มีการเคาะราคาเพียง 2 ราย และโครงการมีลักษณะนี้อีกมาก
  • ประเด็นคือ มีเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลาง รู้เห็นเป็นใจ ‘ขายรายชื่อ-เบอรโทรผู้ซื้่อแบบประมูล’ เพื่อให้มีการติดต่อสื่อสารและเจรจาก่อนวันสุดท้ายของการซื้อแบบ และมีการเรียกรับเงินราว 1.8 % ของวงเงินโครงการนั้น
  • ถ้าการทุจริตอยู่ที่ 1.8 % คำนวณได้ว่า งบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐปี 2563 มีการทุจริตอยู่ที่ 24,754 ล้านบาท ปี 2564 มีการทุริตอยู่ที่ 25,447 ล้านบาท ปี 2565 มีการทุริตอยู่ที่ 15,390 ล้านบาท
  • ขบวนการทุจริต อี-บิดดิ้ง แบ่งได้เป็น 5 กลุ่ม คือ
  • 1. เอกชนรับงานจาก อบจ.-อบต.-เทศบาล-
  • 2. เอกชนรับงานจากจังหวัดและกลุ่มจังหวัด
  • 3. เอกชนรับงานกระทรวงคมนาคม อาทิ กรมทางหลวง ทางหลวงชนบท-รฟท.ฯ
  • 4. เอกชนรับงานจากกระทรวงเกษตรฯ อาทิ กรมชล-กรมต่างๆ
  • 5. เอกชนรับงานจากกระทรวง ทบวง กรมอื่นๆ แม้แต่ สตง. ป.ป.ช.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รวมอภิปรายครั้งสุดท้าย 1 : เศรษฐกิจมหภาคเหลว ถดถอยจนไปแข่งกับลาว-เมียนมา

รวมอภิปรายครั้งสุดท้าย 3 : กำไรปตท.ภาระค่าไฟประชาชน โรงไฟฟ้าชุมชนก็ปลอม

รวมอภิปรายครั้งสุดท้าย 4 : ทุนยาเสพติดเมียนมา-ทุนจีนสีเทาเต็มเมือง เพราะ 'ไทยเทา'

รวมอภิปรายครั้งสุดท้าย 5 : ส่วนต่างรถไฟฟ้าสีส้ม 6.8 หมื่นล้าน-เร่งขยายสัมปทานทางด่วน

รวมอภิปรายครั้งสุดท้าย 6 : ความไม่คืบหน้า ‘จ่าคลั่ง’ กราดยิงโคราช-เค้กเรือหลวงสุโขทัย

รวมอภิปรายครั้งสุดท้าย 7 : กอ.รมน.รัฐซ้อนรัฐ รัฐประหารวางรากฐานจนปัจจุบัน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...