เบื้องหลังความสนุกเม่นสายฟ้า Sonic the Hedgehog 3
LSA Thailand
อัพเดต 27 ธ.ค. 2567 เวลา 17.34 น. • เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2567 เวลา 10.34 น. • Lifestyle Asia ThailandSonic the Hedgehog 3 เจ้าเม่นขาซิ่งกลับมาวิ่งโชว์ความเร็วแรงสร้างความบันเทิงอีกครั้งหลังจาก 2 ภาคแรกประสบความสำเร็จอย่างดีงามกวาดรายได้ถล่มทลายทั่วโลก ภาคแรกทำเงิน 320 ล้านดอลลาร์ ภาค 2 ทำเงิน 405.4 ล้านดอลลาร์ ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์ภาพยนตร์ที่สร้างจากวิดีโอเกม ที่ทำรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์
การกลับมาครั้งนี้ Sonic (พากย์เสียงโดย Ben Schwartz -เบน ชวาร์ตซ์) และผองเพื่อนของเขา Tails จิ้งจอกบินได้ (พากย์เสียงโดย Colleen O’Shaughnessey -คอลลีน โอ’ เชาเนซีย์) และ Knuckles (พากย์เสียงโดย Idris Elba -อิดริส เอลบา) ตัวกินมดหนามจอมพลังมาร่วมผจญภัยอีกครั้ง ซึ่งพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับ Shadow the Hedgehog (Keanu Reeves -คีอานู รีฟส์) เม่นสีดำสุดเท่ผู้มีพลังอันร้ายกาจ ก่อให้เกิดฉากแอ็กชันต่อสู้สุดมันส์จัดเต็มไม่แพ้หนังซูเปอร์ฮีโร่ ซึ่งกว่าจะออกมาเป็นหนังสนุก ๆ ให้ทุกคนได้ชมเบื้องหลังก็มีความน่าสนใจไม่แพ้เบื้องหน้า เราจึงขอรวบรวมมาฝากกัน
Photo credit: United International Pictures Thailand
Shadow ศัตรูทรงพลังตัวใหม่
ทีมผู้สร้างได้แรงบันดาลใจในการวางโครงเรื่องSonic the Hedgehog 3 จากเกมSonic Adventure 2 (2001) และเกม Shadow the Hedgehog ( 2005) และใช้วิธีการเล่าเรื่องแบบเดียวกับอนิเมชั่นฉายทางโทรทัศน์ Sonic the Hedgehog (1993)
ผู้กำกับ Jeff Fowler (เจฟฟ์ ฟาวเลอร์) ผู้กำกับ Sonic ทั้งสามภาคเผยว่า “เราอยากท้าทายฮีโรของเราอยู่เสมอเพื่อให้เขากลายเป็นเวอร์ชันที่ดีกว่าเดิมของตัวเอง” พิจารณาจากคลังตัวละครมากมายที่เราต้องทำงานด้วย ทุกคนในทีมของเรารู้ดีว่าถึงเวลาแล้วที่จะเพิ่ม “Shadow” เข้ามา”
Shadow ผู้เป็นตัวละครที่แฟนๆ ชื่นชอบตั้งแต่เปิดตัวในวิดีโอเกม เป็นตัวละครลึกลับ อารมณ์บูดบึ้ง ผู้มีเรื่องราวเบื้องหลังที่เปี่ยมด้วยรายละเอียด ซึ่งผู้กำกับ Jeff Fowler รู้จักตัวละครตัวนี้ดีมากเพราะเขาเคยเป็นแอนิเมเตอร์ตัวละครที่ค่ายผู้ผลิตเกม Sega จ้างมาเพื่อช่วยสร้างเกมใหม่เกี่ยวกับ Shadow ในปี 2003
Shadow มีความสามารถในการเคลื่อนที่ในชั่วพริบตา ซึ่งจุดเด่นนี้ดึงดูดความสนใจของ Guardian Units of Nations (G.U.N.) กองกำลังทหารและรักษาความมั่นคงนานาชาติที่ลึกลับและต่อมามีเหตุการณ์ร้ายแรงบางอย่างทำให้เขาโดนจับแช่แข็งการเคลื่อนไหวของเขามานาน 50 ปีจนกระทั่งแฮ็กเกอร์ลึกลับได้จัดแจงให้เขาหลบหนีและเขาก็ปรากฏตัวด้วยความกระหายอยากแก้แค้นมนุษยชาติ
Jeff Fowler เผยต่ออีกว่า “เขามีความลึกซึ้งมาก ในตอนที่เราบอกใบ้เป็นนัยๆ เกี่ยวกับตัวละครของเขาในช่วงท้ายของ Sonic 2 แฟนๆ ก็เสียสติกันไปเลยครับ” ซึ่งหลังจากนั้นทุกคนก็คาดเดากันมากมายทางออนไลน์ว่าใครควรให้เสียง Shadow ซึ่งลงเอยด้วยความเห็นพ้องต้องกันอย่างล้นหลามว่า คีอานู รีฟส์ เหมาะสมที่สุด Shadow คือJohn Wick (จอห์น วิค) ในรูปแบบเม่น ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับ Sonic”
เมือได้รับการติดต่อไปKeanu Reeves ก็ตอบตกลงทันที “การได้เล่นเป็น Shadow ใน Sonic the Hedgehog 3 ถือเป็นอะไรที่พิเศษมากสำหรับผม “ผมได้อ่านบทแล้วรู้สึกเหมือนเขากำลังต่อสู้กับตัวเอง และผมก็รู้สึกสงสารเขา เขาสูญเสียคนๆ หนึ่งที่เขารักไป และแช่แข็งเป็นเวลา 50 ปี เขาต้องการแก้แค้นและรู้ว่าจะต้องทำอย่างไร แต่สุดท้ายแล้ว หัวใจของเขาก็ยังคงเหมือนเดิม ผมพยายามค้นหาจิตวิญญาณอันงดงามที่ชาโดว์เป็นอยู่น่ะครับ”
ซึ่ง Jeff Fowler ได้เผยว่าเมื่อเขาได้พบ Keanu Reeves กันครั้งแรก เขาตระหนักได้ว่า Reeves “ทำการบ้านมาดีทีเดียว” และเขาปรารถนาที่จะสร้างตัวละครตัวนี้ให้ แฟนๆ ชื่นชอบ
Photo credit: United International Pictures Thailand
Dr. Robotnik วายร้ายที่ไม่มีใครแทนที่ได้
หลังจากการเปิดตัว Sonic the Hedgehog 2 (2022) ออกฉาย Jim Carrey (จิม แคร์รีย์) ประกาศว่ากับสื่อ Access Hollywood ว่าเขากำลังมีแพลนที่จะเกษียณอายุจากวงการบันเทิง และกล่าวติดตลกไว้ว่าเขาจะกลับมาแสดงอีกครั้งก็ต่อเมื่อ “เหล่าทูตสวรรค์นำบทภาพยนตร์ที่เขียนด้วยหมึกสีทองมาเชิญ ซึ่งเป็นการบอกกับผมว่ามันจะเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับผู้ชม ผมอาจจะกลับมาทำงานต่อนะ แต่ตอนนี้ผมขอพักก่อน”
เมื่อข่าวนี้เผยแพร่ออกไปเหล่าแฟนๆ ก็ต่างแสดงความเสียดายที่เขาจะไม่รับงานแสดงอีกเพราะหายากที่จะมีนักแสดงที่มีทั้งความสามารถและพรสวรรค์ทางการแสดงตลกแบบเขา ซึ่ง Neal H. Moritz และ Toby Ascher ( นีล เอช. มอริตซ์ และโทบี้ แอสเชอร์ ) โปรดิวเซอร์ของหนัง Sonic กล่าวว่าจะไม่หาคนมาแสดงบทดร. โรบ็อตนิกใหม่แทนที่ Jim Carrey แต่ยังคงมีความหวังว่าเขาจะเต็มใจรับบทนี้ต่อไปหากบทภาพยนตร์เป็นที่พอใจสำหรับเขา
ซึ่งต่อมาเมื่อโปรเจ็คภาค 3 เริ่มขึ้น ทีมผู้สร้างก็ทำตามที่ Jim Carrey ขอจริงๆ ! พวกเขาส่งบทพิมพ์หมึกทองส่งไปให้ ผู้กำกับ Jeff Fowler เผยกับสื่อ SFX magazine ว่า
“ไม่เพียงแต่เขาจะกลับมาเท่านั้น เขายังกลับมาและทำงานเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เราพิมพ์บทมันออกมาด้วยหมึก 24 กะรัตและส่งมันไปที่หน้าบ้านของเขา การที่เขาสร้างตัวละครใหม่ในโลกนี้ถือเป็นโอกาสที่น่าตื่นเต้น และเขาก็ทุ่มเทเต็มที่”
กลับมาทั้งทีต้องร้ายคูณสอง Jim Carrey ไม่เพียงแต่กลับมาขโมยซีนในบทดร. อิโว โรบ็อทนิก เท่านั้น แต่เขายังรับบทGerald Robotnik (เจอรัลด์ โรบ็อทนิก) ปู่ของอิโว วัย 110 ปีผู้ชั่วร้ายไม่แพ้กัน เขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังแผนการชั่วร้ายของชาโดว์
ผู้กำกับ Jeff Fowler เผยถึงการรับท 2 ตัวละครของ Jim Carrey ว่า “เราตัดสินใจขอให้จิมเล่นเป็นตัวละครทั้งสองตัว” ฟาวเลอร์กล่าว “ในเกม เจอรัลด์ดูเกือบจะเหมือนเขาทุกประการ ทั้งหนวดดกหนา หัวโล้น แค่แก่กว่านิดหน่อย เราเพียงแค่ต้องทำให้เขาตกลง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่แน่นอน”
“ผู้ชมจะรู้สึกทึ่งไปกับสิ่งที่จิมทำกับมัน เขาคิดไอเดียตลกๆ มากมายสำหรับตัวละครตัวนี้ เขามีส่วนร่วมในทุกแง่มุมเล็กๆ น้อยๆ ของโลกโรบ็อทนิค รวมถึงการโต้ตอบทั้งหมดของเขากับเอเจนท์สโตน ลูกสมุนของเขาด้วยครับ”
“การที่เขาสร้างตัวละครใหม่ขึ้นมาในโลกนี้ถือเป็นโอกาสที่น่าตื่นเต้นมาก และเขาก็ทุ่มเทเต็มที่ ไม่มีรายละเอียดใดที่เล็กเกินไป เขาช่วยออกแบบการใช้อวัยวะเทียมเปลี่ยนใบหน้าและทุกอย่าง การได้ร่วมแสดงกับจิม แคร์รีย์ถึงสามเรื่องถือเป็นประสบการณ์ที่ท้าทายมาก”
ซึ่งการเนรมิตชีวิตให้กับบท Gerald Robotnik ทีมงานได้ชวน Mark Coulier ( มาร์ค โคเลียร์) ช่างแต่งหน้าผู้เคยคว้ารางวัลออสการ์ถึงสามครั้งและเพิ่งได้รับรางวัลออสการ์จากเรื่อง Poor Things มาช่วยแปลงโฉม ซึ่งแต่ละครั้ง Jim Carrey ต้องใช้เวลาแต่งหน้าและใส่ชิ้นส่วนเทียมนานถึงสามชั่วโมง
ด้าน Jim Carrey เมื่อถูกถามว่ารู้สึกอย่างไรที่ได้กลับมาอยู่ในจักรวาลของโซนิคอีกครั้ง แคร์รี่ย์ตอบกับสื่อ Associated Press ว่า “ผมกลับมายังจักรวาลนี้เพราะก่อนอื่นเลย ผมจะได้เล่นเป็นอัจฉริยะ ซึ่งมันค่อนข้างเกินจริงไปหน่อย” ก่อนจะเสริมติดตลกว่า “และผมซื้อของมาเยอะมาก และพูดตรงๆ ว่าผมต้องการเงิน ผมไม่เคยจากไป ผมจะไปที่ไหนได้อีกล่ะครับ จักรวาลของโซนิคนั้นครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง มีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะพยายามวัดค่าของมัน”
Photo credit: United International Pictures Thailand
End Credits ทิ้งเชื้อภาคต่อ และ “เม่นตัวใหม่”
แฟน ๆ เตรียมตัวดูภาคต่อกันได้เลยเพราะว่าภาค 4 มาแน่ มีการพัฒนาไว้แล้วโดยมีกำหนดวันฉาายไว้ที่ปี 2027 ซึ่ง Ben Schwartz นักแสดงนำผู้พากย์เสียงโซนิคได้เยว่ามันจะสวยงามและแตกต่างจาก 3 ภาคที่มีมา
“ สิ่งที่เราได้ยั่วทิ้งท้ายไว้ในตอนจบของหนังเรื่องนี้ มันคือสิ่งที่ผมหวังไว้ว่าพวกเราจะได้ทำในภาค 4 ครับ มันมีเรื่องราวที่สวยงามที่เราสามารถนำมาใช้ได้ แล้วจะพาหนังของพวกเราไปในจุดที่แตกต่างออกไปเลย และนั่นมันทำให้สิ่งเหล่านี้น่าตื่นเต้น ทุก ๆ ภาคของหนังเรื่องนี้ แทบจะเป็นหนังที่ต่างประเภทกันไปแล้ว หนังภาคแรกเป็นเหมือนหนังตลกคู่หู ภาคที่สองเป็นเหมือนกับหนังผจญภัยสไตล์ “Indiana Jones” ส่วนภาคสามนี้ นำความมืดหม่นมาสู่ตัวของ Shadow และภาคต่อไปพวกเราก็จะมีบรรยากาศที่ต่างออกไปเลย มันเป็นเหมือนกับสวรรค์เลย พวกเราสามารถนำคนเจ๋งๆ มาเล่นเป็นตัวละครได้อีกด้วย นั่นมันทำให้มันน่าตื่นเต้นมาก ๆ
“เธอเป็นแฟนฉันแล้วรู้ตัวบ้างไหม แล้วเมื่อไรฉันจะได้เป็นแฟนของเธอ”
สีน้ำเงิน สีแดง สีเหลือง สีดำมาแล้ว ความอ่อนหวานสดใส “สีชมพู” กำลังจะมา แฟน ๆ กำลังจะได้เจอกับ Amy Rose เม่นสีชมพู ที่ตามเนื้อเรื่องแล้วเธอประกาศตัวว่าเป็นแฟนของโซนิคแม้ว่าเขาอาจจะไม่ได้คิดแบบเดียวกัน เอมี่ มีค้อนยักษ์ Piko Piko Hammer ไว้เป็นอาวุธ เพราะแม้ว่าเธอจะไม่ได้มีพลังความเร็ว หรือความแข็งแกร่ง หรือเชี่ยวชาญเทคโนโลยี แต่เอมี่มีค้อนที่เธอไว้ทุบ ทุบ ทุบ ได้ทรงพลังกว่าใคร
แม้ว่าบางครั้งเอมี่อาจจะดูน่ารำคาญ ขี้โมโหและหมกมุ่นกับโซนิคไปบ้าง แต่เธอก็เป็นสาวน้อยที่สดใส และมีทัศนคตดิที่ดี และยังมีพลังที่ไม่มีสิ้นสุดด้วย โดยเฉพาะถ้านั่นคือการ “ตื๊อ” โซนิคแล้วล่ะก็เธอไม่มีวันถอดใจ
Feature and Hero Image Credit: United International Pictures Thailand via PR Team
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.