หลักการของล็อค. คำเตือนของชอมสกี้ โปรดระวังกับดัก ที่แฝงมาในสังคมเสรีประชาธิปไตย
Agora | กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์
วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
www.facebook.com/bintokrit
หลักการของล็อค.
คำเตือนของชอมสกี้
โปรดระวังกับดัก
ที่แฝงมาในสังคมเสรีประชาธิปไตย
ผู้ปกครองในระบอบประชาธิปไตยมีความชอบธรรมทางการเมืองได้ก็เพราะได้รับมอบอำนาจมาจากประชาชน
การที่ผู้คนยินยอมมอบอำนาจให้ใครปกครองเป็นเหตุผลสำคัญให้คนผู้นั้นอ้างสิทธิในการปกครองเหนือผู้อื่นได้
ซึ่งกระบวนการที่ประชาชนมอบอำนาจปกครองให้นี้ปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรมใน “การเลือกตั้ง”
เรื่องที่กล่าวมานี้เป็นสิ่งที่คนปัจจุบันคุ้นเคยกันจนกลายเป็นสามัญสำนึกทั่วไปในสังคมประชาธิปไตย
แต่กว่าที่เรื่องดังกล่าวจะกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาในทุกวันนี้ได้ก็ต้องผ่านจุดเริ่มต้นและเส้นทางการพัฒนาที่ยาวไกลอันไล่ย้อนไปได้อย่างน้อยก็หลายร้อยปี
คือตั้งแต่การถือกำเนิดขึ้นของเสรีนิยมในยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งอังกฤษ จากการเสนอแนวคิดทางการเมืองของ “จอห์น ล็อค” นักปรัชญาการเมืองคนสำคัญช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 17
แนวคิดทางการเมืองของล็อคเป็นที่รู้จักแพร่หลายว่าเป็น “ทฤษฎีพันธสัญญาทางสังคม” (Social Contract Theory) ซึ่งได้รับการกล่าวถึงอย่างมากในฐานะที่เป็นต้นธารความคิดสาย “เสรีนิยม” (Liberalism) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอังกฤษและสหรัฐอเมริกา โดยถูกถ่ายทอดผ่านงานเขียนสำคัญเรื่อง “หนังสือสองเล่มว่าด้วยการปกครอง” (Two Treatises of Government) ซึ่งได้ส่งอิทธิพลไปสู่การเมืองการปกครองของทั้งสองประเทศ
ดังที่ปรากฏให้เห็นอยู่ตามหลักฐานต่างๆ ตัวอย่างเช่น คำประกาศอิสรภาพของอเมริกา (The Declaration of Independence) เป็นต้น
กระทั่งกลายเป็นรากฐานการเมืองสหรัฐอเมริกา และได้พัฒนามาสู่การปกครองแบบเสรีประชาธิปไตยในปัจจุบัน
(ผู้สนใจสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บทความของผมอีกชิ้นหนึ่งเรื่อง “อิทธิพลของจอห์น ล็อค ต่อการปฏิวัติอเมริกัน” ซึ่งเผยแพร่ในนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์เมื่อนานมาแล้ว ตามลิงก์ https://www.matichonweekly.com/column/article_671982)
หนึ่งในมรดกที่ล็อคทิ้งไว้ให้กับสังคมเสรีประชาธิปไตยในปัจจุบันคือ รากฐานความคิดทางการเมืองอีกหลายประการ เช่น ความคิดของล็อคเรื่อง “สภาวะธรรมชาติ” (State of Nature) ซึ่งเขาเชื่อว่าในยามที่ไร้รัฐเช่นนั้นทุกคนจะมีสิ่งที่เหมือนกันอยู่สองประการก็คือ (1) มีเสรีภาพโดยสมบูรณ์ และ (2) มีความเสมอภาคกัน
ข้อแรกที่ว่ามีเสรีภาพโดยสมบูรณ์ ก็คือสามารถทำอะไรก็ได้ตามใจปรารถนาแต่ต้องเป็นไปตามกฎธรรมชาติ ซึ่งประกอบไปด้วยการมีสิทธิในชีวิตและการมีสิทธิในทรัพย์สินของแต่ละคน เพราะฉะนั้น เสรีภาพในความคิดของล็อคจึงไม่สามารถกระทำการใดๆ ที่ไปละเมิดสิทธิของผู้อื่นด้วย
ส่วนข้อที่สองเรื่องความเสมอภาค ก็หมายความว่าในสภาพที่ไม่มีรัฐและรัฐบาลใดๆ อยู่เลยนั้น มนุษย์ทุกคนก็ไม่ได้เป็นผู้ที่อยู่ใต้ปกครองของใครเลย เมื่อไม่มีใครเป็นนาย ไม่มีใครเป็นบ่าว ทุกคนจึงมีอำนาจที่เท่าเทียมกัน อยู่ในระนาบเดียวทางการเมือง
ซึ่งล็อคเชื่อว่าแม้ ณ จุดตั้งต้นจะไม่มีใครเป็นผู้ปกครองมาแต่แรกก็ตาม แต่ท้ายที่สุดมนุษย์ทั้งหลายจะเล็งเห็นด้วยเหตุผลเองว่าการมีรัฐย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่าในการสร้างหลักประกันให้กับการมีเสรีภาพของตนได้
ดังนั้น ทุกคนจึงตกลงกันสร้างรัฐขึ้นมา แล้วมอบอำนาจบางประการของแต่ละคนไปให้รัฐบาลเป็นผู้ทำหน้าที่ปกครอง
ที่สำคัญคือการมอบอำนาจนี้เป็นไปด้วย “ความยินยอม” (consent) โดยสมัครใจ ซึ่งทำให้ผู้ที่ได้รับอำนาจมามี “ความชอบธรรม” (legitimacy) ในการปกครอง
ในทางตรงกันข้าม หากรัฐบาลใดไม่ได้รับความยินยอมจากประชาชน รัฐบาลนั้นก็ไม่มีความชอบธรรมในการเป็นผู้ปกครองนั่นเอง
ล็อคมีความคิดเป็นพื้นฐานตั้งต้นมาก่อนแล้วว่า อำนาจปกครองเป็นของทุกคนมาแต่เดิม เพราะในสภาวะธรรมชาติแล้วไม่มีใครมีอำนาจดังกล่าวนี้มาตั้งแต่กำเนิด ซึ่งต่างจากความคิดก่อนหน้านี้ที่มองว่าอำนาจปกครองมาจากพระเจ้า
ดังนั้น รัฐบาลที่ชอบธรรมก็คือรัฐบาลที่ได้รับ “เทวสิทธิ์” (divine right) มาจากพระเจ้านั่นเอง ความคิดเรื่องความชอบธรรมของผู้ปกครองเช่นนี้แทบจะเป็นความเชื่อทางการเมืองหนึ่งเดียวในยุโรปยุคกลางซึ่งยึดกุมความคิดของคนทั้งผองเอาไว้แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ก่อนจะคลายตัวลงหลังเข้าสู่ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance) ทว่า ก็ยังทรงอิทธิพลในสังคมอยู่มาก เช่น จากงานเรื่อง “ปิตาธิปไตย” (Patriarcha) ของโรเบิร์ต ฟิลเมอร์ (Robert Filmer) เป็นต้น
ล็อคมีความคิดสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การบรรยายว่าในสภาพดั้งเดิมหรือที่เรียกว่าสภาวะธรรมชาตินั้น มนุษย์ทั้งผองล้วนแล้วแต่เป็น “สิ่งที่มีเหตุผล” (rational being) คือการที่ทุกคนต่างก็มี “มีอิสระและมีเหตุมีผล” (free and rational) นั่นเอง
ด้วยคุณสมบัติเช่นนี้จึงทำให้ล็อคมองว่าพวกเขาจะพร้อมใจกันมอบอำนาจที่ตนมีอยู่แต่เดิมไปให้แก่ใครสักคนเป็นผู้ปกครองได้อย่างถูกต้องเหมาะสมแน่นอน
และในกาลต่อมาเมื่อแนวคิดนี้พัฒนาไปรวมกับประชาธิปไตยจนกลายเป็นเสรีประชาธิปไตย
แล้วรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนจึงมีสถานะทางการเมืองอันชอบธรรมดังที่กล่าวมาในตอนต้น
อย่างไรก็ตาม ในกาลต่อมาก็มีนักปรัชญาหลายคนเสนอทัศนะท้าทายต่อพื้นฐานการคิดเช่นนี้ แม้ว่าบางรายไม่ได้ตั้งใจวิพากษ์ความคิดของล็อคโดยตรงก็ตาม
ไม่ว่าจะเป็นนักปรัชญาสายมาร์กซิสม์ใหม่ (Neo-Marxism) หรือพวกซ้ายใหม่ (New Left) อย่างเช่น อันโตนีโอ กรัมชี่ (Antonio Gramsci) และหลุยส์ อัลธูแซร์ (Louis Althusser)
สายหลังสมัยใหม่ อย่างเช่น มิเชล ฟูโกต์ (Michel Foucault) และสายปรัชญาวิเคราะห์ อย่างเช่น โนม ชอมสกี้ (Noam Chomsky) เป็นต้น
ซึ่งชอมสกี้อธิบายเรื่องนี้ไว้ในหนังสือ “Manufacturing Consent” โดยจำแนกให้เห็นว่ามี “ตัวกรอง” (filter) ข้อมูลข่าวสารถึง 5 ชั้นกว่าเรื่องราวต่างๆ จะผ่านมาถึงตัวผู้รับได้
แม้นักคิดแต่ละคนจะเสนอความคิดที่แตกต่างกันออกไป และไม่ได้ใช้เหตุผลเดียวกันในการแสดงทัศนะก็ตาม ทว่า ต่างก็มีจุดร่วมกันหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับความอิสระและมีเหตุมีผลของมนุษย์ เนื่องจากกว่าที่คนแต่ละคนจะคิดและตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ได้ ก็จำเป็นต้องรับข้อมูลข่าวสารมาก่อน
แต่สิ่งที่ส่งมาถึงผู้รับรู้ทั้งหลายได้ผ่านการจัดการอย่างเป็นระบบจากผู้ส่งสารมาแล้ว
ซึ่งกระบวนการเลือกสรร คัดกรอง ปรับแต่งข้อมูลข่าวสารนี้ก็เป็นไปภายใต้เป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงอันซ่อนเร้น
ดังนั้น การคิดและตัดสินใจของประชาชนจึงไม่ได้อิสระอย่างแท้จริง หากแต่ถูกครอบงำ ควบคุม บงการมาจากสิ่งอื่นที่มีอำนาจเหนือกว่า ซ้ำร้ายก็คือกระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่องอยู่ทุกขณะจิตรอบตัวมนุษย์จนแทบไม่รู้ตัว
ไม่ว่านักคิดแต่ละคนจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ทัศนะวิจารณ์ทำนองนี้ก็ได้กลายเป็นโจทย์ท้าทายที่ตั้งคำถามไปถึงความเป็นกลาง ความเป็นเหตุเป็นผล และความเป็นอิสระของมนุษย์ในสังคม
ตลอดจนกระทบชิ่งไปถึงรากฐานของความชอบธรรมทางการเมืองทั้งต่อผู้นำและระบอบการปกครองแบบเสรีประชาธิปไตย
คำถามนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่กระตุ้นเตือนทุกคนให้ตื่นรู้ ระแวดระวัง และคิดใคร่ครวญเพื่อหาทางสลัดหลุดจากกับดักที่แฝงอยู่
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หลักการของล็อค. คำเตือนของชอมสกี้ โปรดระวังกับดัก ที่แฝงมาในสังคมเสรีประชาธิปไตย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com