“บิ๊กตู่” พร้อมแจงปมพลังงานในสภาฯ
“บิ๊กตู่” พร้อมแจงปมพลังงานในสภาฯ บอกถามมาก็ตอบตามหลักการ ไม่รู้ ข่าวล็อบบี้สภาล่ม ยันยินดีไปตอบคำถาม
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 ก.พ.2566 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบาย พลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 1/2566 โดยกล่าวตอนหนึ่งก่อนเข้าสู่วาระการประขุม ว่า วันนี้ เป็นการ ประชุม คณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ (กพช.)ซึ่งวันนี้มีหลายวาระเพื่อทราบและเพื่อพิจารณา ซึ่งตนอาจจะต้องตั้งข้อสังเกตบ้างในบางประเด็น สิ่งสำคัญวันนี้เราต้องทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการเกี่ยวกับเรื่องพลังงานของเรา ซึ่งเราต้องช่วยกันดูว่า ประเทศชาติและประชาชนจะได้รับประโยชน์อะไรจากการที่เราทำตรงนี้ อีกทั้งหลายเรื่องก็คงจะถูกนำไปพูดในการอภิปรายในสภาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งจะต้องมีการชี้แจงให้ได้หมดทุกประเด็น เพราะพลังงานถือเป็นเรื่องสำคัญทั้งแก๊ส ทั้งน้ำมัน และพลังงานไฟฟ้า ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องชี้แจงให้ประชาชน สังคมเกิดความมั่นใจและเชื่อมั่น
จากนั้นเวลา 11.55 น.พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า การพิจารณาของคณะกรรมการ เราจะต้องดูทุกอย่างเพราะวันนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปมาก จากสถานการณ์ภูมิศาสตร์และความขัดแย้ง ส่งผลให้ราคาพลังงานสูงขึ้น ทั้งแก๊สและน้ำมัน ที่มีความผันผวนขึ้นลงตลอดเวลา จึงต้องหามาตรการที่เหมาะสม วันนี้ก็มีการหารือ ว่าจะดูแลกลุ่มเปราะบางต่อไปอย่างไร คงต้องมีการต่อมาตราการช่วยเหลือต่อไป สำหรับกลุ่มที่ใช้ไฟฟ้าไม่มากนัก วันนี้ก็ให้บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) มาช่วยเรื่องงบประมาณตรงนี้ เพราะภาครัฐใช้งบประมาณไปพอสมควร ประมาณ 4 พันกว่าล้านบาท เพื่อที่จะรักษามาตรการที่เคยให้ไว้ให้คงอยู่ต่อไป เมื่อถามว่า ประเด็นเรื่องพลังงานอาจจะมีการหยิบไปอภิปรายทั่วไป แบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 จะกำชับอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กำชับยังไง ก็ตอบไปตามหลักการ คือทำอย่างไรให้เรามีพลังงานที่เพียงพอ และมันผูกพันไปถึงเรื่องอุตสาหกรรมไฟฟ้าด้วย ที่สำคัญคือต้องมีพลังงานที่เพียงพอ ไฟไม่ดับ ไม่ตก ควบคู่ไปกับการเดินหน้าพลังงานหมุนเวียน แต่เนื่องจากพลังงานหมุนเวียนบางทีอาจไม่เสถียร เราก็แก้ปัญหาโดยใช้แบตเตอรี่เพิ่มเติม เพื่อให้สม่ำเสมอ ไม่เช่นนั้น เครื่องจักร เครื่องมือจะเสียหาย เรื่องพลังงานมันซับซ้อน ยืนยันว่าตนทำทุกอย่างให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุดทุกภาคส่วน
เมื่อถามถึงกระแสข่าวมีแกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)รายหนึ่ง ล็อบบี้ไม่ให้พรรคร่วมรัฐบาลเซ็นชื่อเข้าประชุมสภาในช่วงการอภิปรายทั่วไปมาตรา 152 ในวันที่ 15-16 ก.พ. นี้ว่าข่าวมาจากไหนตนไม่รู้ แต่เห็นทุกคนยืนยันว่ายินดีไปร่วม และตนก็ยินดีเข้าไปตอบแค่นั้นเอง มันจะเกิดไม่เกิดก็ดูก็แล้วกันว่าทำไมไม่เกิด และไม่เกิดเพราะอะไร ตนชี้แจงได้หมด แต่การอภิปรายครั้งนี้เข้าใจว่าส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เคยอภิปรายมาบ้างแล้ว ใหม่ๆก็เป็นเรื่องตำรวจบ้างอะไรบ้างก็ชี้แจงไป เพราะทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม เราต้องอยู่ด้วยกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ว่าคิดเองเออเอง ไอ้นี่ผิดไอ้นี่ถูกมันไม่ได้ ต้องเอากฎหมายมาดู ซึ่งทุกคนมีสิทธิ์หมดในกระบวนการยุติธรรมใช่หรือไม่ ไม่เช่นนั้นจะมีทนาย มีศาลไว้ทำไม ถ้าเขาสู้ได้ก็สู้ไป ถ้าสู้ไม่ได้ก็ติดคุกก็เท่านั้น มันต้องอยู่กันด้วยแบบนี้