โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ราคาน้ำมันดิบโลกปิดร่วงจากสูงสุดใน 6 เดือน ลงเหลือกว่า 80 ดอลลาร์ คาดกลุ่มฮูติหยุดซุ่มโจมตีเรือขนส่งน้ำมันดิบ ราคาน้ำมันในไทยแพงสุดใน 1 เดือนทรงตัววันที่ 6 ติดกัน

BTimes

อัพเดต 20 ม.ค. 2568 เวลา 12.03 น. • เผยแพร่ 20 ม.ค. 2568 เวลา 02.28 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

ตลาดซื้อขาย น้ำมันดิบ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา รายงานว่า วันที่ 17 มกราคม 2025 ราคาน้ำมันดิบไนเม็กซ์ นิวยอร์ก สหรัฐ ปิดที่ 77.88 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล -0.80 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ -1.0% ส่งผลราคาปิดลดลง 2 วันติดกันรวม -2.16 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ -2.7% หลุดสถิติราคาปิดสูงสุดใน 6 เดือน หรือตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2024 เป็นต้นมา ด้านราคาน้ำมันดิบ เบร็นท์ อังกฤษ ทะเลเหนือ ปิดที่ 80.79 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล -0.50 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ -0.6% ส่งผลราคาปิดลดลง 2 วันติดกันรวม -2.16 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ -2.7% หลุดจากสถิติราคาปิดสูงสุดใน 5 เดือนครึ่ง หรือตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2024

ในสัปดาห์ผ่านไป ราคาน้ำมันดิบทั้งสองตลาดสำคัญปิด +1.3% และ +1.7% ตามลำดับ ส่งผลเป็นราคาน้ำมันดิบรายสัปดาห์ปิดขึ้น 4 สัปดาห์ติดต่อกัน ในปี 2024 ราคาน้ำมันดิบเบร็นท์ อังกฤษ ทะเลเหนือ ปิดสุทธิลดลง 3% เมื่อเทียบกับปี 2023 ขณะที่ ราคาน้ำมันดิบไนเม็กซ์ นิวยอร์ก สหรัฐ มีราคาปิดสุทธิเสมอตัวกับในปี 2023

สาเหตุจากข้อตกลงเสนอหยุดยิงชั่วคราวนาน 6 สัปดาห์ระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสติดอาวุธในฉนวนกาซามีผลขึ้นแล้ว ส่งผลให้มีการคาดการณ์ว่ากลุ่มกองกำลังฮูติที่มักจะโจมตีกองเรือขนส่งน้ำมันดิบในทะเลแดงของตะวันออกกลาง อาจจะหยุดการซุ่มโจมตีด้วย

ก่อนหน้านี้ สำนักจัดการข้อมูลพลังงานแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือ USEIA เปิดเผยว่า ปริมาณสำรองน้ำมันดิบรายสัปดาห์ในสหรัฐอเมริกาลดลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก ทำสถิติต่ำสุดในรอบ 2 ปี หรือตั้งแต่ปี 2022 เมื่อวานนี้ ได้คาดการณ์การบริโภคน้ำมันดิบสหรัฐอเมริกาจะคงที่วันละ 20.5 ล้านบาร์เรลในปีนี้ และปี 2026 ในขณะที่กำลังการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐอเมริกาจะเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 13.52 ล้านบาร์เรลในปี 2025 นี้ ขณะที่กระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา ประกาศมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันดิบของก๊าซพรอม เนฟท์ ซี่งเป็นรัฐวิสาหกิจพลังงานใหญ่ที่สุดในประเทศรัสเซีย และเซอร์กัทเนฟเทก๊าซ รวมถึงกองเรือเงาขนส่งน้ำมันดิบจำนวน 183 ลำของประเทศรัสเซีย

ก่อนหน้านี้ นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศมาตรการคว่ำบาตรด้านพลังงานในภาพรวมกับประเทศรัสเซีย ซึ่งประกอบด้วยการคว่ำบาตร บริษัทและรัฐวิสาหกิจผลิตผลิตน้ำมันดิบ การคว่ำบาตรเรือขนส่งน้ำมันดิบ การคว่ำบาตรธุรกิจขายส่งน้ำมันดิบ การคว่ำบาตรบริษัทเทรดเดอร์ซื้อขายน้ำมันดิบ และการคว่ำบาตรท่าเรือขนส่งและขนถ่ายน้ำมันดิบทั้งหมดของรัสเซีย จะเห็นได้ว่ามาตรการคว่ำบาตรในภาพรวมครั้งใหม่นี้พุ่งไปเป้าหมายสำคัญของทุกขั้นตอนของการผลิต การจำหน่าย และการขนส่งน้ำมันดิบครบวงจรของประเทศรัสเซียออกสู่ตลาดโลก แหล่งข่าวสำคัญในวงการอุตสาหกรรมน้ำมันดิบตลาดโลกเปิดเผยว่ามาตรการล่าสุดในครั้งนี้ของสหรัฐอเมริกาจะส่งผลกระทบต่อวงจรการผลิตและขนส่งน้ำมันดิบของรัสเซียอย่างมากโดยเฉพาะการขายน้ำมันดิบให้กับประเทศจีนและอินเดีย

นอกจากนี้ ภาวะอากาศหนาวจัดปกคลุมหลายพื้นที่ในสหรัฐ และยุโรป ส่งผลต่อแนวโน้มความต้องการใช้ และราคาน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มสูงขึ้น สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดีเซลเกรดซัลเฟอร์ต่ำที่สุด พบว่ามีราคาพุ่งทะยานถึง 5.1% ขึ้นแตะที่ระดับ 105.07 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ทำสถิติสูงสุดในรอบ 5 เดือนกว่า หรือตั้งแต่กรกฎาคม 2024

ด้านสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ หรือไออึเอ เปิดเผยการคาดการณ์ว่า ในปี 2025 จะเกิดภาวะตลาดน้ำมันดิบล้นตลาด หรือเกินความต้องการบริโภคที่ 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ถ้ากลุ่มโอเปกพลัสมีมติเริ่มทยอยเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบในเดือนมีนาคมปี 2025 หากกลุ่มโอเปกพลัสยังคงมติลดกำลังการผลิตต่อเนื่องเมื่อถึงสิ้นไตรมาสที่ 1 ในปีหน้า ภาวะน้ำมันดิบล้นตลาดโลกจะเพิ่มขึ้นมาเป็นวันละ 950,000 บาร์เรล

ขณะที่เมื่อวันพุธผ่านมา กลุ่มโอเปกพลัสปรับลดตัวเลขคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันดิบทั่วโลกในปี 2024 และปี 2025 ครั้งใหม่ ซึ่งนับเป็นการปรับลดตัวเลขดังกล่าวเป็นครั้งที่ 5 ต่อเนื่อง สำหรับในปีนี้ ความต้องการใช้น้ำมันดิบทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเพียง 1.61 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ปรับลดลงจากเดิมที่ระดับ 1.82 ล้านบาร์เรลต่อวัน สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำมันดิบทั่วโลกในปี 2025 จะเพิ่มขึ้นเพียง 1.45 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ปรับลดลงจากเดิมที่ระดับ 1.54 ล้านบาร์เรลต่อวัน

การปรับลดตัวเลขคาดการณ์ของปี 2024 ซึ่งลดลงมากถึงวันละ 210,000 บาร์เรล ทำสถิติการลดตัวเลขคาดการณ์ที่มากที่สุดใน 5 ครั้งที่ประกาศปรับลดการคาดการณ์ลงมานับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นการปรับลดคาดการณ์ครั้งแรก

โอเปกพลัสลดตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวเนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันดิบของประเทศจีนมีแนวโน้มลดลงจากภาวะเศรษฐกิจจีนที่ซบเซาต่อเนื่อง โดยในปี 2024 นี้ ปรับลดคาดการณ์การใช้น้ำมันดิบจีนลงจาก 760,000 บาร์เรลต่อวันมาเหลือที่ 430,000 บาร์เรลต่อวัน หรือลดลงมากถึงวันละ 330,000 บาร์เรลต่อวัน ขณะที่ในปี 2025 กลุ่มโอเปกพลัสปรับลดตัวเลขคาดการณ์ใช้น้ำมันดิบของจีนจากเดิมจะเพิ่มขึ้นวันละ 580,000 บาร์เรล ลงมาอยู่ที่เพิ่มขึ้นเพียงวันละ 480,000 บาร์เรล หรือลดลง 100,000 บาร์เรลต่อวัน ก่อนหน้านี้ กลุ่มโอเปกพลัสส่งสัญญาณใหม่เกี่ยวกับการชะลอปรับขึ้นกำลังการผลิตของทั้งกลุ่มในเดือนธันวาคมนี้

นอกจากนี้ คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ หรือโปลิตบูโร และรัฐบาลจีน ได้ส่งสัญญาณจะดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีนเชิงรุกในปี 2025 เช่น การปรับลดดอกเบี้ยสำคัญ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี การแก้วิกฤตอสังหาริมทรัพย์เรื้อรัง เป็นต้น เพื่อตั้งเป้าหมายให้เศรษฐกิจจีนเติบโตที่ระดับ 5% ในปี 2025 โปลิตบูโรจีนจะมีการประชุมประจำปีในช่วงกลางถึงปลายสัปดาห์นี้

กลุ่มโอเปกพลัสมีมติต่ออายุมาตรการลดกำลังการผลิตออกไปเป็นไตรมาสที่ 1 ในปี 2025 หรือถึงสิ้นเดือนเมษายนปี 2025 นับเป็นการตัดสินใจครั้งที่ 3 ต่อเนื่องในการขยายเวลามาตรการดังกล่าว ขณะที่นักวิเคราะห์ประเมินภาวะน้ำมันดิบล้นตลาดที่จะมีขึ้นในปี 2025 มีความชัดเจนมากขึ้น

สำนักพลังงานระหว่างประเทศ หรือไออีเอ เปิดเผยว่า ในปี 2025 จะเกิดภาวะน้ำมันดิบล้นตลาดราว 1 ล้านบาร์เรล ถึงแม้ว่ากลุ่มโอเปกพลัสจะลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบต่อเนื่องก็ตาม สาเหตุมาจากสหรัฐอเมริกาจะเพิ่มการผลิตน้ำมันดิบมากขึ้นจากนโยบายด้านพลังงานของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เน้นการผลิตพลังงานจากฟอสซิล

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2022 มีราคาน้ำมันดิบไนเม็กซ์ สหรัฐอเมริกา พุ่งขึ้นสูงสุดที่ 130.50 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ทำสถิติราคาน้ำมันดิบไนเม็กซ์ที่สูงสุดนับตั้งแต่กันยายน 2008 หรือในรอบ 13 ปี 5 เดือน และในปี 2022 ราคาน้ำมันดิบเบร็นท์ อังกฤษ มีราคาสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2008 หรือในรอบ 13 ปี 7 เดือน โดยเมื่อคืนวันจันทร์ที่ 7 มีนาคม 2565 มีขึ้นมาสูงสุดระหว่างวันที่ระดับ 139.13 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล

ทั้งนี้ ผู้ค้าน้ำมันทุกรายในประเทศไทยปรับราคาขายน้ำมันมีผลวันที่ 15 มกราคมนี้ โดยขึ้นราคากลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ 50 สตางค์/ลิตร นับเป็นการขึ้นราคาน้ำมันขายปลีกครั้งแรกของปี 2025 และเป็นการขึ้นราคาลิตรละ 50 สตางค์ครั้งแรกและมากที่สุดในรอบเกือบ 10 เดือนผ่านมา หรือตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2024 ส่งผลเป็นราคาน้ำมันขายปลีกสูงสุดใน 13 วันผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2025

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...