โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

7 แบรนด์รถญี่ปุ่นวืดกำไรรวมกันดิ่งครั้งแรกใน 2 ปี ทรุดกว่า 50% นิสสันจับมือมาสด้าขาดทุนพุ่งรวมกว่า 5,200 ล้านบาท ผลพวงแข่งขันรุนแรง ต้นทุนสูง

BTimes

อัพเดต 11 พ.ย. 2567 เวลา 16.33 น. • เผยแพร่ 09 พ.ย. 2567 เวลา 07.22 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

รายงานผลประกอบการทั้ง 7 ค่ายรถยนต์แบรนด์ญี่ปุ่นในช่วงไตรมาสระหว่างเดือนกรกฎาคมคมถึงกันยายนปี 2024 ซึ่งประกอบด้วยโตโยต้า ฮอนด้า นิสสัน มิตซูบิชิ มาสด้า ซูซูกิ และซูบารุ พบว่ามีกำไรสุทธิรวมกันทั้งหมดอยู่ที่ 840,600 ล้านเยน หรือ 5,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 192,500 ล้านบาท ซึ่งตกต่ำลงมากถึง -57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2023 ส่งผลทำสถิติกำไรสุทธิรวมทั้ง 7 แบรนด์ทรุดต่ำครั้งแรกในรอบ 8 ไตรมาสติดต่อกัน หรือในรอบ 2 ปี

สาเหตุจากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง การแข่งขันในตลาดรถยนต์ที่รุนแรงตลอดเวลา และยอดขายรถยนต์ที่ชะลอตัวต่อเนื่องทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ ซึ่งพบว่ายอดขายรถยนต์แบรนด์ญี่ปุ่นในทั่วโลกทำได้ที่ 6.01 ล้านคัน ลดลง -4% ในช่วงไตรมาสดังกล่าว

ท่ามกลาง 7 แบรนด์รถยนต์ญี่ปุ่นที่มีกำไรรวมกันตกต่ำครั้งแรกในรอบ 2 ปีนั้น พบว่า มี 2 แบรนด์ที่มีผลดำเนินงานขาดทุนสุทธิในระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน คือ มาสด้า และนิสสัน ค่ายรถยนต์มาสด้าขาดทุนสุทธิ 14,400 ล้านเยน หรือกว่า 3,211 ล้านบาท สอดคล้องกับนิสสันขาดทุนสุทธิ 9,300 ล้านเยน หรือกว่า 2,073 ล้านบาท สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการเพิ่มค่าใช้จ่ายในการทำโปรโมชั่นทำยอดขายในตลาดรถยนต์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม มีเพียง 2 ค่ายรถยนต์ ได้แก่ ซูซูกิ และซูบารุ ที่สามารถทำกำไรสุทธิในช่วงไตรมาสดังกล่าว เนื่องจากซูบารุประสบความสำเร็จในยอดขายที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในตลาดสหรัฐ และซูซูกิสามารถเพิ่มยอดขายในตลาดรถยนต์ญี่ปุ่น

ค่าใช้จ่ายอีกส่วนที่ส่งผลให้กำไรสุทธิลดต่ำลงมาจากงบการพัฒนารถรุ่นใหม่ และด้านแรงงาน พบว่า โตโยต้าลงทุนการพัฒนาทรัพยากรบุคคลและการเติบโตของเครือข่ายซัพพลายเออร์เป็นเงินสูงถึง 830,000 ล้านเยน หรือกว่า 185,090 ล้านบาท ส่วนฮอนด้าลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนารถอีวี ส่งผลกระทบผลกำไรหดตัวลงถึง 52,900 ล้านเยน หรือกว่า 11,797 ล้านบาท

ด้านโกลบอล อนาลิติก ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยชื่อดังระดับโลกจากอังกฤษ เปิดเผยว่าความต้องการในตลาดรถยนต์ทั่วโลกในปี 2025 จะขยายตัวที่ 2% ทำให้คาดว่าจะมีจำนวนรถยนต์ใหม่ทั่วโลกที่ 88.45 ล้านคันในปี 2025 ซึ่งการเติบโตดังกล่าวหดตัวอย่างแรงเมื่อเทียบกับในปี 2023 ที่ขยายตัวสูงถึง 10%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...