โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'นสพ.คือชีวิตพ่อ' บุตรชาย ไพบูลย์ วงษ์เทศ อำลาครั้งสุดท้าย หลากวงการร่วมอาลัย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 30 ธ.ค. 2567 เวลา 11.40 น. • เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2567 เวลา 08.07 น.

หลากแวดวง อาลัย ‘ไพบูลย์ วงษ์เทศ’ ลูกชาย บรรเลงเพลงสุดท้าย-เล่าซึ้ง ‘กวีขี้เมาใช้ชีวิตคุ้มค่า’ ดูแลครอบครัว รักหนังสือพิมพ์จนวันสุดท้าย

เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ณ ศาลาสุวณณฺรํสี วัดชิโนรสารามวรวิหาร เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ พิธีสวดพระพุทธมนต์ เลี้ยงภัตตาหารเพล และกล่าวคำอำลา ‘นายไพบูลย์ วงษ์เทศ’ อดีตนักหนังสือพิมพ์ นักคิด นักเขียน นักกวี ซึ่งเสียชีวิตอย่างสงบที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยได้แจ้งเจตจำนงอุทิศร่างให้เป็นอาจารย์ใหญ่ เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และการศึกษา ณ โรงพยาบาลศิริราช

เวลา 10.00 น. ครอบครัว นายไพบูลย์ วงษ์เทศ โดย นางกัลยา วงษ์เทศ ภรรยา, นางสาวบุณยธิดา วงษ์เทศ บุตรสาว และนายจอนปรอท วงษ์เทศ บุตรชาย ต้อนรับแขกผู้มาร่วมแสดงความอาลัย อาทิ นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี อดีตศิลปินเเห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2554 และนักเขียนชมรมพระจันทร์เสี้ยว บรรณาธิการวารสารสังคมศาสตร์ปริทัศน์ พร้อมด้วยเพื่อนในแวดวงนักเขียน วรรณกรรม และหนังสือพิมพ์เต็มศาลา อาทิ นายทรงวิทย์ ดลประสิทธิ์ นักเขียน นักค้นคว้าด้านศิลปวัฒนธรรม เจ้าของผลงาน ‘หนุมานชาญสมร’ ท่ามกลางพวงหรีดแสดงความอาลัยจากบุคคลและหน่วยงานต่างๆ อาทิ เครือมติชน, สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย, สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย, ปิยบุตร แสงกนกกุล, กลุ่มเพื่อนโอลด์ ประชาชาติ, สมาคมแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย, สวนกุหลาบวิทยาลัยรุ่น 135, สายรหัสนิเทศจุฬา, คณะกรรมการนิสิจุฬาฯ62 และโชว์ห่วย เพื่อนจอนปรอท เป็นต้น

รวมถึงป้าย ภาพกลอนบทสุดท้ายของนายไพบูลย์ วงษ์เทศ ความว่า

‘นอนอยู่บนเตียงคนไข้ศิริราช
ปฏิเสธเด็ดขาดไม่รักษา
ถึงคราวตายก็ต้องตายในเวลา
ไม่อาจหลีกเลี่ยงฟ้าพญายม
มีชีวิตยาวนานพอสมควร
แม้จะม้วยมรณ์ประมวลก็เหมาะสม
ไม่ห่วงหน้าพะวงหลังรั้งอารมณ์
เหมือนสายลมพัดผ่านกาลเวลา’

22 ธันวาคม 2567
14.35 น.
ตึกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลศิริราช

ต่อมาเวลา 10.10 น. พระภิกษุสงฆ์วัดชิโนรสารามวรวิหาร 10 รูป เริ่มทำพิธีสวดพระพุทธมนต์ โดยมีครอบครัวและแขกผู้มีเกียรติ ร่วมบำเพ็ญกุศล และอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ล่วงลับ พร้อมถวายผ้าบังสุกุลเครื่องไทยธรรม และหนังสือ หมายเหตุร่วมสมัย งานกวีนิพนธ์ของ ไพบูลย์ วงษ์เทศ ที่เขียนขึ้นช่วงรัฐบาลคณะปฏิรูปฯ หลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เป็นต้น

พระครูชิโนวาสธไรงค์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชิโนรสารามวรวิหาร กล่าวเทศนาว่า ผู้ตายเป็นผู้ชื่อเสียงตาย แล้วสอนเรา เป็นครูสอนให้เห็นว่า ร่างกายที่เราหวนแหน เรารักนักหนาในที่สุดก็เอาไปไม่ได้ที่จะเอาไปไม่ได้ก็คือบุญกุศลในจิตใจที่ทำขึ้นนั้น จะติดตัวไปซึ่งเป็นสิ่งที่จะติดตัวไปทั้งในปัจจุบัน และอนาต

จากนั้น ถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ บริเวณศาลาวัดชิโนรสารามวรวิหาร

เวลา 11.00 น. นายจอนปรอท วงษ์เทศ ศิลปินวง Mercury Goldfish บุตรชาย กล่าวคำอำลาว่า ตนขอเป็นตัวแทนของครอบครัวในการกล่าวอำลา โดยรู้สึกว่าถ้าวันนี้ไม่ได้พูด ก็น่าจะติดอยู่ในใจไปอีกนานพอสมควร ไม่ได้ตั้งใจที่จะมาสรรเสริญ หรือ กล่าวคุณงามความดีอะไรมาก ซึ่งเชื่อว่าพ่อก็ไม่ได้อยากให้ทำอย่างนั้น

“ผมจะมาเล่าเรื่องราวของพ่อเกี่ยวกับมุมที่ผมรู้จัก และทุกท่านที่มาในวันนี้ก็คงรู้จักคุณพ่อในหลายบทบาท ไม่ว่าจะเป็นพี่ชาย น้องชาย เพื่อน นักเขียน นักข่าว กวีขี้เมา แต่สำหรับผมพ่อเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่า เต็มที่กับทุกสิ่งที่เขาทำมากที่สุดคนหนึ่งที่ผมได้รู้จัก

เรื่องที่ผมได้ยินตั้งแต่เด็ก พ่อมักจะเล่าเรื่องชีวิตวัยหนุ่มที่เต็มไปด้วยเรื่องราวโลดโผน สนุกสนาน และไม่เหมือนใคร ซึ่งถ้าจะเปรียบเทียบตัวละครในหนังภาพยนตร์ ก็ควจะเป็นตัวละครเอกที่ไม่มีใครเดาได้ว่า ตัวละครนี้จะไปเจออะไรบ้าง และตอนต่อไป ตอนจบจะเป็นอย่างไร” นายจอนปรอทกล่าว

นายจอนปรอทกล่าวไปอีกว่า ตั้งแต่ชีวิตวัยเด็กของพ่อที่ปราจีนบุรี เข้ามาเรียนในกรุงเทพ เข้ามาเป็นเด็กวัดที่วัดเทพธิดารามวรวิหาร การเป็นหนุ่มผมยาวเรียนช่างศิลป์ และการเป็นหนุ่มผมยาวและเข้าสู่วงการหนังสือพิมพ์

“ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่เขาทำงานที่ประชาชาติ หรือ ช่วงที่เขาพบเจอเจอแม่ของผมโดยบังเอิญ หญิงสาวที่อยู่บ้านตรงข้าม ที่กลายมาเป็นคู่ชีวิตที่อยู่ด้วยกันมา 37 ปี ถึงแม้ว่าจะทะเลาะกันเป็นกิจวัตร แต่ก็ยังอยู่ด้วยกัน และดูแลกันมาจนวันสุดท้าย

ทุกสิ่งที่เขาทำมันดูเหมือนการผจญภัย เขาดูสนุกกับทุกอย่างที่เขาเจอ ส่วนเรื่องราวที่เขาภูมิใจและเล่าให้ผมและพี่สาวฟังอยู่บ่อยๆ หรือ โม้ให้เพื่อนทุกคนฟัง คือ เรื่องที่เขาลี้ภัยไปอยู่สวีเดน เดินทางด้วยรถไฟสายทรานส์-ไซบีเรีย เที่ยวรอบโลก ก็เรียกได้ว่า พ่อใช้ชีวิตได้คุ้มเกินคุ้ม พ่อใช้ชีวิตอย่างเต็มที่และ ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองต้องเสียใจว่าน่าจะทำ” นายจอนปรอทเผย

นายจอนปรอทกล่าวว่า ในชีวิตพ่อมี 2 สิ่งที่รักมากที่สุด คือ หนังสือและครอบครัว เรื่องหนังสือพ่อให้ความสำคัญกับมันอย่างมาก ถึงแม้ว่ามันจะเข้าสู่ยุค AI Digital แล้ว แต่พ่อก็ยังไปคนหนึ่งและน่าจะเป็นคนสุดท้ายของศตวรรษนี้ ที่สั่งหนังสือพิมพ์ที่บ้านมาทุกวัน จนกลิ่นกระดาษคลุ้งที่บ้านเต็มไปหมด

“แม่พยายามเอาหนังสือพิมพ์ไปทิ้งหลายครั้ง แต่พ่อก็บอกว่า หนังสือพิมพ์คือชีวิตพ่อ อาชีพพ่อ และหนังสือพิมพ์ก็เป็นกลิ่นที่ติดตัวเขาไปจนวันสุดท้าย ซึ่งสำหรับพ่อการเขียนไม่ใช่แค่งาน แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนของเขา ทุกบทกลอนที่พ่อเขียนเต็มไปด้วยความตั้งใจ ไม่เคยมีสักชิ้นที่พ่อเขียนไปแบบส่งๆ บางครั้งพ่อก็ตื่นมาทำ จนตี 3 ตี 4 กว่าจะพอใจในผลงาน

ผมจำได้ว่า มีครั้งหนึ่งที่ผมลืมส่งอีเมล์ให้พ่อ เพราะพ่อส่งอีเมล์ไม่เป็น เขาจะให้ผมส่งให้ทุกวันจันทร์ เขาโกรธผมมากบอกว่า ทำไมถึงไม่มีความรับผิดชอบขนาดนี้ แล้วก็ไม่คุยด้วยหลายวัน สำหรับพ่อมันไม่ใช่แค่กลอน 1 ชิ้น แต่มันคือแพชชั่นที่พ่อทำมาตั้งแต่เด็ก” นายจอนปรอทเผย

นายจอนปรอทกล่าวว่า ในส่วนของครอบครัว พ่อก็เป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ที่ไม่ได้เพอร์เฟคไปทุกเรื่อง มีข้อผิดพลาดบ้าง ดื้อและซ่าบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่ตนรู้แน่ชัด คือ พ่อรักครอบครัวมาก พ่อตั้งใจเป็นพ่ออย่างเต็มที่ ทำมันอย่างดีที่สุดเท่าที่พ่อจะทำได้

“เพื่อนของพ่อหลายคนอาจจะสงสัยว่า ไพบูลย์ วงษ์เทศ คนที่บ้าระห่ำ ขี้เมา โลดโผนหายไปไหน คนที่ดื้อ ยึดมั่นในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ ในช่วงเวลาสุดท้ายของเขา เขาอุทิศให้กับลูกๆและครอบครัว กลายเป็นลุงแก่ที่อยู่ติดบ้านแบบรักสงบ” นายจอนปรอทเผย

นายจอนปรอทกล่าวว่า พ่อเป็นคนที่มีคาแรคเตอร์ชัดมาก ไม่แปลกว่าพ่อจะเจอใคร เขามักจะจำได้เสมอ ไม่ว่าจะเพื่อนตน เพื่อนพี่สาว ครูที่โรงเรียน พนังงานเซเว่นที่ไปคุยโม้ด้วย หรือ วันที่ผมมาดูสถานที่จัดงานวันนี้ คุณป้าที่ดูแลศาลานี้ซึ่งเขาก็จำพ่อได้ เขาจำภาพพ่อที่ขี่จักรยาน ด้านหน้ามีผมและด้านหลังพี่สาวซ้อนท้ายอยู่ ปั่นส่งไปโรงเรียนทุกวันจนเป็นรูทีน

“ทุกวันพ่อจะตื่นมาทำอาหาร และตื่นมาทำอาหารให้ผมแบบนี้ทุกเช้าตลอด 26 ปี ตั้งแต่อนุบาลจนผมทำงานเป็นหนุ่ม พ่อก็ยังตื่นมาทำอาหารให้ หรือแม้กระทั่งตอนที่ผมทำงานแล้ว เขาก็จะนั่งเบาะหน้าไปกับแม่ที่ขับไปส่งผมที่ MRT เพราะสภาพหลังๆ เขาก็ไปส่งไม่ไหวแล้ว

แม้กระทั่งเมื่อเช้าเอง ผมก็เพิ่งกินแกงจับฉ่ายที่พ่อทำเป็นหม้อสุดท้ายก่อนเข้าโรงพยาบาล

“เขาคงไม่คิดว่าเป็นมื้อสุดท้ายที่เขาได้ทำให้ลูกกิน มันเป็นความทรงจำธรรมดาที่ลึกซึ้ง สะท้อนถึงความรัก และความเอาใจใส่ของพ่อ” นายจอนปรอทเผย

นายจอนปรอทกล่าวอีกว่า ตนสนิทกับพ่อมากขนาดที่ว่า เราคุยกันทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง ดนตรี ประวัติศาสตร์ มุกตลก จักรวาล หรือแม้กระทั่งความตาย

“พ่อเคยบอกกับผมว่า ถ้าพ่อตายก็ไม่ต้องเสียใจมาก เพราะพ่อจะกลับไปสู่ท้องฟ้าและดวงดาว ที่มองไปเมื่อไหร่ก็จะเจอพ่อที่อยู่ตรงนั้น สำหรับพ่อแล้วครอบครัวก็คงเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับเขาจริงๆ ทั้งแม่ ผม และพี่สาวรับรู้มาได้ตลอดจากรอยยิ้มที่ไม่มีฟัน ความห่วงใย ที่ถ้าหากใครมาที่บ้านผมก็จะเจอรูปที่พ่อแปะ รูปทุกยุคทุกสมัยของพวกผม พี่ และแม่ ตั้งแม่ยังหุ่นดี ยันตอนนี้ที่แม่ป่วยไทรอยด์ ทุกมุมสะท้อนถึงความรัก และความภาคภูมิใจของพ่อที่มีต่อครอบครัว” นายจอนปรอทระบุ

นายจอนปรอทกล่าวว่า ในช่วงสุดท้ายของชีวิตพ่อก็ยังเป็นแบบของเอง ที่ไม่มีใครบังคับเขาได้ เขาก็ตัดสินใจเลือกใช้ชีวิตในแบบของตัวเองในถึงที่สุด ยืนยันที่จะไม่รักษาและกู้ชีพ เลือกที่จะบริจาคร่างกายเป็นอาจารย์ใหญ่ให้โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งเป็นสิ่งที่พ่อบอกไว้ล่วงหน้าหลายครั้ง

“วันนี้ถึงแม้ว่าพ่อจะไม่อยู่แล้ว ถึงแม้ว่าเราจะต้องกล่าวอำลาพ่อไป แต่ผมเชื่อว่าพ่อยังอยู่กับเราในความทรงจำ ทุกครั้งที่มองไปบนฟ้า ทุกครั้งที่ผมหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน หรือแม้กระทั่งทุกครั้งที่ผมส่องกระจก ผมก็จะเห็นพ่ออยู่ตรงนั้น เหมือนที่พ่อพูดกับแม่ว่า ลูกก็คือเขาอีกคนหนึ่ง

ทุกสิ่งที่พ่อทำให้ผม ทั้งมีนิสัยรักการอ่าน อินการเมือง รักเสียงดนตรี การชอบตั้งคำถามกับโลกใบนี้ รวมถึงชื่อแปลกๆที่พ่อตั้งให้ ที่ทุกคนถามความหมายชื่อจอนปรอท จนขี้เกียจอธิบายความหมาย ก็จะยังคงอยู่กับผม และอยู่ในชีวิตผมตลอดไป พ่อใช้ชีวิตได้คุ้มมากแล้ว ไปให้สบายเลยนะพ่อ แล้วก็ไม่ต้องเป็นห่วง” นายจอนปรอทกล่าวทิ้งท้าย

จากนั้น นายจอนปรอทได้นำบทกลอนสุดท้ายที่ ไพบูลย์ วงษ์เทศ เขียนทิ้งไว้มาใส่ทำนองดนตรี บรรเลงด้วยกีต้าร์ และร้องรำลึกให้แขกได้รับฟัง ต่อด้วยการร้องเพลง ’All I have to do is dream’ จาก ดิเอเวอร์ลีบราเทอส์ ซึ่งเป็นนับว่าเป็นเพลงสุดท้ายที่ได้เปิดฟังร่วมกัน ขณะที่นายไพบูลย์ กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช

ทั้งนี้ นายไพบูลย์ วงษ์เทศ อดีตนักหนังสือพิมพ์ นักคิด นักเขียน นักกวี เสียชีวิตอย่างสงบ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้แจ้งเจตจำนงอุทิศร่างให้เป็นอาจารย์ใหญ่ เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และการศึกษา ณ โรงพยาบาลศิริราชต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บุคคลในแวดวงต่างๆ ร่วมอาลัยในพิธีสวดพระอภิธรรมศพตลอด 3 คืน รวมถึงส่งพวงหรีดไว้อาลัย อาทิ นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และครอบครัว, นายสุจิตต์ วงษ์เทศ คอลัมนิสต์ในเครือมติชน และครอบครัว, ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์, ศ.เกียรติคุณ ดร. ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ อดีตคณบดีคณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์, นายเสถียร จันทิมาธร นักหนังสือพิมพ์อาวุโส และคอลัมนิสต์ชื่อดังในเครือมติชน, นายสันติภพ เจนกระบวนหัด หรือ ‘เจนภพ กระบวนวรรณ’ นักจัดรายการวิทยุชื่อดัง ฉายา เจ้าพ่อเสื้อลายดอก, นายอัศสิริ ธรรมโชติ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2543 เจ้าของรางวัลซีไรต์ พ.ศ.2524 จากเรื่อง ‘ขุนทองเจ้าจะกลับเมื่อฟ้าสาง’, นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ อดีต ส.ว. และศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2536, นายจัตวา กลิ่นสุนทร อดีตบรรณาธิการ นสพ.สยามรัฐ, ศ.พิเศษ ปรีชา สุวรรณทัต อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นายทวีศักดิ์ บุตรตัน คอลัมนิสต์ชื่อดัง, นายวิทยา-นางเรวดี ฐิตะโลหิต และแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เป็นต้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘นสพ.คือชีวิตพ่อ’ บุตรชาย ไพบูลย์ วงษ์เทศ อำลาครั้งสุดท้าย หลากวงการร่วมอาลัย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...