โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

DHL Express เปิดศูนย์บริการที่ 15 ในไทย เสริมแกร่งตำแหน่งผู้นำโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ

Insight Daily

อัพเดต 21 ม.ค. 2568 เวลา 11.54 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. 2568 เวลา 04.28 น. • Insight Daily

ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส (DHL Express) ผู้นำระดับโลกด้านการขนส่งด่วนระหว่างประเทศเปิดศูนย์บริการแห่งใหม่แห่งที่ 15 ในประเทศไทยที่ ต.เทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทในการส่งมอบบริการขนส่งด่วนข้ามประเทศที่รวดเร็วและไว้วางใจได้ให้ลูกค้าผ่านเครือข่ายการขนส่งทางอากาศครอบคลุมทั่วโลกของดีเอชแอล

ศูนย์บริการดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส สาขาเทพารักษ์ มีพื้นที่ปฏิบัติการ คลังสินค้าและสำนักงานรวม 2,462 ตารางเมตร นับเป็นหนึ่งในศูนย์บริการของดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตำแหน่งที่ตั้งเชิงกลยุทธ์ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิช่วยย่นระยะเวลาขนส่งไปและจากศูนย์กระจายสินค้ากรุงเทพฯ (DHL Bangkok Hub) ซึ่งเป็นฮับระดับภูมิภาคสำหรับส่งออกและนำเข้าของดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ด้วยเที่ยวบินขนส่งสินค้ารวมกว่า 85 เที่ยวบินในหนึ่งสัปดาห์ เชื่อมต่อประเทศไทยและ 220 ประเทศและเขตปกครองพิเศษทั่วโลก

มุ่งมั่นสนับสนุนการค้าโลกให้เติบโต

“การเปิดศูนย์บริการแห่งใหม่ของดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสเป็นเครื่องยืนยันความมุ่งมั่นที่ไม่หยุดนิ่งของเราในการพัฒนาความสามารถในการให้บริการและช่วยลูกค้าทั้งองค์กรขนาดใหญ่หรือธุรกิจอีคอมเมิร์ซให้สามารถส่งสินค้าระหว่างประเทศไทยและทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว” คุณเฮอร์เบิต วงศ์ภูษณชัย กรรมการผู้จัดการ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทยและหัวหน้าภาคพื้นอินโดจีน กล่าว “ศูนย์บริการสาขาเทพารักษ์ไม่เพียงเสริมความแข็งแกร่งของเน็ตเวิร์คการขนส่งระหว่างประเทศของดีเอชแอล แต่ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนและนวัตกรรมโลจิสติกส์อีกด้วย”

ข้อมูลรายงานเรื่องการเชื่อมต่อระหว่างประเทศของดีเอชแอล (DHL Global Connectedness Track) ระบุว่าการค้าระหว่างประเทศยังคงเป็นเสาหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก โดยในปี 2566 มูลค่าสินค้าและบริการทั้งหมดที่เกิดขึ้นคิดเป็นการซื้อขายข้ามประเทศ 21% ต่ำกว่าสถิติสูงสุดที่เคยทำไว้ที่ 22% เพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสยังเห็นแนวโน้มการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นภายในเน็ตเวิร์คของดีเอชแอล โดยเฉพาะระหว่างภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกไปยังทวีปต่างๆ ทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น 6% ในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2567 เทียบกับปี 2566

นอกจากเปิดศูนย์บริการสาขาเทพารักษ์แล้ว เมื่อเร็วๆ นี้ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทย ยังได้ย้ายศูนย์บริการจากดอนเมือง กรุงเทพฯ มาที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี รองรับการส่งออกและนำเข้าของกลุ่มลูกค้าองค์กร SME และลูกค้าทั่วไปในพื้นที่ แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาศูนย์บริการอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งมอบบริการขนส่งระหว่างประเทศตามความต้องการลูกค้ามากที่สุด

พัฒนาขีดความสามารถเพื่อตอบรับดีมานต์ที่เพิ่มขึ้น

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับบริษัทที่ต้องการกระจายฐานการผลิตและลดผลกระทบจากการหยุดชะงักด้านซัพพลายเชน ด้วยที่ตั้งของศูนย์บริการใหม่ที่อยู่ท่ามกลางเขตอุตสาหกรรมต่างๆ ศูนย์บริการดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส เทพารักษ์ จึงสามารถส่งมอบบริการโลจิสติกส์เพื่อสนับสนุนธุรกิจระหว่างประเทศให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเปลี่ยนแปลงด้านภูมิศาสตร์และการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ

ศูนย์บริการเทพารักษ์ เพียบพร้อมด้วยเครื่องตรวจพัสดุระบบเอกซเรย์แบบดูอัลวิว ระบบคัดแยกและกระจายสินค้าที่ทันสมัย รองรับทั้งชิปเมนต์น้ำหนักเบาที่สามารถลำเลียงบนสายพานได้ (น้ำหนักต่ำกว่า 25 กิโลกรัม) และชิปเมนต์ขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก (มากกว่า 100 กิโลกรัม) โดยสามารถคัดแยกชิปเมนต์ได้สูงสุดกว่า 900 ชิปเมนต์ต่อชั่วโมงในช่วงพีค ศูนย์บริการเทพารักษ์ยังมีจุดให้บริการ (ServicePoint) สำหรับลูกค้าทั่วไปที่ต้องการส่งของไปต่างประเทศด้วยตัวเอง

ศูนย์บริการเทพารักษ์ให้บริการลูกค้าที่อยู่ในกรุงเทพฯ เขตพระโขนงและเขตบางนา และลูกค้าที่อยู่ในเขตอุตสาหกรรม รวมถึงเขตที่อยู่อาศัยในจังหวัดสมุทรปราการ ครอบคลุมอำเภอเมืองสมุทรปราการ เทพารักษ์ สำโรงเหนือ บางเมืองและบางปู

ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่ยั่งยืน

การก่อสร้างศูนย์บริการเทพารักษ์ เป็นไปตามกลยุทธ์ของ ดีเอชแอล กรุ๊ป ที่สะท้อนความมุ่งมั่นในการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ โดยอาคารได้รับการออกแบบให้มีความเป็นกลางทางคาร์บอน ด้วยการติดตั้งระบบที่ส่งเสริมความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น สมาร์ทมิเตอร์ ไฟ LED และแผงโซล่าเซลล์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าอย่างยั่งยืน ศูนย์บริการแห่งนี้ยังได้เตรียมสถานีชาร์จไฟเพื่อรองรับการนำรถขนส่งไฟฟ้ามาใช้ในอนาคตอีกด้วย

ปัจจุบัน ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ได้เปลี่ยนมาใช้รถขนส่งไฟฟ้ารวมแล้วมากกว่า 50 คัน คิดเป็น 21% ของจำนวนยานพาหนะทั้งหมดที่ใช้สำหรับขนส่งทั้งเฟิร์สและลาสไมล์ในประเทศไทย

ดีเอชแอล กรุ๊ปตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) จากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ให้ต่ำกว่า 29 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ภายในปี 2573

—————
▶︎ อัปเดตข่าวสาร และบทความต่างๆ
คลิกดูต่อที่ insight-daily.com ได้เลย!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...