เมื่อหม่ามี๊ย้อนเวลามาเลี้ยงผมในยุค70
ข้อมูลเบื้องต้น
สวี่หยวนตายด้วยน้ำมือลูกชายแท้ๆ ของตนเองแต่เธอไม่โกรธเขาเลยเพราะเขาไม่รู้ความจริงว่าเธอเป็นแม่แท้ๆ เขาถูกพี่สาวต่างแม่ของเธอหลอกปั่นหัวว่าเธอเป็นคนสังหารพ่อแม่ที่เลี้ยงดูเขามาแล้วใช้อำนาจปกปิดความจริงเอาไว้ ทำให้เธอไม่ได้รับการลงโทษ
เพื่อแก้แค้นให้คนที่เลี้ยงดูเขามาเขาจึงทำในสิ่งที่เขาไม่คิดว่าจะทำได้มาก่อนคือการยิงปืน แล้วเป้าหมายก็คือสวี่หยวน!!
สวี่หยวนล่อลอยออกจากร่างแล้วได้เห็นจุดจบที่น่าอนาถของบุตรชายเพราะเขาถูกตำรวจจับในทันที และต้องรับรู้ความจริงว่าเขาเป็นคนสังหารแม่แท้ๆ กับมือ
แต่แล้ววิญญาณของสวี่หยวนก็ถูกดึงดูดไปสถานที่ล้าสมัยแห่งหนึ่งแล้วได้พบกับ ‘สวี่หยวน’ ผู้หญิงตั้งครรภ์แก่ที่มีชีวิตไม่ต่างกันกับเธอ แถมชื่อของเธอและคนรอบข้างยังเหมือนกับเหล่าผู้คนรอบตัวเธอในชีวิตก่อนอีกด้วย
เมื่อหญิงสาวคนนั้นคลอดลูกแล้วตกเลือดจนเสียชีวิต สวี่หยวนจึงได้เข้าไปเกิดใหม่ในร่างของเธอพร้อมกับมิติบ้านและลูกชายคนใหม่ที่เธอตั้งมั่นจะเลี้ยงดูเขาให้เติบโตเป็นอย่างดี
*****************
สวัสดีค่ะ… ใกล้ปีใหม่แล้ว ไรท์ก็เลยเปิดเรื่องใหม่ด้วยเสียเลย
เรื่องนี้เปิดมาแบบดราม่าหน่อย แต่ต่อไปอบอุ่นใจแน่นอนค่ะ หวังว่ารี้ดผู้น่ารักจะต้อนรับเด็กน้อยเสี่ยวมู่เฉินไปพร้อมๆ กับไรท์นะคะ
ไรท์ยังคงเปิดให้อ่านฟรีตามเวลาเช่นเคยค่ะ ฝากนิยายเรื่อง 'เมื่อหม่ามี๊ย้อนเวลากลับมาเลี้ยงผมในยุค70' ด้วยนะคะ
ติ ชม ให้กำลังใจด้วยการกดหัวใจได้นะคะ
สุขสันต์วันปีใหม่ ขอให้มีความสุขทุกท่านค่ะ
no more drama
ตอนที่1
“คุณสวี่!! ด้านหลังมีรถตามมาครับ!!”
เหล่าฟู่ซึ่งมีหน้าที่ขับรถให้สวี่หยวนมาหลายปีเอ่ยขึ้นอย่างตื่นตระหนก เมื่อเห็นว่าคนในรถเปิดกระจกออกมาแล้วเล็งปืนมาที่รถของพวกเขา
“เหล่าฟู่ ขับตรงไปที่ถนนเฉียนเหวิน ตรงนั้นไม่ค่อยมีคนมาก เกิดโดนใครขึ้นมาจะแย่เอา”
“คุณสวี่ เราควรทำตรงกันข้ามสิครับ ไปที่ที่คนมากๆ พวกมันจะได้ไม่กล้าลงมือ”
สวี่หยวนกดโทรออกเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่สัญญาณกลับขาดหายไม่สามารถติดต่อใครได้เลย เธอจึงรู้ว่ามีคนติดเครื่องตัดสัญญาณเอาไว้บนรถ ซึ่งมันคงถูกซ่อนเอาไว้ตรงไหนสักที่
“ขนาดอยู่ในที่ชุมชนมันยังเล็งปืนมาที่เราโดยไม่เกรงกลัว นายคิดเหรอว่ามันจะไม่กล้าจริงๆ พวกมันต้องมีทางหนีทีไล่หรือคนหนุนหลังแน่ ดังนั้นอย่าทำให้คนอื่นเดือดร้อนไปกับเราเลย”
เหล่าฟู่จงรักภักดีกับเธอมานานมากแล้ว เธอจึงบอกเขาอีกครั้ง “เหล่าฟู่ นายขับเข้าไปในตรอกนั้นแล้วรีบลงจากรถไปหาคนมาช่วยเหลือ เร็วเข้า!!”
“ผมจะปล่อยคุณสวี่เอาไว้คนเดียวได้ยังไงครับ เราต้องไปด้วยกันสิ”
“ฉันวิ่งช้า หากนายรอดไปได้ก็ดีกว่าจะหนีไม่รอดทั้งสองคน ทำตามที่ฉันบอกเร็ว ก่อนที่มันจะยิง”
เหล่าฟู่จำใจทำตามคำสั่ง เขาเลี้ยวรถเข้าไปในตรอกก่อนจะบอกให้สวี่หยวนมานั่งที่คนขับ
“คุณสวี่วิ่งหนีไม่ไหวงั้นขับรถหนีไปก่อนก็ยังดีครับ ผมจะรีบไปตามคนมาช่วยเดี๋ยวนี้”
สวี่หยวนทำตามทันที “ได้!! นายรีบไปเถอะ”
เมื่อคนร้ายเลี้ยวรถตามเข้ามาสวี่หยวนก็เริ่มขับรถตรงทะลุตรอกนี้ไปแล้ว เธอขับรถอย่างชำนาญไม่วอกแวก
รถที่ตามมาด้านหลังใกล้เข้ามา คนร้ายที่นั่งฝั่งข้างคนขับถือปืนโผล่หัวออกมาแล้วยิงเข้าที่ล้อรถด้านหลังซ้ายของสวี่หยวน เมื่อเธอได้ยินเสียงปังก็รีบประคองพวงมาลัยแล้วเหยียบคันเร่ง โดยที่ไม่สนใจว่ายางจะแบน กระทะล้อบดเบียดกับถนนเกิดเป็นเสียงเสียดสีดังก้องและร่องรอยสีดำน่ากลัวเป็นทางยาว
พวงมาลัยส่ายไปมา เธอไม่อาจบังคับมันให้วิ่งตรงต่อไปได้อีกเพราะเธอซื้อเวลามาได้ถึงครึ่งชั่วโมงแล้ว
รถคนร้ายวิ่งแซงมาปาดหน้ารถของเธออย่างรวดเร็วทำให้ทั้งสองคันชนกัน สวี่หยวนหัวกระแทกกับพวงมาลัยจนเลือดอาบใบหน้างาม
แม้แต่ถุงลมนิรภัยยังโดนถอดออกไป ช่างวางแผนมาได้ดีเหลือเกิน…
กลุ่มคนร้ายลงจากรถ หนึ่งในนั้นมีชายหนุ่มวัยรุ่นที่หน้าตาหล่อเหลาและดูคุ้นเคย เขาคือลูกชายของเธอที่เธอคิดว่าเขาตายไปตั้งแต่เกิดแล้ว แต่เพิ่งมารับรู้การมีอยู่ของเขาเมื่อสองปีก่อน ซึ่งเธอก็ไม่ได้แย่งเขามาดูแลแต่กลับนำเงินไปมอบให้พ่อกับแม่บุญธรรมของเขาเพื่อช่วยเลี้ยงดูเขาต่อไป
เด็กหนุ่มเดินมาหาเธอด้วยท่าทีราวกับโกรธแค้นกันมาหลายชาติภพ เขากระชากประตูฝั่งคนขับของเธอออก
เมื่อได้เห็นสภาพของเธอในตอนนี้เขาก็แค่นหัวเราะด้วยแววตาแดงก่ำ “สมน้ำหน้า!! เพราะคุณคนเดียว ทำให้พ่อแม่ของผมต้องตาย ผมจะไม่มีทางให้คุณอยู่ดี คุณต้องตายตามพวกเขาไปด้วย”
สวี่หยวนมึนงง นี่มันเรื่องอะไรกัน? เธอไปฆ่าพ่อแม่บุญธรรมของเขาเมื่อไร?
“ป้าสวี่ล่ะ เธอบอกหรือเปล่าว่าจะมาตอนไหน?”
เด็กหนุ่มหันไปถามกลุ่มคนร้ายที่มาด้วยกัน หนึ่งในนั้นกล่าวตอบ “คุณนายสวี่บอกว่าให้คุณจัดการไปได้เลย ไม่ว่าคุณจะแก้แค้นนั่งนี่จนตายกี่ครั้ง เธอก็จะช่วยเหลือคุณและปกป้องคุณได้แน่”
สายตาของเด็กหนุ่มจึงได้ตวัดมามองสวี่หยวนอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะหยิบปืนขึ้นมาแล้วเล็งเข้าที่หน้าผากของสวี่หยวน ปืนในมือของเขาสั่นเทา เหงื่อกาฬผุดพราย สุดท้ายเขาหลับตาลง หัวคิ้วขมวดอย่างเคร่งเครียด
“ไปรับผิดกับพ่อแม่ของฉันที่นรกเถอะ!! พวกเขารอเธออยู่”
ปัง!!
ขณะที่สติของสวี่หยวนกำลังดับวูบก็ยังไม่เข้าใจว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้อย่างไร จนกระทั่งวิญญาณของเธอล่องลอยออกจากร่าง
ภาพที่เธอเห็นคือลูกชายของเธอถูกตำรวจจับคาหนังคาเขา ท่าทางของเขาดูตื่นตระหนกแตกต่างจากความอหังการที่เขาแสดงออกเมื่อครู่ลิบลับ
ดูเหมือน ‘ป้าสวี่’ ของเขาจะไม่ได้ช่วยเหลือเขาอย่างที่หล่อนฝากคำพูดมา เพราะเมื่อเขารู้ตัว คนร้ายคนอื่นๆ ก็เผ่นแน่บหายหัวไปกันหมดแล้ว
เด็กหนุ่มถูกจับข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาและความผิดที่เขาก่อขึ้นก็ได้รับการตัดสินโทษประหารโดยไม่รอลงอาญา
เขาจึงได้ตระหนักในตอนนี้เองว่าตัวเขาถูกหลอกลวง มีตำรวจหญิงคนหนึ่งเดินมาบอกความจริงที่โหดร้ายแก่เขาว่า
“ฉันเสียใจมากที่เธอทำเรื่องนี้ลงไป เธอรู้หรือเปล่าว่าคนที่เธอยิงตายคือแม่แท้ๆ ของเธอนะ เจิ้งมู่เฉิน!!”
เจิ้งมู่เฉินไม่เชื่อ เขาส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง “ไม่จริง!! หล่อนจะเป็นแม่ของผมได้ยังไง หล่อนเป็นคนฆ่าพ่อแม่ของผมชัดๆ”
ตำรวจหญิงทนไม่ไหวจึงสะบัดมือตบหน้าเขาอย่างแรง “ฉันเป็นเพื่อนสนิทของสวี่หยวน ตอนที่เธอเสียใจมากที่สุดฉันก็อยู่เคียงข้างเธอมาตลอด เธอให้กำเนิดนาย!! แต่ถูกคนอื่นพาตัวไปตั้งแต่คลอดออกมาแล้วหลอกลวงเธอว่านายตายไปแล้ว เธอร้องไห้เสียใจจนตาแทบจะบอด จากนั้นถึงได้พยายามทุ่มเทให้กับงานเพื่อลืมเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้น เมื่อสองปีก่อน ฉันสืบรู้มาว่าที่แท้แล้วนายไม่ได้ตายแต่อยู่กับพ่อแม่บุญธรรม เธอก็เลยไปหาพวกเขาแล้วมอบเงินให้เมื่อพบว่าพวกเขาเป็นคนจิตใจดีและเห็นนายมีความสุขเมื่ออยู่กับพวกเขา แต่นายกลับฆ่าเธอ!! เจิ้งมู่เฉิน!! นายฆ่าแม่แท้ๆ ของตัวเอง!!”
เจิ้งมู่เฉินส่ายหน้าสุดชีวิต รับไม่ได้โดยสิ้นเชิงกับคำพูดเหล่านี้ของจิ้งอี้ผิง “ไม่จริง!! คุณโกหก!!”
จิ้งอี้ผิงปาดน้ำตา “นายหลงเชื่อป้าสวี่ของนายสินะ ถึงได้ทำเรื่องแบบนี้ออกมาได้”
สองปีก่อน เมื่อพ่อแม่บุญธรรมของเจิ้งมู่เฉินได้รับเงินมาจากสวี่หยวนแล้ว เจิ้งมู่เฉินก็ได้พบกับสวี่จิ้งเหยา ผู้เป็นพี่สาวต่างมารดาของสวี่หยวน
หล่อนให้เจิ้งมู่เฉินเรียกตนเองว่าป้าสวี่ จากนั้นหล่อนก็คอยมาหาเขาและซื้อของให้เขาเป็นประจำ โดยอ้างว่าตนเองรู้จักกับพ่อแม่บุญธรรมของเขา
พ่อแม่บุญธรรมของเจิ้งมู่เฉิงรับรู้ว่าสวี่หยวนเป็นใคร เมื่อสวี่จิ้งเหยามาบอกกับพวกเขาว่าเธอเป็นพี่สาวของสวี่หยวน พวกเขาก็เชื่อทันที ยิ่งได้เห็นว่าสวี่จิ้งเหยาเอาใจใส่ดูแลเจิ้งมู่เฉินเป็นอย่างดีก็ยิ่งไว้ใจเธอมากขึ้น
ไหนเลยจะรู้ว่าเธอจะคอยกรอกความคิดผิดๆ ใส่สมองของเจิ้งมู่เฉินตลอดเวลา ทั้งบอกว่าเธอมีน้องสาวคนหนึ่งที่ใจคอโหดร้าย ทั้งยังฮุบสมบัติของพ่อเธอจนร่ำรวยมหาศาล
ต่อมายังคอยบอกเจิ้งมู่เฉิงอีกว่าเธอได้ยินสวี่หยวนวางแผนที่จะกำจัดคนที่เธอสนิทด้วย นั่นก็คือครอบครัวพ่อแม่บุญธรรมของเจิ้งมู่เฉิน
แต่เจิ้งมู่เฉินไม่เชื่อ เขาไม่เชื่อว่าจะมีใครฆ่าใครได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องรับโทษ
ต่อมาเมื่อพ่อแม่บุญธรรมของเขาต้องจบชีวิตพร้อมกันจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ‘ป้าสวี่’ ก็เริ่มมาพูดกรอกหูเขาอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้เขากลับเชื่อและเกิดความเคียดแค้นขึ้นในใจ ‘ป้าสวี่’ ยังบอกว่าหากเขาอยากแก้แค้น เธอจะช่วยเหลือเขาเอง
จิ้งอี้ผิงได้ฟังเรื่องทั้งหมดแล้วจึงด่าเด็กหนุ่มว่าโง่เขลานัก ถูกหลอกใช้ยังไม่รู้ตัว ตอนนี้เขาซึ่งเป็นสายเลือดเดียวที่เหลืออยู่ของสวี่หยวนก็ต้องถูกประหารชีวิตไปด้วย แล้วสุดท้ายใครเล่าจะได้รับผลประโยชน์ทั้งหมด
นั่นก็คือ สวี่จิ้งเหยา!!
สวี่หยวนที่เป็นวิญญาณล่องลอยหัวเราะอย่างเย้ยหยัน สวี่จิ้งเหยาร้ายกาจจริงๆ ในมุมที่เธอมองไม่เห็น หล่อนกลับแอบทำเรื่องชั่วร้ายลับหลังเอาไว้มากมาย
เธอมองลูกชายของตนเองเป็นครั้งสุดท้ายด้วยความเสียใจ ก่อนจะผละจากมาแล้วไปที่บ้านของเธอ
ในบ้านหลังใหญ่ที่เป็นตึกยี่สิบชั้นของเธอ มีกลุ่มคนสามคนกำลังยิ้มอย่างได้ใจและขอกุญแจจากผู้จัดการตึกของเธอ
ตรงนั้นมีแม่เลี้ยงของเธอ ลู่ถง มีสวี่จิ้งเหยาและ… อดีตสามีของสวี่หยวน เจิ้งเหว่ย!!
ตอนที่2
สวี่หยวนพลันเข้าใจอะไรๆ ขึ้นมาได้ทันที เรื่องทุกอย่างหากไม่มีเจิ้งเหว่ยคอยช่วยเหลือ พวกเขาจะทำทุกอย่างได้สะดวกง่ายดายเช่นนี้หรือ ในขณะที่เธอใช้ความเสียใจที่สูญเสียลูกไปเป็นแรงผลักดันในการทำธุรกิจให้เฟื่องฟู คนเหล่านี้กลับสมคบคิดกันตลบหลังเธอ
เป้าหมายของพวกเขาก็คือทรัพย์สมบัติทุกอย่างของเธอ!!
หลังจากเสียลูกไป สวี่หยวนก็สูญเสียจิตวิญญาณไปด้วย เจิ้งเหว่ยเองก็แสดงท่าทางเสียใจไม่แพ้เธอ แต่ต่อมาเขากลับบอกว่าเขาทนเห็นหน้าเธอไม่ได้เพราะจะทำให้เขาคิดถึงลูก เขาจึงขอหย่าขาดจากเธอ
หลังจากนั้นเธอก็ไม่ได้เห็นเขาอีกเลย ใครจะรู้เล่าว่าต่อมาเขากลับไปแต่งงานกับสวี่จิ้งเหยาเงียบๆ เงียบจนเธอไม่ระแคะระคายเลยสักนิด
สวี่หยวนเฝ้าดูฉากตรงหน้าด้วยแววตาเย้ยหยัน พวกเขาคงไม่รู้ว่าเธอทำพินัยกรรมเอาไว้ว่าหากเธอตายไป ทรัพย์สมบัติของเธอจะถูกส่งมอบให้กับลูกชาย เจิ้งมู่เฉิน แต่หากเกิดเหตุสุดวิสัย เจิ้งมู่เฉินไม่อาจรับมรดกของเธอได้ ก็ให้บริจาคเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้กับมูลนิธิเด็กกำพร้า
ทรัพย์สินเหล่านั้นย่อมหมายรวมถึงตึกแห่งนี้ด้วย พวกเขาจะไม่ได้อะไรจากเธอสักแดงเดียว!!
คิดถึงตรงนี้แล้ว สวี่หยวนก็รู้สึกเบาสบาย ตัวเธอล่องลอยขึ้นไปแต่จู่ๆ ก็ถูกแรงดึงดูดบางอย่างกระชากลงมาอย่างกะทันหันจนสายตามืดดับ
………
สวี่หยวนกำลังฝัน… เธอฝันว่ามีหญิงสาวชื่อเดียวกับเธอกำลังตั้งครรภ์ แต่รูปร่างของเธอกลับซูบผอมจนแทบจะเหลือแต่โครงกระดูก
แต่เธอกลับฝืนทนลุกขึ้นแล้วเดินออกไปเพื่อหาอะไรมากิน สภาพบ้านที่เธออยู่นั้นดูไม่เหมือนบ้านแม้แต่น้อย แต่กลับเหมือนกระท่อมมากกว่า เพราะมันสร้างจากดินและมีหลังคาหญ้าฟางปกคลุม หากฝนตกลงมา น้ำคงรั่วซึมเข้าไปในตัวบ้านแน่
เธอเดินงกๆ เงิ่นๆ ไปตามทาง แต่ตอนนั้นเองที่เธอเกิดปวดท้องขึ้นมา ขณะเดียวกันก็มีหญิงวัยกลางคนถือตะกร้าใส่อาหารมาพบเข้าพอดี
“เสี่ยวหยวน!!”
หญิงวัยกลางคนรีบเข้าไปหาหญิงสาว ในขณะที่อีกฝ่ายกำลังจะล้มลง
“ใครก็ได้!! รีบมาช่วยกันหน่อยเร็ว เสี่ยวหยวนใกล้จะคลอดแล้ว!!”
ผู้คนต่างพากันออกมาจากบ้านและในท้องนา ตอนนี้เองที่วิญญาณสวี่หยวนได้เห็นเสื้อผ้าการแต่งกายของผู้คน ดูเหมือนคนเหล่านี้จะอยู่ในยุคเจ็ดศูนย์แปดศูนย์ เสื้อผ้าของพวกเขาบางคนยังมีสีมืดทึม ในขณะที่บางคนที่เป็นวัยรุ่นหน่อยสวมเสื้อผ้าที่มีสีสันขึ้น
‘เสี่ยวหยวน’ คนนั้นถูกพาขึ้นเกวียนวัว ก่อนที่จะถูกพาไปที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่สภาพดูล้าสมัยเป็นอย่างมาก
‘สวี่หยวน’ ล่องลอยตามหญิงสาวเข้าไปในห้องคลอด ภาพในสมองก็ย้อนกลับไปถึงตอนที่ตนเองกำลังคลอดลูกเช่นเดียวกัน และเพราะตอนนั้นเธอเองก็คลอดลูกแล้วหมอถูกซื้อตัวให้บอกกับเธอว่าลูกของเธอตายไปแล้ว เธอจึงจับตามองสถานการณ์ของ ‘เสี่ยวหยวน’ อย่างใกล้ชิด
เสี่ยวหยวนร้องเสียงแผ่วด้วยความเจ็บปวด เธอไม่มีเรี่ยวแรงมากนักจึงต้องเก็บแรงเอาไว้เบ่งคลอดตามที่หมอสั่งมา
ขณะเดียวกัน ด้านนอกของห้องคลอดก็มีหญิงวัยกลางคนกับหญิงสาววัยไล่เลี่ยกับ ‘เสี่ยวหยวน’ ทั้งสองกำลังพูดคุยกันเสียงเบา
แต่เสียงเบาที่คนอื่นไม่ได้ยินกลับแทรกเข้าหู ‘สวี่หยวน’ แบบเต็มๆ “แม่ได้ซื้อตัวหมอคนนั้นเอาไว้แล้วใช่ไหม? ฉันไม่อยากให้นังนั่นคลอดลูกของพี่เหว่ยนะ”
“นี่แกดูถูกฉันหรือไง!! เรื่องแค่นี้มีหรือว่าฉันจะพลาด”
“พอเด็กคลอดออกมาแล้วรีบเอามันไปทิ้งถังขยะเลยนะ”
“เออน่า ฉันรู้แล้ว!!”
‘สวี่หยวน’ หรี่ตามอง ทำไมเรื่องราวของคนพวกนี้ถึงได้คล้ายคลึงกับเธอนัก?
เสียงเด็กทารกร้อง “อุแว๊!!” ดึงความสนใจของ ‘สวี่หยวน’ ให้กลับมามอง ‘เสี่ยวหยวน’ กับเด็กที่เพิ่งคลอด
“เด็กเป็นผู้ชายค่ะ แต่เขาเสียชีวิตแล้ว ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะคุณสวี่”
‘เสี่ยวหยวน’ ตกใจเป็นอย่างมาก “เป็นไปได้ยังไงคะ? เมื่อครู่เขายังร้องเสียงดังอยู่เลย”
หมอทำคลอดท่าทางเลิ่กลั่ก “แต่เขาไม่หายใจแล้วค่ะ”
‘สวี่หยวน’ เห็นท่าไม่ดี กลัวว่า ‘เสี่ยวหยวน’ จะเชื่อคำพูดของหมอเหมือนกับเธอที่โง่งมในตอนนั้น
เธอจึงได้พูดซ้ำๆ ข้างหู ‘เสี่ยวหยวน’ “อย่าไปเชื่อพวกเขา ลูกของเธอยังไม่ตาย แต่กำลังจะถูกเอาไปทิ้ง เธอต้องลุกขึ้นมาดูเขาเดี๋ยวนี้ เธอต้องปกป้องเขาเอาไว้!!”
“อ๊ะ!! คุณสวี่ คุณตกเลือด!!”
‘เสี่ยวหยวน’ ทั้งหวาดกลัวทั้งเสียใจจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ขณะเดียวกันร่างกายของเธอก็อ่อนแอมาก ทำให้เธอเกิดอาการตกเลือดอย่างรุนแรง
หมอทำคลอดรีบเข้าไปช่วยหยุดเลือดอย่างลนลาน หากหญิงสาวคนนี้ตายไปจริงๆ เธอคงถูกร้องเรียนแล้วก็ต้องถูกไล่ออกจากโรงพยาบาลแน่
ขณะที่ในห้องคลอดกำลังชุลมุน ‘สวี่หยวน’ ก็ถูกแรงดึงดูดที่มาจากร่างของ ‘เสี่ยวหยวน’ ทำให้เธอเข้าไปสวมร่างของอีกฝ่ายทันที
เมื่อเธอลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง เธอก็นอนอยู่ที่เตียงคนป่วยในห้องพักผู้ป่วยที่มีเตียงคนไข้สี่เตียงแล้ว เตียงอื่นๆ อีกสามเตียงก็เป็นหญิงที่มาคลอดลูกเช่นเดียวกัน
เสียงของหญิงสาวทั้งสามที่เพิ่งคลอดลูกนั้นกำลังพูดกันถึงเรื่องของ ‘เสี่ยวหยวน’
“เตียงนั้นน่าสงสารจริงๆ ลูกของหล่อนดันตายตอนคลอด แถมหล่อนยังตกเลือดอีกด้วย”
“สามีของหล่อนที่ตามมาทีหลังร้องไห้อย่างหนัก เขาเองก็น่าสงสารเหมือนกัน”
“นั่นสิ ไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนร้องไห้เสียใจเพราะต้องเสียลูกไปแบบนั้นเลย”
เรื่องราวอันแสนจะคุ้นเคยลอยเข้าสู่โสตประสาทของสวี่หยวน เธอยิ้มเยาะพลางคิดว่าร่างนี้ช่างมีชีวิตราวกับก็อปปีชีวิตของเธอมา
ยิ่งเป็นแบบนี้เธอก็ยิ่งรู้สึกว่าโลกนี้ช่างโหดร้ายต่อเธอกับ ‘เสี่ยวหยวน’ เหลือเกิน
แต่เมื่อนึกถึงเด็กชายคนนั้นที่เป็นลูกของ ‘เสี่ยวหยวน’ เธอก็ผุดลุกขึ้นมาอย่างอ่อนแรง
เธอต้องไปช่วยเขา!!
จังหวะเดียวกับที่เธอกำลังจะล้มลงข้างเตียง ก็มีมือแข็งแรงมาช่วยจับแขนพยุงเธอเอาไว้
“คุณยังอ่อนแอมาก อย่าเพิ่งลุกจากเตียงดีกว่าครับ”
ชายหนุ่มสวมแว่นขอบเงินและสวมเสื้อกาวน์สีขาวสะอาด มองเธอด้วยแววตาเห็นใจ
เขาช่วยให้เธอนอนลงบนเตียง ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “คุณไม่ต้องกังวลเรื่องลูกชายของคุณนะครับ เมื่อวานนี้ผมพบเขาเข้าพอดี ขณะที่หมอทำคลอดของคุณกำลังส่งเขาให้กับแม่และพี่สาวของคุณอย่างลับๆ ตรงบันไดด้านหลังตึก
ผมตามพวกเขาไปแล้วพบว่าพวกหล่อนกำลังเอาเด็กไปทิ้งไว้ที่ถังขยะ ดังนั้นพอพวกเธอจากไป ผมจึงไปอุ้มเด็กกลับมา ตอนนี้เขากำลังนอนอยู่ในห้องพักแพทย์ของผมเอง”
สวี่หยวนโล่งใจมาก “ขอบคุณคุณหมอมากนะคะที่ช่วยลูกของฉันไว้”
คุณหมอหนุ่มใช้ข้อนิ้วดันแว่นให้เข้าที่ ก่อนจะเอ่ยอีกครั้ง “แต่สิ่งที่ผมกำลังจะบอกกับคุณ ผมอยากให้คุณทำใจดีๆ เอาไว้ก่อน คุณทำได้ไหมครับ?”
สวี่หยวนไม่ใช่ร่างเดิม เธอไม่มีความรู้สึกกับสถานการณ์อื่นนอกเหนือจากลูกที่เกิดมาอีกแล้ว ดังนั้นเธอจึงพยักหน้า
“สามีของคุณ ดูเหมือนผมจะเห็นเขาจับมืออยู่กับพี่สาวของคุณคนนั้น…”
จริงๆ เขาเห็นว่าทั้งสองคนจูบกันด้วยซ้ำ แต่ยุคสมัยที่แค่การจับมือกันระหว่างชายหญิงก็เป็นเรื่องน่าอายมากแล้ว เขาจึงได้พูดแค่ว่าทั้งสองคนจับมือกัน เพราะแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวก็ทำให้หญิงสาวผู้น่าสงสารคนนี้ได้รับรู้เรื่องราวที่น่ารังเกียจมากพอแล้ว
สวี่หยวนหลุบตาลงแล้วพยักหน้าช้าๆ “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณคุณหมอที่เอาเรื่องนี้มาเตือนฉันนะคะ”
คุณหมอหนุ่มเอ่ยถามต่ออย่างเป็นห่วง “แล้วคุณจะทำยังไงต่อไปหรือครับ?”
สวี่หยวนยิ้มเย็นชา “ฉันก็คงจะต้อง… หย่ากับเขาน่ะค่ะ”
เธอรู้ดีว่าร่างนี้กลายเป็นของเธอเสียแล้ว ส่วนเสี่ยวหยวนก็จากไปตั้งแต่ตอนที่เธอตกเลือด ดังนั้นเธอจะใช้ชีวิตแทนอีกฝ่ายเอง
คุณหมอหนุ่มได้ฟังก็ทั้งกังวลแทนเธอและดีใจที่เธอคิดได้ “ถ้ามีอะไรให้ผมช่วย คุณก็บอกกับผมได้เลยนะ ผมชื่อเสิ่นจวิ้น เป็นหมอแผนกกุมารเวชประจำโรงพยาบาล”
“ฉันสวี่หยวนค่ะ”
ตอนที่3
แม้ว่าสวี่หยวนจะไม่เข้าใจว่าทำไมเสิ่นจวิ้นต้องมาสนใจเรื่องของเธอ แต่ในเมื่อเขาเป็นผู้หวังดี เธอจึงไม่ได้รู้สึกรังเกียจเขา แต่กลับรู้สึกว่าเขาคล้ายกับป้าข้างบ้านที่ชอบซุบซิบเรื่องชาวบ้านอยู่เล็กน้อย
มันน่าตลกดีเพราะคุณหมอหนุ่มคนนี้ ทำท่าทำทางเหมือนป้าข้างบ้านที่ชอบซุบซิบจริงๆ เขาทั้งก้มหน้าแล้วพูดเสียงเบากับเธอ
แต่จริงๆ แล้วเสิ่นจวิ้นรู้ดีว่าเขาไม่ได้เป็นอย่างนั้น เขาก็แค่ได้รู้เห็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับเด็กทารกที่ถูกนำไปทิ้ง แถมยังได้เป็นพยานในเหตุการณ์ลอบเป็นชู้อีกด้วย
ต่อมาเมื่อเขาช่วยเหลือเด็กน้อยได้แล้ว เขาก็รีบไปหาผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพื่อฟ้องร้องพฤติกรรมของหมอทำคลอดคนนั้นทันที
ตอนนี้เรื่องยังไปไม่ถึงตำรวจเพราะผู้อำนวยการโรงพยาบาลลงโทษหมอทำคลอดคนนั้นแล้วโดยการไล่อีกฝ่ายออก เขากลัวว่าหากแจ้งความแล้วจะส่งผลต่อชื่อเสียงของโรงพยาบาล
เสิ่นจวิ้นรู้สึกว่าไม่เป็นธรรมต่อหญิงสาว เขาจึงได้มาหาเธอเพื่อบอกกล่าวเรื่องราวต่างๆ พร้อมกับเสนอตัวให้ความช่วยเหลือหากว่าเธอต้องการ
“ฉันจะได้พบกับลูกเมื่อไรหรือคะ?”
เสิ่นจวิ้นก้มมองเธอ “คุณอยากพบกับเขาตอนนี้เลยก็ได้ครับ ผมให้พยาบาลคอยดูแลเขาและให้เธอป้อนนมผงให้เขาอยู่”
“อย่างนั้นฉันขอพบกับเขาตอนนี้เลยค่ะ”
เสิ่นจวิ้นพยักหน้า “ได้ครับ เดี๋ยวผมให้พยาบาลพาเขามาหาคุณ”
เขาเดินออกจากห้องไปปุ๊บ สวี่หยวนก็ต้องเผชิญกับสายตาหลายคู่ที่ส่งมาที่เธอ หนึ่งในนั้นเอ่ยถามเธออย่างเกรงว่าเธอจะคิดมาก
“เรื่องก็เกิดขึ้นแล้ว เธอก็ทำใจเถอะนะ”
“เมื่อครู่นี้คุณหมอรูปหล่อเขาอุตส่าห์เข้ามาปลอบใจเธอแล้ว ต่อไปเธอก็ท้องใหม่ได้อีก อย่าเสียใจไปเลย”
สวี่หยวนครุ่นคิด สีหน้าของเธอดูเหมือนเสียใจตรงไหน แล้วเด็กชายตัวน้อยของเธอก็ยังไม่ตาย เธอจะเสียใจไปเพื่ออะไร
ครู่หนึ่งก็มีนางพยาบาลอุ้มเด็กทารกเดินเข้ามา ทุกคนจึงมองไปที่เธอโดยพร้อมเพรียง
“คุณพยาบาล เด็กคนนั้นเป็นลูกของฉันหรือเปล่าคะ?”
หนึ่งในคุณแม่มือใหม่เอ่ยถาม พยาบาลจึงส่ายหน้ายิ้มๆ “ไม่ใช่ค่ะ เด็กคนนี้เป็นลูกของคุณสวี่เตียงสองค่ะ”
“อ้าว!!”
สามเตียงที่เหลือต่างพากันอุทาน “ไม่ใช่ว่าลูกของเธอ…?”
สวี่หยวนไม่สนใจคนอื่นๆ เธอรับลูกชายมาอุ้ม ก่อนจะมองใบหน้าของเขาชัดๆ
ถึงแม้เด็กน้อยจะมีผิวยับย่น แต่เธอกลับหลงรักเขาในวินาทีแรกที่เห็น สวี่หยวนคิดว่าอาจเป็นความรู้สึกของร่างนี้ผสมปนเปความความรู้สึกของเธอเอง
นางพยาบาลให้ความรู้ในการเลี้ยงเด็กกับเธอทีละอย่าง สวี่หยวนฟังแล้วพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยน
หญิงเพิ่งคลอดอีกสามเตียงมองมาที่เธอด้วยแววตาละอายใจ ที่แท้ลูกชายของคนเขายังไม่ตาย แต่พวกเธอกลับพูดจาเหมือนแช่งเด็กน้อย ช่างแย่เสียจริง ดีแค่ไหนแล้วที่สวี่หยวนไม่ด่าพวกเธอกลับ
ตอนนี้เองที่หญิงวัยกลางคนเดินเข้ามาหาสวี่หยวน สีหน้าของเธอดูเป็นห่วงเป็นใยสวี่หยวนไม่น้อย
“เสี่ยวหยวน เป็นยังไงบ้าง? คลอดลูกราบรื่นดีไหม? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”
คิดแล้วเธอก็ตบปากตนเองสองที “ฉันถามอะไรเนี่ย? คลอดลูกมีใครไม่เจ็บบ้าง เอ๊ะ!! นี่คือหลานของฉันใช่ไหม?”
สวี่หยวนมองดูหญิงวัยกลางคนคนนี้ จากนั้นในสมองก็นึกออกว่าเธอเป็นใคร คนๆ นี้คือมารดาของเจิ้งเหว่ยชื่อหลี่ซานนี เป็นแม่สามีของสวี่หยวนนี่เอง
แม่เจิ้งถูมือไปมากับเสื้อผ้าของตนเองเพราะกลัวว่ามือจะสกปรก จากนั้นจึงเอ่ยเสียงเบา
“แม่ขออุ้มหลานหน่อยได้ไหม? ว่าแต่เขาเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายหรือจ๊ะ?”
สวี่หยวนส่งเด็กน้อยให้เธออุ้ม จากนั้นจึงตอบคำถาม “เป็นเด็กผู้ชายค่ะ”
“เด็กผู้ชายหรือ? อั๊ยยา… หลานชายของย่า หลานชายคนดี”
แม่สามีคนนี้ของสวี่หยวนเป็นคนมีใจเมตตา ที่สวี่หยวนต้องไปอยู่ที่กระท่อมแยกห่างออกไปนั้นไม่ใช่ความคิดของเธอเลย ทั้งเธอยังห้ามปรามแล้วด้วย แต่กลับค้านลูกชายอย่างเจิ้งเหว่ยไม่ได้ เพราะเขาบอกว่าเขาอยากแยกออกไปอยู่ข้างนอก
แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆ เขากลับไม่เคยมานอนที่กระท่อมเลย ทั้งยังออกไปหาสวี่จิ้งเหยาในทุกคืนอีกด้วย
แต่โชคชะตาเล่นตลกกับสวี่หยวน เพียงเข้าหอคืนเดียวเธอกลับตั้งครรภ์ขึ้นมาได้ อาหารการกินก็มีแม่สามีคอยส่งให้บ้าง แต่เธอกลับแพ้ท้องหนักและแพ้ท้องยาวนานหลายเดือน อาหารที่กินไปกลับอาเจียนออกมาหมด เรื่องนี้ทำให้สะใภ้ใหญ่ของแม่เจิ้งไม่พอใจเป็นอย่างมาก จึงได้คอยจับตาดูไม่ให้แม่สามีเอาของกินมาให้กับสวี่หยวนอีก
นานวันเข้า สวี่หยวนที่อ่อนแอก็ขาดสารอาหาร ตัวเธอไร้เรี่ยวแรงออกไปทำงาน แต่ยังดีว่าคนในหมู่บ้านล้วนใจดีมาก หากพบเห็นว่าเธอเดินออกมาก็จะคอยจับตามองอยู่ห่างๆ บางคนก็คอยเอาอาหารมามอบให้ แต่ก็น้อยมาก เพราะครอบครัวในยุคสมัยนี้ต่างก็ยากจนจนแทบไม่มีเสบียงในบ้านกินอย่างเพียงพออยู่แล้ว การเจียดอาหารเล็กน้อยให้สวี่หยวนจึงถือว่าเป็นเรื่องที่มีคุณธรรมมาก
กล่าวถึงเรื่องว่าทำไมสวี่หยวนถึงได้มาแต่งงานกับเจิ้งเหว่ยได้ นั่นก็เพราะตอนแรกสวี่จิ้งเหยาดูแคลนเจิ้งเหว่ยเพราะเขาเอาแต่อ่านหนังสืออย่างเปล่าประโยชน์แต่ทำไร่ทำนาไม่เป็น ทั้งยังเป็นคนชนบท แต่ด้วยความที่พวกเขาสองคนคบหากันมานาน พ่อสวี่จึงรับปากเจิ้งเหว่ยให้จัดงานแต่งงานของทั้งคู่ขึ้น สวี่จิ้งเหยาได้ยินแล้วจึงร้อนใจ เธอกับแม่จึงวางแผนโดยการมอมเหล้าเจิ้งเหว่ยและสวี่หยวน ทำให้พวกเขาเข้าหอแทนเธอในวันแต่งงานแล้วป้ายความผิดให้พวกเขาว่าหักหลังเธอที่เป็นเจ้าสาวตัวจริง
เจิ้งเหว่ยจึงรู้สึกผิดต่อเธอมาก แต่เขาก็เปลี่ยนแปลงความจริงไม่ได้ว่าตนเองจำเป็นต้องรับสวี่หยวนมาเป็นภรรยา เขาจึงโทษว่าเป็นความผิดของสวี่หยวนแทน
แต่ในเวลาต่อมาทางการกลับมีประกาศเปิดให้เข้าสอบคัดเลือกนักศึกษาให้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย เจิ้งเหว่ยจึงได้โอกาสเข้าสอบ แล้วเขาก็สอบติดเสียด้วย ทำให้สวี่จิ้งเหยารู้สึกสูญเสียและต้องการทวงเขาคืนจากสวี่หยวน
สวี่จิ้งเหยาล่อลวงเจิ้งเหว่ยโดยใช้ความละอายใจของเขาเป็นตัวล่อ จากนั้นก็ทั้งคู่ก็แอบมีอะไรกันลับหลังสวี่หยวน
แม่เจิ้งไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน ดังนั้นเธอจึงไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่สวี่หยวนจะบอกกับเธอเอง
“คุณแม่คะ ฉันมีเรื่องจะบอกค่ะ”
แม่เจิ้งกำลังปลาบปลื้มดีใจที่ได้หลานชาย เธอจึงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวหยวนมีอะไรก็บอกแม่ได้เลยจ้ะ”
“วันนี้ตอนที่ฉันฟื้น มีคุณหมอท่านหนึ่งบอกข่าวร้ายกับฉันสองข่าวค่ะ”
แม่เจิ้งลดรอยยิ้มลงแล้วใช้สายตาสำรวจร่างกายของสวี่หยวนกับหลานชายอย่างรวดเร็ว
“หรือว่าพวกเธอแม่ลูกเป็นอะไรไป? มีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเธอเหรอ?”
สวี่หยวนรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ เธอเคยแต่ได้ยินว่าแม่สามีมักจะใจจืดใจดำกับลูกสะใภ้ แต่ไม่ค่อยได้ยินว่ามีแม่สามีที่ไหนจะห่วงใยลูกสะใภ้เหมือนลูกสาวอย่างแม่เจิ้งเลย
เมื่อต้องพูดเรื่องเลวร้ายของลูกชายแท้ๆ ของแม่เจิ้งสวี่หยวนจึงรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาเล็กน้อย
แต่เธอจะไม่พูดก็คงไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเธอจะหย่าขาดแล้วพาลูกไปด้วยได้อย่างไร
“เรื่องแรกคือหลังจากที่ฉันคลอดลูก หมอที่ทำคลอดบอกกับฉันว่าลูกชายของฉันหมดลมหายใจแล้ว ทั้งๆ ที่ฉันได้ยินเสียงร้องของเขาอยู่ชัดๆ”
“ตายจริง!! แล้วทำไมหล่อนถึงทำแบบนั้น? นั่นเป็นเรื่องที่เลวร้ายมากเลยนะ หรือว่าเธอต้องการเอาหลานชายของแม่ไปขาย?”
สีหน้าใจดีของแม่เจิ้งพลันแปรเปลี่ยนเป็นเดือดดาล “ไม่ได้!! แม่จะไปเอาเรื่องหล่อนให้ถึงที่สุด จะให้หล่อนมาทำแบบนี้กับลูกสะใภ้และหลานชายของแม่ไม่ได้เด็ดขาด”
สวี่หยวนรีบจับแขนเธอเอาไว้ “แม่คะๆ เรื่องนี้มีที่มาที่ไปค่ะ เป็นเพราะพี่สาวของฉันสวี่จิ้งเหยาที่ลอบซื้อตัวหมอทำคลอดให้ทำเรื่องนี้ค่ะ จากนั้นเมื่อฉันสลบไปเพราะเสียเลือดมาก เธอก็เอาลูกชายของฉันไปทิ้งถังขยะที่ด้านหลังของโรงพยาบาล โชคดีที่ได้คุณหมอเสิ่นมาช่วยเอาไว้ได้ทัน เขาจึงรีบอุ้มลูกชายของฉันกลับมาค่ะ แต่ระหว่างนั้น…”