โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ในวันที่กล้าออกจากคอมฟอร์ตโซน เพื่อเรียนรู้ใหม่กับการเป็น Software Developer – ‘เสือ’ นันทวัฒน์ ธนสารเศรณีวณิช วัย 53 ปี

มนุษย์ต่างวัย

อัพเดต 11 ม.ค. 2568 เวลา 22.52 น. • เผยแพร่ 12 ม.ค. 2568 เวลา 23.00 น. • มนุษย์ต่างวัย

“ผมเป็นอีกคนที่เริ่มจาก 0 แต่วันนี้ผมให้คะแนนตัวเองเต็ม 100 ถ้าคุณกล้าที่จะออกจากคอมฟอร์ตโซน ถ้าคุณเชื่อว่าคุณทำได้ อะไรก็หยุดคุณไม่ได้

“อายุอาจจะมีผลต่อสภาพร่างกาย แต่กับสมองไม่ใช่แบบนั้น ผมว่าสมองของคนเรามันไม่เคยแก่ เราสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และพัฒนามันได้เรื่อย ๆ ตอนเรียนผมก็สามารถเรียนรู้ตามเพื่อน ๆ รุ่นน้องทัน บางเรื่องก็สามารถที่จะอธิบายหรือสอนน้อง ๆ ได้ด้วยซ้ำ”

มนุษย์ต่างวัยคุยกับ “เสือ” นันทวัฒน์ ธนสารเศรณีวณิช วัย 53 ปี อดีตวิศวกร อาจารย์

มหาวิทยาลัย และ Project Manager ที่ผันตัวจากคนใช้งานมาเป็นคนเขียนและสร้างโปรแกรม ทางเทคโนโลยีในวัย 50+ โดยที่ไม่เคยมีพื้นฐานมาก่อน ผู้เข้าร่วมโครงการ 𝗝𝘂𝗻𝗶𝗼𝗿 𝗦𝗼𝗳𝘁𝘄𝗮𝗿𝗲 𝗗𝗲𝘃𝗲𝗹𝗼𝗽𝗲𝗿 รุ่นที่ 8 ซึ่งเป็นโครงการภายใต้ความร่วมมือระหว่างเจเนเรชั่น ประเทศไทย และ สำ นักเคเอ็กซ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ที่มุ่งมั่นในการสร้างโอกาสและทักษะ ทางอาชีพ เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับผู้ที่สนใจอยากเปลี่ยนสายอาชีพเข้าสู่สายงานเทคโนโลยีดิจิทัล หรือเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์

ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจตลอดระยะเวลา 15 สัปดาห์ ทำให้เขาสามารถเรียนรู้จนจบหลักสูตรจากบูทแคมป์รุ่นล่าสุดได้ไปเมื่อช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา และตั้งใจว่าอยากเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจดี ๆ ให้กับคนที่มีฝันและอยากลองก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซนในวัยนี้ที่ หลายคนอาจมองว่ามันช้าเกินไป

ก่อนหน้านี้เสือเรียนจบปริญญาตรีด้านวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล และปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ ชีวิตมีโอกาสได้ทำงานหลายอย่าง และมีประสบการณ์ในหลายสาขาอาชีพ ทั้งวิศวกร อาจารย์มหาวิทยาลัย Project Manager แต่ก็ไม่เคยมีประสบการณ์หรือความรู้ทางด้านเทคโนโลยี หรือการพัฒนาซอฟต์แวร์มาก่อน จนวันหนึ่งมีโอกาสได้ดูแลโครงการของภาครัฐเพื่อเทรนบุคลากรในโรงงานให้มีความรู้ ความสามารถในการควบคุมเครื่องจักร หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อใช้พัฒนาอุตสาหกรรมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงทำให้เขาเริ่มสนใจงานในด้านนี้

วันหนึ่งมีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรมกับทางเพจมนุษย์ต่างวัยและได้รู้จักกับโครงการ 𝗝𝘂𝗻𝗶𝗼𝗿 𝗦𝗼𝗳𝘁𝘄𝗮𝗿𝗲 𝗗𝗲𝘃𝗲𝗹𝗼𝗽𝗲𝗿 และเห็นว่าโครงการฯ น่าสนใจ จึงไปศึกษาข้อมูลต่อและสมัครเข้าเรียนจนสามารถจบหลักสูตรนักพัฒนาซอฟต์แวร์รุ่นล่าสุดมาได้

“ตำแหน่งล่าสุดในการทำงานของผม คือ Project Manager มีหน้าที่ดูแลโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นการอบรมบุคลากร หรือลงพื้นที่ภาคสนาม มีช่วงหนึ่งที่รัฐบาลส่งเสริมเรื่อง Industry 4.0 เพื่อยกระดับแรงงานในภาคเอกชนให้มีความรู้ ความสามารถในการควบคุมหุ่นยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีสูง ๆ ได้ พอผมมีโอกาสได้ดูโครงการนี้ก็เลยเป็นตัวจุดประกายว่า เราเองก็คุมโครงการอัปสกิล รีสกิลให้กับคนในภาคอุตสาหกรรม ทำไมถึงไม่มีความรู้ทางด้านโปรแกรมพวกนี้เลย ก็เลยอยากจะเรียนรู้ว่ามันทำงานอย่างไร ควบคุมแบบไหน

“นอกจากนี้ผมก็อยากเปลี่ยนสายงานและอยากทำงานอิสระที่สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ ผมคิดว่าในอนาคตการเรียนรู้เรื่องพวกนี้มันจะเป็นพื้นฐานให้เราเข้าใจถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ ถ้าเราเข้าใจมัน เราก็จะสามารถเข้าใจเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ไม่ยาก และจะเป็นพื้นฐานให้เราไปต่อยอด หรือศึกษาภาษาอื่น ๆ ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมได้ง่ายขึ้น”

เริ่มเรียนรู้สิ่งใหม่ในวัย 50+

“ด้วยความที่ผมจบมาทางสายวิศวกรรมศาสตร์ ทำให้ผมค่อนข้างคุ้นเคยกับระบบการเรียนปรับพื้นฐานในสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อนอยู่แล้ว พอทางโครงการส่งรายละเอียดคอร์สมาให้ผมก็เลยไปศึกษาไว้ตั้งแต่ก่อนที่จะเริ่มเรียน จากทางช่องยูทูบต่าง ๆ พอให้เข้าใจข้อมูลเบื้องต้น นอกจากนี้ผมก็สอนทางด้านการตลาดดิจิทัล ทำให้ผมค่อนข้างคุ้นเคยกับเว็บไซต์ด้านอีคอมเมิร์ซ หรือการซื้อขายสินค้าหรือบริการผ่านทางอินเทอร์เน็ต เพียงแต่ว่าไม่ได้ลงไปโค้ดดิ้งแค่นั้น

“อุปสรรคสำคัญสำหรับผมไม่ใช่เรื่องอายุแต่คือความไม่รู้ แต่ความโชคดีคือเรารู้ว่าจุดที่เราไม่รู้มันคือจุดไหน เราก็เลยสามารถใช้ ChatGPT ช่วย หรือสามารถถามอาจารย์ผู้สอนเพิ่มเติมได้ ช่วงแรก ๆ ที่เรายังจับทางไม่ได้ เราก็ถามบ่อยหน่อย ถามเพื่อนร่วมคลาส แล้วก็ศึกษาด้วยตัวเอง โดยใช้ AI เป็นตัวช่วย ก็มีบ้างที่รู้สึกท้อ แต่คิดว่าถ้าหลุดไปเลยยาว ๆ มันก็จะตามไม่ทัน

“คอนเซปต์ของผมคือทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้เรากลับมาเข้าใจเนื้อหา ทางผู้สอนเคยบอกว่าหลักสูตรนี้ออกแบบมาสำหรับคนที่เรียน 4 ปี คิดดูว่าจากระยะเวลา 4 ปีต้องเรียนให้จบภายใน 15 สัปดาห์ มันแน่นมาก พอจบคลาสในแต่ละวันผมก็จะศึกษาด้วยตัวเองต่อ พยายามแกะออกมาทีละเรื่องจนเข้าใจมัน

“ก่อนหน้านี้ผมก็ไม่เคยเรียนออนไลน์นานขนาดนี้ แต่ผมมีปรัชญาในใจว่า ถ้ามีโอกาสแล้ว เราต้องทำให้ได้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ผมจะต้องทำให้ได้ เพราะผมตัดสินใจไปแล้ว จะไม่มีทางทิ้งกลางทางแน่นอน”

ได้ความรู้ ทักษะ และโอกาสในการเข้าสู่งานสายเทคฯ

“จุดเด่นที่ทำให้ผมสนใจโครงการฯ นี้ก็คือ การที่มีการดูแลในพาร์ตของการต่อยอดเรื่องการหางาน การทำเรซูเม ซึ่งโครงการอื่น ๆ ไม่มีแบบนี้ ทำให้ผมรู้สึกสนใจมาก ก็เลยอยากมาลองเรียนรู้ด้วยตัวเอง ประกอบกับการเห็นตัวอย่างความสำเร็จของคนที่จบหลักสูตรไปในรุ่นก่อน ๆ ที่สามารถเปลี่ยนสายงานได้จริง ทำให้เราเชื่อมั่นว่าการมาเข้าร่วมโครงการครั้งนี้จะไม่ได้แค่ความรู้ แต่เรามีโอกาสที่จะได้งานทำจริง ๆ

“การมาเรียนรู้กับโครงการ 𝗝𝘂𝗻𝗶𝗼𝗿 𝗦𝗼𝗳𝘁𝘄𝗮𝗿𝗲 𝗗𝗲𝘃𝗲𝗹𝗼𝗽𝗲𝗿 สิ่งที่จะได้กลับไปแน่ ๆ เลยก็คือ Tecnical Skills แต่นอกจากจะเรียนทางทฤษฎีแล้ว เราก็ต้องมีการพัฒนาทางด้าน EQ ด้วย วิชาที่ผมชอบก็เลยเป็นวิชา BSM หรือ Behavioural skills and mindsets ซึ่งจะช่วยพัฒนาทางด้าน EQ ให้เรา เพื่อไปทำงานร่วมกับคนอื่นได้ เพราะถ้าเราเก่งแต่ทฤษฎีแต่ทำงานร่วมกับคนอื่นไม่ได้ เราก็ไปต่อไม่ได้เหมือนกัน

“วิชานี้มีกิจกรรมหลายอย่างให้ทำร่วมกับเพื่อน ๆ เช่น วาดรูป หาของ นำอุปกรณ์มาช่วยกันสร้างบ้าน ฯลฯ ที่ผมชอบวิชานี้เพราะมันให้ทักษะในการดำรงชีวิต การมีมนุษยสัมพันธ์กับคนอื่นเป็นสิ่งที่สำคัญ การเรียนตรงนี้เหมือนเป็นการย่นระยะเวลาการเรียนรู้ของเรา เหมือนทางลัดที่จะบอกสิ่งสำคัญและให้ประสบการณ์ชีวิตกับเราได้ในเวลาอันสั้น”

ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ทำ

“สำหรับผมการโค้ดดิ้งเป็นเรื่องที่ห่างไกลตัวเรามาก ไม่เคยคิดว่าเราจะได้มาทำอะไรแบบนี้เพราะเราเป็นคนใช้งานมาตลอด แต่ทุกวันนี้เราสามารถเขียนโปรแกรมเองได้แล้ว ซึ่งถ้าไม่ได้มาเรียนในหลักสูตรนี้คงจะไม่มีโอกาสได้ทำแน่นอน ส่วนเรื่องการออกแบบให้สวยงาม น่าใช้ เราก็ต้องไปเรียนรู้เพิ่มเติมอีกที

“หัวใจสำคัญของการเรียนให้ประสบความสำเร็จ ผมคิดว่าคือความพยายามและความรับผิดชอบในการที่จะทำมันให้ได้ เราต้องไปหาความรู้เพิ่มเติมด้วย เพราะมันเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะเรียนรู้ทุกคำสั่งอย่างละเอียดได้ภายในคลาสที่มีเวลาจำกัด”

การเรียนรู้ไม่มีคำว่า ‘สูญเปล่า’

“การที่เราเรียนจนจบหลักสูตรได้ถือเป็นการชนะใจตัวเองมาก ๆ ตอนแรกก็หวั่น ๆ ว่า เราจะไหวไหม แต่พอเรียนไปเรื่อย ๆ ก็เห็นว่าตัวเองก็เรียนรู้ไปกับน้อง ๆ ได้ เป็นสิ่งที่ผมภูมิใจในตัวเองมาก

“ผมคิดว่าหลังจากนี้ก็ตั้งใจจะหางานในตำแหน่ง Project Manager ไปอีกสักระยะหนึ่ง ผมคิดว่าทักษะและประสบการณ์ของผมสามารถทำประโยชน์ให้กับองค์กรได้ ถ้าจะไม่ได้เอาไปใช้เลยก็คงเสียดาย แล้วหลังจากนั้นอาจจะเริ่มเบนเข็มไปทำอะไรบางอย่างของตัวเอง ในอนาคตผมอาจจะสอนการเขียนโค้ดดิ้งให้เด็ก ๆ ก็ได้

“สิ่งที่ผมได้เรียนรู้มาตลอดระยะเวลา 15 สัปดาห์นั้นเป็นประโยชน์มาก ๆ ถึงแม้ว่าผมอาจจะหางานไม่ได้ แต่ผมก็ไม่ได้มองว่าเป็นการเสียเวลาเลย ยังไงผมก็ใช้ความรู้ได้ ไปต่อยอดได้แน่นอน”

ทุกความสำเร็จที่เกิดขึ้นเริ่มจากเชื่อมั่นว่า ‘เราทำได้’

“ผมอยากขอบคุณทีมผู้สอนที่ให้ความรู้ทั้งทางด้าน Technical Skills และ Soft Skills ขอบคุณทีมงานที่ช่วยเป็นกำลังใจมาตลอดบูทแคมป์ ทุกคนทำงานกันหนักและคอยช่วยเหลือในทุก ๆด้าน ทั้งทางด้านโปรแกรม และการอำนวยความสะดวกเรื่องการเตรียมตัวสมัครงานต่าง ๆ

“ขอบคุณเพื่อน ๆ ร่วมคลาส เพื่อน ๆ ร่วมโปรเจกต์ที่อยู่ด้วยกันมาตลอด 15 สัปดาห์ ทุกคนช่วยเหลือกัน แชร์กันในสิ่งที่ตัวเองแชร์ได้และมีความถนัด น้อง ๆ หลายคนพยายามอย่างเต็มที่ในการที่จะช่วยแก้ปัญหาให้เรา ผมรู้สึกประทับใจตรงจุดนี้มาก

“สุดท้ายก็ขอบคุณตัวเองที่สู้มาตลอด 15 สัปดาห์จนจบหลักสูตรได้ ได้พิสูจน์ว่าถึงแม้จะอายุเยอะก็เรียนได้ สามารถที่จะเรียนไปพร้อมกับน้อง ๆ ได้ โดยไม่มีช่องว่างในความแตกต่างระหว่างอายุ แค่อายุต่างกัน แต่เราก็เรียนรู้ได้ไม่ต่างกัน”

สนใจโครงการ 𝗝𝘂𝗻𝗶𝗼𝗿 𝗦𝗼𝗳𝘁𝘄𝗮𝗿𝗲 𝗗𝗲𝘃𝗲𝗹𝗼𝗽𝗲𝗿ดูรายละเอียดได้ที่ https://thailand.generation.org

สมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 19 มกราคม 2568 เวลา 23.59 น.

ช่วงเวลาบูทแคมป์ 3 กุมภาพันธ์ - 23 พฤษภาคม 2568

ภายใต้ความร่วมมือระหว่างเจเนเรชั่น ประเทศไทย และ สำนักเคเอ็กซ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สำหรับผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตรงกับเกณฑ์การได้รับทุนการศึกษา สามารถแจ้งขอรับทุนจากองค์กรเพื่อสังคมเจเนเรชั่น ประเทศไทย ผ่านระบบรับสมัคร

ทุนการศึกษาจำนวนจำกัด จากเจเนเรชั่น ประเทศไทย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Generation Thailand - เจเนเรชั่น ประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...