โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ชูกลยุทธ์ “Core & Satellite” ฝ่าตลาดผันผวน... ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว สูตรลับ “BlueBell” ผลตอบแทนคาดหวัง 8 – 12% ต่อปี !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 09 ม.ค. เวลา 00.17 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. 2568 เวลา 10.41 น. • สรวิศ อิ่มบำรุง

สาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามาเปิดแผนที่การลงทุนใน “ปีมะเส็ง-2025” ที่ทาง “บล.บลูเบลล์” (BlueBell) จับมือ “3 บลจ.ชั้นนำ” ของไทย ส่องลายแทงลงทุนกันชัดๆ
สินทรัพย์ไหนจะ “ปัง” หรือ “แป๊ก” !!!
จะได้ปรับกลยุทธ์รับมือการลงทุนในปีงูได้อย่างเหมาะสม ไม่ให้เพลี่ยงพล้ำ และไม่พลาดทุกโอกาสในการลงทุน
โดย BlueBell” ยังคงแนะนำกลยุทธ์ Core & Satellite” ให้นักลงทุนจัดพอร์ตรับมือตลาดการเงินโลกที่ยังคงผันผวนต่อเนื่องหลังการกลับมาของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสมัยที่2 ของสหรัฐคนนี้
โดยโมเดลสูตรลับของ BlueBell” นั้น คาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ย 8 – 12% ต่อปีในระยะยาวได้ เรียกว่าตอบโจทย์นักลงทุนในการสร้างความมั่งคั่งระยะยาวได้เป็นอย่างดี
มุมมองการลงทุนในปี2025 จะเป็นเช่นไรนั้น ตามทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ไปอัพเดทมุมมองจากเหล่ากูรูผู้เชี่ยวชาญพร้อมกันได้เลย

“Make It Great”…ความสำเร็จในการลงทุนของท่าน คือความสำเร็จของ ‘BlueBell’ ที่จะทำให้เราก้าวไปได้ไกลอย่างยั่งยืน

โดย นริสรา ชัยวัฒนะ”ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.บลูเบลล์ กล่าวในงานสัมมนาใหญ่ของ “บลูเบลล์” ในหัวข้อ “Make It Great: The Vision 2025 – Great Journey. Great Investment.” ว่า Make It Great” เป็นแรงบันดาลใจและเป้าหมายที่ดีสุดในก้าวย่างการทำธุรกิจของเรา บนเส้นทางของความแตกต่างและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์การลงทุน เพื่อให้ผู้ลงทุนได้นำไปใช้วางกลยุทธ์การลงทุนได้อย่างเหมาะสมตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินของตัวเอง เพราะความสำเร็จของผู้ลงทุนเป็ยแรงขับเคลื่อนองค์กรของเรา

“เพราะความสำเร็จในการลงทุนของท่าน คือความสำเร็จของ ‘BlueBell’ ที่จะทำให้เราก้าวไปได้ไกลอย่างยั่งยืน”

“บลจ.แอสเซท พลัส” มั่นใจสินทรัพย์ดิจิทัล-หุ้นไซส์กลาง-เล็กสหรัฐ…ส่วน “บลจ.พรินซิเพิล” ชูหุ้นคุณภาพทั่วโลก-หุ้นเวียดนาม

การกลับมาของ “โดนัลด์ ทรัมป์” และนโยบาย Trump 2.0” ยังเป็นปัจจัยที่จะสร้างความผันผวนให้ตลาดการเงินทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม “คมสัน ผลานุสนธิ กรรมการผู้จัดการ บลจ.แอสเซท พลัส มองว่า การมาของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ในมุมมกลับก็มาพร้อมกับ “โอกาส” เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะสินทรัพย์ดิจิทัลแบบ Bitcoin” เพราะถือเป็นกลุ่มทุนหนึ่งที่สำคัญในการให้เงินสนับสนุนการเลือกตั้งกับ “โดนัลด์ ทรัมป์” นั่นเอง ท่าที่ของทรัมป์จึงเปลี่ยนไป และมีแนวคิดจะเอา Bitcoin” มาเป็นทุนสำรองในอนาคตอีกด้วย นอกจากนี้ Supply ของ Bitcoin ที่ลดลง ในขณะที่ Demand มีมากขึ้นทั้งจากภาครัฐ ที่ให้การยอมรับและพร้อมจะซื้อ Bitcoin มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองประเทศ บริษัทเอกชนเองก็มีความต้องการซื้อเช่นกัน ไม่เพียงเท่านี้นักลงทุนก็เช่นกัน นั่นจึงผลักดันให้ราคาของ Bitcoin ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนทะลุ 1 แสนดอลลาร์เรียบร้อยแล้ว และตลาดคาดการณ์เป้าหมายราคามีโอกาสไปแตะ 1.5 แสนดอลลาร์ได้ในสิ้นปี25 นี้อีกด้วย ดังนั้นถ้าราคาย่อก็เป็นโอกาสในการเข้าลงทุน
“การขึ้นภาษีของสหรัฐ ‘อินเดีย’ และ ‘ญี่ปุ่น’ คือ 2 ประเทศที่ได้รับผลกระทบน้อยสุดจึงเป็น 2 ตลาดที่น่าสนใจลงทุนในปีนี้เช่นกัน ส่วนกลุ่มลาตินอเมริกาได้รับผลกระทบมากสุดก็ควรเลี่ยงไป นอกจากนี้ ‘หุ้นสหรัฐขนาดกลาง-เล็ก’ก็เป็นอีกสินทรัพย์ที่น่าสนใจที่จะ outperform หุ้นขนาดใหญ่ได้ เพราะมีครบทั้ง 3P ได้แก่ 1) Profit กำไรจะโตดี 2) Policy นโยบายลดภาษีของทรัมป์จะเป็นประโยชน์กับหุ้นขนาดกลาง-เล็ก และ 3) Position ที่ปัจจุบันนักลงทุนสถาบันยังลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็กไม่มาก มีโอกาสจะโยกกลับเข้ามาลงทุนได้อีกมากเลยทีเดียว”

ด้าน“ธเนศ เลิศเพชรพันธ์” Investment Strategy บลจ.พรินซิเพิล มองว่า ในปี25 นี้ “หุ้นทั่วโลก” ที่มีคุณภาพที่ดียังเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจ มีเสถียรภาพของผลกำไรอย่างสม่ำเสมอ 10 – 15% ต่อปี ไม่ผันผวนไปตามภาวะตลาดที่บางปีดี บางปีไม่ดี ยังคงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีในภาวะตลาดผันผวนเช่นนี้ นอกจากนี้ “หุ้นเวียดนาม” ยังคงเป็นตลาดที่น่าสนใจในปีนี้ จากโอกาสในการเลื่อนชั้นไปสู่ “ตลาดเกิดใหม่” ในดัชนี FTSE Emerging Market Index และนโยบาย China+1 ตลอดจนการลงทุนของภาครัฐที่จะกลับมาเป็นปัจจัยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเวียดนามอีกครั้ง แนะนำให้ทยอยสะสมติดพอร์ตได้ เพราะเวลาที่ตลาด Rally นักลงทุนอาจเข้าไม่ทันและพลาดโอกาสการลงทุนที่ดีไป
“ส่วน ‘หุ้นจีน’ เป็นตลาดที่ยังมีปัจจัยลบเข้ามากดดันทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ ผลกระทบจากนโยบายของทรัมป์ก็ยังไม่ชัดเจน สำหรับนักลงทุนที่ถืออยู่ ไม่ใช่จังหวะที่จะขายให้ถือต่อไป แต่นักลงทุนที่ยังไม่มีหุ้นจีน ไม่ต้องรีบเข้าลงทุน ชะลอดูไปก่อนได้ เพราะมีตลาดอื่นที่น่าสนใจมากกว่า”

“บลจ.เกียรตินาคินภัทร” ชูตราสารหนี้ทั่วโลกยังน่าสนใจปีนี้…ส่วน “BlueBell” แนะจัดพอร์ตแบบ “Core&Satellite” รับมือตลาดผันผวน

มาต่อกันที่ “รัฐพล ขัตติยะสุวงศ์”Team Head of Fixed Income Investment, บลจ.เกียรตินาคินภัทร ที่ยอมรับว่า หลังการกลับมาของ “โดนัลด์ ทรัมป์” อาจทำให้เงินเฟ้อไม่ได้ลงเร็วอย่างที่คาด นั่นจึงทำให้ตลาดคาดว่า “ธนาคารกลางสหรัฐ” (Fed) จะลดดอกเบี้ยน้อยกว่าที่ตลาดคาด และตลาดไม่เชื่อว่า Fed จะลดดอกเบี้ยลงไปต่ำกว่า 4% ได้ ปัจจัยข้อมูลเศรษฐกิจต่างๆ ที่ Fed จะเอาไปใช้ประกอบการตัดสินใจเรื่องนโยบายดอกเบี้ยยังมีความไม่แน่นอนสูง อย่างไรก็ตามปัจจุบัน Bond Yield อยู่ในระดับที่สูงและน่าสนใจ แม้ตอนนี้นักลงทุนไม่คิดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะถดถอย (Recession) แต่ในอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน หากสามารถลงทุนล็อกผลตอบแทนระดับสูง 4.5% ไปยาว 10 ปีได้ ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มและน่าสนใจโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการลงทุนในพันธบัตรของไทย และหากในอนาคตเกิด Recession ขึ้นในสหรัฐก็จะเป็นประโยชน์ต่อการลงทุนในตราสารหนี้มากขึ้นด้วย
“ดอกเบี้ยขาลงยังทำให้ ‘ตราสารหนี้ทั่วโลก’ ยังเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจในปี25 นี้ โดยเฉพาะในพันธบัตรสหรัฐ ส่วนที่ควรใช้ความระมัดระวังเป็นกลุ่ม ‘หุ้นกู้’ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ”

ปิดท้ายกันด้วย “ศุภกฤต พิทักษ์พรเกษม” ผู้อำนวยการ ฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ บล.บลูเบลล์ ที่มองว่า ปีนี้เราเชื่อว่าตลาดยังคง “ผันผวน” และแนะนำกลยุทธ์ Core & Satellite Portfolio” แก่นักลงทุนชั้นนำ ซึ่งถือเป็นแนวทางสำคัญในยุคที่ความไม่แน่นอนในตลาดการลงทุนทั่วโลกยังคงสูง โดย ส่วนของ “Core Portfolio” ควรเน้นสินทรัพย์มั่นคง เช่น ตราสารหนี้ที่ได้รับผลดีจากแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยในปี25 และหุ้นคุณภาพสูงทั่วโลกที่เติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในสหรัฐและตลาดเกิดใหม่อย่างอินเดีย และ เวียดนาม ซึ่งช่วยสร้างฐานการลงทุนที่มั่นคงในระยะยาว
“ส่วน ‘Satellite Portfolio’ ควรมุ่งเน้นสินทรัพย์ที่มีศักยภาพสร้างผลตอบแทนสูงในระยะสั้นถึงกลาง เช่น หุ้นขนาดเล็กในสหรัฐฯ ที่ได้ประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ และหุ้นกลุ่ม Digital Asset ที่พร้อมได้รับนโยบายสนับสนุนจากสหรัฐในปีนี้ ซึ่งแนะนำให้อยู่ใน Core Port ประมาณ 70% โดยพอร์ตที่เราแนะนำผลตอบแทนคาดหวังเฉลี่ยอยู่ที่ 8 – 12% ต่อปี ในระยะยาว”
ทั้งหมดนี้ เป็นมุมมองจากเหล่ากูรูผู้เชี่ยวชาญ ที่มองว่าสินทรัพย์ไหนจะ “ปัง” และ “แป๊ก” ในปี25 นี้ ตลอดจนกลยุทธ์การลงทุนสไตล์ “Core &Satellite” สูตรลับของ “BlueBell” ที่จะช่วยให้การลงทุนของคุณง่ายขึ้น โดยมีผลตอบแทนคาดหวังในระยะยาวเฉลี่ย 8 – 12% ต่อปี เลยทีเดียว
ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...