โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘ริโก้’ เล็งย้ายการผลิตบางส่วน จากจีนมาไทย เลี่ยงโดน ‘ทรัมป์’ ขึ้นภาษี

The Bangkok Insight

อัพเดต 27 พ.ย. 2567 เวลา 04.19 น. • เผยแพร่ 27 พ.ย. 2567 เวลา 04.19 น. • The Bangkok Insight

ผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานรายใหญ่ของญี่ปุ่น "ริโก้" วางแผนที่จะย้ายฐานการผลิตเครื่องพิมพ์แบบมัลติฟังก์ชั่น (multifunction printers) ที่จะส่งไปจำหน่ายยังสหรัฐ จากจีน มาไทย เพื่อเลี่ยงไม่ให้โดนสหรัฐเก็บภาษีนำเข้า 60% ตามที่ "โดนัลด์ ทรัมป์" ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศไว้

ที่ผ่านมา นายทรัมป์ ที่จะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างเป็นทางการ ในเดือนมกราคม 2568 ได้กล่าวย้ำหลายครั้งระหว่างการหาเสียงว่า เขาจะดำเนินมาตรการต่อสินค้านำเข้าจากจีน โดยริโก้ มียอดขายสินค้าในสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของยอดขายสินค้าทั่วโลกของบริษัท

ริโก้

นิกเคอิ เอเชีย รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า ริโก้มีแผนที่จะปรับเปลี่ยนการผลิต จากโรงงานของบริษัทในนครเซี่ยงไฮ้ และตงกวน ในมณฑลกวางตุ้ง มายังไทย

ภายใต้แผนการที่วางไว้ บริษัทจะส่งออกเครื่องพิมพ์สำนักงาน ที่ยังคงการผลิตในจีนไว้ ไปยังภูมิภาคอื่น ๆ รวมถึง ญี่ปุ่น และยุโรป โดยจะย้ายฐานการผลิตเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันแบบเอ4 มายังไทย ที่เป็นฐานการผลิตเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันแบบเอ3 ที่ส่งออกไปยังอเมริกาเหนือ มาตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงที่นายทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ สมัยแรก

นอกจากนี้ ริโก้ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาที่จะใช้ฐานการผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และที่อื่น ๆ ที่บริษัทร่วมลงทุนกับโตชิบา เทค เพื่อการผลิตสินค้าส่งออกไปยังสหรัฐด้วย

ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนเร่งส่งออกผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในจีน ไปยังอเมริกาเหนือ ก่อนที่จะมีการกำหนดภาษีศุลกากรอัตราใหม่ ซึ่งหมายความว่าสินค้าคงคลังของบริษัท อาจเพิ่มขึ้นระหว่าง 1,000-2,000 ล้านเยนภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2568

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาก่อนหน้าที่นายทรัมป์ จะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ บรรดาบริษัทญี่ปุ่น ต่างพากันลดการลงทุนในจีนอยู่แล้ว

ผลสำรวจที่จัดทำโดยกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น ซึ่งสำรวจบริษัทการผลิตประมาณ 5,300 แห่งที่ควบคุมโดยเจ้าของชาวญี่ปุ่น แสดงให้เห็นว่า การลงทุนในจีนรวมถึงฮ่องกงของบริษัทเหล่านี้ ลดลง 16.2% มาอยู่ที่ 951 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายนที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ต่างจากการลงทุนโดยรวมของบริษัทญี่ปุ่นเหล่านี้ ที่ลดลงเพียง 0.7%

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X (Twitter):https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...