โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Teen Coach EP.119 : ความสัมพันธ์ของ "แฟนคลับ - ศิลปิน" รักมาก ไม่เคยเกลียด แต่เผลอเหยียดเพศไม่รู้ตัว

Dek-D.com

อัพเดต 16 ธ.ค. 2567 เวลา 07.00 น. • เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2567 เวลา 09.16 น. • DEK-D.com
ความสัมพันธ์ของ

มัมหมีจะปกป้องลูกคนนี้เอง

ติดกระดุมเสื้อให้น้องเดี๋ยวนี้ ไม้เรียวอยู่ไหน

น้องยังเร้กอยู่มากกกกกก

มัมหมีหลายๆ คนต้องเคยใช้ประโยคเหล่านี้กับศิลปินที่เราเลือกให้เป็น 'โพลูก' ลูกที่เรามองเป็นเด็กตัวเล็กๆ มี Position เป็นเหมือนลูกน้อย ถึงแม้ว่าศิลปินคนนั้นจะอายุเยอะกว่า หรือจะสูงกว่าเราก็ตาม

นอกจาก 'โพลูก'แล้ว การชื่นชอบศิลปินยังมีอีกหลายโพ ซึ่งคำว่า "โพ" ย่อมาจาก"Position"หมายถึง ตำแหน่ง ฐานะ ที่แฟนคลับมองศิลปินที่เรารักอยู่ใน 'สถานะ' ไหน เช่น โพแฟน โพแดดดี๊ โพพี่ โพน้องเป็นต้น

จริง ๆ แล้วความรักที่มีให้ศิลปินไม่ใช่เรื่องผิดเลย เรารักและสนับสนุนเค้าเท่าที่แฟนคลับคนนึงจะทำได้ อยากให้เค้าประสบความสำเร็จ มีคนค้นพบเยอะๆ อยากส่งเค้าไปจนสุดทาง

แต่ในบางครั้งความรักในรูปแบบที่กล่าวมา ก็เปรียบเสมือนการตีตรา หรือจำกัดให้ศิลปินอยู่ในจุดจุดหนึ่ง ในกรอบที่เราวางเอาไว้ในรูปแบบที่เราคาดหวังว่า เค้าจะต้องเป็นเด็ก ตัวเล็ก ยังจิ๋วหลิว เป็นน้องน้อยพิกกี้บูบูตลอดไป

ความคาดหวังนี้ ก็อาจจะไปกดดันให้ศิลปินไม่สามารถแสดงออกถึงตัวตนที่แท้จริงได้ เป็นตัวของตัวเองไม่ได้เต็มที่แล้วเมื่อใดที่เค้าเติบโตขึ้น เค้าก็อาจจะไม่ได้เป็นไปตามทีเราคาดหวัง

บางคนก็รับได้ แต่ก็มีบางคนที่ยังติดภาพจำ และการคาดหวังให้เขาเป็นแบบที่เราต้องการ และการกระทำเหล่านี้อาจนำไปสู่การเหยียดเพศโดยที่เราไม่รู้ตัวได้

มาถึงตรงนี้หลาย ๆ คนคงสงสัยว่า มันคือการเหยียดเพศยังไงนะ? เราไม่ได้ไปต่อต้านหรือเกลียดชังเค้าซักหน่อย

สิ่งนี้มีชื่อเรียกว่า Benevolent Sexism

Benevolent Sexism หมายถึง ทัศนคติที่มองว่าผู้หญิงเป็นกลุ่มที่อ่อนแอกว่า ไร้ความสามารถต้องการการปกป้อง หรือการช่วยเหลือ และดูแลจากผู้ชายเช่น การเชื่อว่าผู้หญิงเป็นสิ่งมีค่าที่ควรได้รับการดูแลจากผู้ชาย การมองว่าผู้หญิงมีบทบาทเฉพาะในฐานะภรรยาและแม่ หรือเชื่อว่าผู้หญิงอ่อนแอกว่าผู้ชายและต้องได้รับการปกป้อง

หรือแม้แต่การทรีตผู้หญิงอ่อนแอกว่า ผู้หญิงต้องการความช่วยเหลือ ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ แม้ว่าจะบรรลุนิติภาวะแล้วก็ตาม

แม้ว่า Benevolent Sexism จะไม่ได้แสดงออกมาในรูปแบบที่รุนแรงหรือก้าวร้าวเหมือนกับ Hostile Sexism (ซึ่งแสดงความเกลียดชังหรือการดูถูกผู้หญิงอย่างเปิดเผย แบบที่เราเข้าใจและเคยเห็น ๆ กันมา) แต่ทัศนคตินี้ยังคงสามารถมีผลกระทบต่อความเสมอภาคทางเพศได้ในลักษณะที่เป็นการจำกัดเสรีภาพของผู้หญิงและไม่ยอมให้พวกเธอมีโอกาสในการพัฒนาและบรรลุศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่

ทัศนคติเหล่านี้ถูกส่งผ่านมาอย่างต่อเนื่อง จนเรามองว่า มันอาจจะเป็นเรื่องปกติ ที่จะมีมุมมองนี้ต่อบุคคลที่มีความ Feminine หมายถึงความเป็นผู้หญิง บอบบาง น่าทะนุถนอม มีความสวยงาม เป็นต้น ซึ่งอาจจะรวมไปถึงโพลูก คนที่เรามองว่าเขามีความเป็น Feminine แม้ว่าจะไม่ได้เป็นเพศกำเนิดเป็นผู้หญิง

Benevolent Sexism มักจะถูกมองว่าเป็นการแสดงออกถึงความเมตตาหรือความห่วงใยจากผู้ชายต่อผู้หญิงเช่น การมองว่าผู้หญิงควรได้รับการดูแลหรือได้รับการช่วยเหลือในสถานการณ์ต่างๆ หรือการมองว่าผู้หญิงไม่ควรต้องทำงานหนักหรือทำงานที่เสี่ยงอันตราย ซึ่งทัศนคติเหล่านี้อาจดูเหมือนดีและมีเจตนาดี แต่ในความเป็นจริงอาจจะทำให้ผู้หญิงถูกจำกัดบทบาทและสิทธิในการเลือกทางชีวิตได้เช่น

  • เชื่อว่าผู้หญิงควรอยู่ที่บ้านหรือดูแลครอบครัว และไม่ควรทำงานนอกบ้าน หรือไม่ควรทำงานที่ท้าทายความสามารถทางสติปัญญาและร่างกาย
  • การที่ผู้ชายอาจคิดว่าผู้หญิงไม่สามารถทำงานบางอย่างได้ (เช่น การซ่อมแซมบ้านหรือการขับรถในสถานการณ์ยากๆ) จึงพยายามเข้ามาช่วยเหลือโดยไม่ขอความเห็นจากผู้หญิง
  • การเชื่อว่าผู้หญิงควรรับผิดชอบในการเลี้ยงดูเด็ก และไม่ควรทำงานหนัก หรือมีตำแหน่งที่มีอำนาจมาก

ซึ่งบางครั้ง ทัศนคติเหล่านี้ถูกส่งต่อมาจากสภาพแวดล้อม สถาบันครอบครัว สื่อต่าง ๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว เราอาจจะซึมซับความคิดเหล่านั้นเข้ามา และมองว่ามันเป็นเรื่องปกติ แต่ในความเป็นจริง ก็ไม่แตกต่างอะไรจากการเหยียดเพศแบบเห็นได้อย่างชัดเจน หรือ Hostile Sexism

Marquette University ได้ทำการศึกษาหัวข้อ Benevolent Sexism และผลกระทบต่อพฤติกรรมและทัศนคติของผู้ชายและผู้หญิงในสังคมพบว่าBenevolent Sexism ส่งผลต่อความเสมอภาคทางเพศ โดยผู้หญิงที่รับรู้ถึง Benevolent Sexism มักจะรู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับโอกาสในการก้าวหน้าในชีวิตหรือในอาชีพการงาน

และที่สำคัญคือการมีทัศนคติดังกล่าว อาจไม่ได้ส่งผลทันที แต่จะส่งผลกระทบระยะยาวต่อความเสมอภาค โดยเฉพาะในแง่ของการจำกัดอำนาจและโอกาสของผู้หญิงในหลาย ๆ ด้าน

เห็นกันแล้วใช่มั้ยคะว่า บางครั้งเราก็เผลอแสดงทัศนคติบางอย่างที่ส่งผลกระทบต่อตัวเราหรือสังคมของเราโดยไม่รู้ตัว แต่เข้าใจได้ว่าการไม่รู้ ไม่ใช่เรื่องผิดนะคะ หลาย ๆ คน มองว่าการดูแล มองเขาเป็นเด็ก เป็นเรื่องที่ดี เพราะเรารักเค้า แต่ในความเป็นจริง มันก็เปรียบเสมือนการตีกรอบให้เค้าทำอะไรที่เราอาจจะคาดหวังให้เค้าทำโดยไม่รู้ตัว

ในบางครั้งเราก็อยากดูแล โอ๋เอ๋ ลูกเราเจอเรื่องไม่ดี คนไม่ดี เราอยากจะปกป้องเค้าให้ดีที่สุดเท่ากับความรักที่เรามีให้เค้า แต่ในขณะเดียวกันศิลปินสามารถเติบโตและดูแลตัวเองได้ตามวัยของเค้า และอาจจะส่งผลให้ตัวศิลปินมีความอึดอัด กดดัน และไม่กล้าแสดงตัวตน รวมไปถึงการทำงานที่เปลี่ยนไป การรับบทบาทใหม่ๆ การแต่งตัวสไตล์ใหม่ๆ เพราะกลัวจะทำให้แฟนคลับผิดหวังนั่นเองค่ะ

การเป็นมัมหมี การรักศิลปิน การปกป้องคนที่เรารักเป็นเรื่องที่ดีค่ะ แต่เราอย่าลืมมารักกันในแบบที่ถูกต้อง และไม่ส่งผลกระทบกับตัวศิลปินหรือสังคมกันนะคะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...