โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"Japanese First" กระแสขวาจัดใหม่ในญี่ปุ่น สะท้อนความปั่นป่วนของสังคมสูงวัยและเศรษฐกิจที่ซบเซา

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 09.17 น.
ญี่ปุ่นเพิ่งมีการเลือกตั้งสภาสูงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ปรากฏว่าผลการเลือกตั้งกลายเป็นว่าพรรครัฐบาลของนายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ พ่ายแพ้พรรคฝ่ายขวาจัดอย่างราบคาบ นับเป็นพลังใหม่ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้การเมืองญี่ปุ่น

พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ที่ปกครองญี่ปุ่นมาแทบตลอดยุคหลังสงครามเริ่มสั่นคลอนอำนาจ เมื่อพรรครัฐบาลผสมของเขาที่ประกอบด้วยพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ที่เป็นพรรครัฐบาล และพรรคโคเมโตะ (Komeito) พรรคร่วมรัฐบาลจะ “พ่ายแพ้” อย่างขาดลอยในการเลือกตั้งสภาสูงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (20 กรกฎาคม) โดยพรรคร่วมรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี ชิเงรุ อิชิบะ ชนะ 47 ที่นั่งจากทั้งหมด 248 ที่นั่งในสภาสูง ซึ่งน้อยกว่า 50 ที่นั่งที่จำเป็นต้องได้ในการรักษาเสียงข้างมาก ส่งผลให้พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของอิชิบะ และพรรคร่วมรัฐบาลคือ โคเมโตะ เหลือสมาชิกในสภาสูงเพียง 122 คน ทำให้นักวิเคราะห์มองว่า โอกาสทางการเมืองของนายอิชิบะอาจ “ใกล้จบลง” เมื่อเขาสูญเสียอำนาจควบคุมสภาล่าง ซึ่งมีอำนาจมากกว่าสภาสูงจากการเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว

แต่นายกรัฐมนตรี ชิเงรุ อิชิบะ ของญี่ปุ่น ให้คำมั่นว่าจะดำรงตำแหน่งต่อไป แม้รัฐบาลผสมของเขาที่ประกอบด้วยพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ที่เป็นพรรครัฐบาล และโคเมโตะ (Komeito) พรรคร่วมรัฐบาลจะ “พ่ายแพ้” อย่างขาดลอยในการเลือกตั้งสภาสูง ซึ่งส่งผลให้สมาชิกบางคนในพรรคของนายอิชิบะเริ่มหารือถึงอนาคตของเขา

และจากเหตุนี้เองทำให้พรรคเล็กนอกกระแสอย่าง “พรรคซันเซโตะ” (Sanseito) หรือ “พรรคเสียงสามัญชน” กลับกลายเป็นพลังใหม่ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองในญี่ปุ่น ด้วยวาทกรรม “Japanese First” หรือ “ญี่ปุ่นต้องมาก่อน” ที่ดึงดูดใจกลุ่มประชาชนผู้ไม่พอใจต่อปัญหาเศรษฐกิจ ราคาข้าวถีบตัวสูง และสังคมสูงวัยที่กำลังทำให้ประเทศญี่ปุ่นล่มสลายลงอย่างช้า ๆ

-พรรคเกิดจาก YouTube สู่วาทกรรมชาตินิยมสุดขั้ว

ซันเซโตะ ไม่ได้ถือกำเนิดจากกลไกการเมืองแบบดั้งเดิม แต่เริ่มต้นจากการเผยแพร่แนวคิดผ่าน YouTube ช่วงการระบาดของโควิด-19 ด้วยทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับวัคซีนและชนชั้นนำโลก ก่อนจะปรับยุทธศาสตร์เข้าสู่การเมืองกระแสหลักในปี 2022 โดยผู้นำพรรคอย่าง “โซเฮ คามิยะ” (Sohei Kamiya) ในวัย 47 ปี อดีตครูสอนภาษาอังกฤษและผู้จัดการซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งเคยตกเป็นข่าวอื้อฉาวเรื่องเรียกร้องให้สมเด็จพระจักรพรรดิมีนางสนม

แม้แนวคิดของพรรคจะถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าเข้าข่ายขวาจัด เหยียดเชื้อชาติ และต่อต้านคนต่างชาติ แต่พรรคกลับสามารถคว้าที่นั่งได้ถึง 14 ที่ในการเลือกตั้งสภาสูงเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา จากเดิมที่เคยมีเพียง 1 ที่นั่ง

-“Japanese First” กับความกลัวที่สะสมในสังคมญี่ปุ่น

สโลแกน “Japanese First” ที่คามิยะยกขึ้นมาใช้ แม้เจ้าตัวจะอธิบายว่าไม่ได้ต้องการขับไล่ชาวต่างชาติทั้งหมด แต่กลับตีความได้อย่างชัดเจนว่าเป็นการต่อต้านโลกาภิวัตน์ และต้องการรักษา "ความบริสุทธิ์" ทางชาติพันธุ์ของญี่ปุ่น

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นเผชิญกับแรงกดดันจากภายนอกหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง ค่าเงินเยนที่อ่อนค่า ทำให้ข้าวของแพงขึ้นจากการหลั่งไหลของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และระบบประกันสังคมที่เริ่มรับภาระไม่ไหวจากประชากรผู้สูงอายุ ขณะที่ประชากรวัยแรงงานลดลงอย่างต่อเนื่อง

แม้คนต่างชาติจะมีเพียง 3% ของประชากรทั้งหมด (ราว 3.8 ล้านคน) แต่ความรู้สึกของ "การถูกบุกรุกแบบเงียบ ๆ" จากแรงงานต่างชาติก็เริ่มแทรกซึมในสังคมญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ ประกาศตั้งทีมงานพิเศษเพื่อรบมือ “อาชญากรรมจากชาวต่างชาติ” ก่อนการเลือกตั้งเพียงไม่กี่วัน

-ประชานิยมขวาจัดในเวอร์ชันญี่ปุ่น

ซันเซโตะเป็นปรากฏการณ์ประชานิยมขวาจัดในแบบญี่ปุ่น ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ซึ่งพรรคซันเซโตะยังมีแนวทางการเมืองแบบทรัมป์ ที่พวกเขาเรียกว่าคือ “ความกล้าหาญ” มาเป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินนโยบายของพรรคด้วย ซึ่งสโลแกน “Japanese First” หรือ ชาวญี่ปุ่นต้องมาก่อนยังมีความคล้ายคลึงกับสโลแกน America First ของโดนัลด์ ทรัมป์ ด้วย

และแม้ว่าพรรคซันเซโตะจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับพรรคขวาจัดในยุโรปอย่าง AfD ของเยอรมนี และ Reform UK ของอังกฤษ แต่กระแสประชานิยมขวาจัดยังถือว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในญี่ปุ่น ซึ่งไม่เคยมีอิทธิพลมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศและไม่ได้หยั่งรากลึกในญี่ปุ่นเหมือนที่เกิดขึ้นในยุโรปและสหรัฐฯ แต่ความพิเศษของพรรคซันเซโตะกลับอยู่ที่การสื่อสารกับฐานเสียงผ่าน YouTube ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 400,000 คน ที่มากกว่าพรรค LDP ถึง 3 เท่า

นอกจากนโยบายจำกัดคนต่างชาติ พรรคยังเสนอแนวทางประชานิยมคลาสสิก เช่น ลดภาษี เพิ่มสวัสดิการ เพิ่มเงินอุดหนุนเด็ก แม้จะขัดกับข้อเท็จจริงเรื่องหนี้สาธารณะมหาศาลของญี่ปุ่นก็ตาม

-ฐานเสียงของพรรค ?

ฐานเสียงหลักของซันเซโตะ คือชายหนุ่มวัย 20-30 ปี ผู้รู้สึกถูกทอดทิ้งจากนโยบายรัฐ ไม่มีความหวังในเศรษฐกิจ และมองว่าผู้หญิงและคนต่างชาติได้รับโอกาสมากกว่า ในการหาเสียงรอบล่าสุด คามิยะจึงพยายามปรับภาพลักษณ์ ด้วยการส่งผู้หญิงลงเลือกตั้งเพิ่ม หนึ่งในนั้นคือ “ซายะ” นักร้องหญิงที่คว้าที่นั่งในโตเกียวได้สำเร็จ

แน่นอนว่า ซันเซโตะยังเป็นพรรคขนาดเล็ก มีเพียง 3 ที่นั่งในสภาล่าง แต่พวกเขาประกาศชัดว่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายกับพรรคเล็กอื่น ๆ เพื่อขยายอิทธิพล โดยไม่จำเป็นต้องร่วมรัฐบาลกับ LDP

-สังคมญี่ปุ่นกำลัง “ขวาจัด” ขึ้นหรือไม่ ?

กระแส “Japanese First” ไม่ได้เป็นเพียงปรากฏการณ์ทางการเมือง หากแต่เป็นภาพสะท้อนของสังคมที่เปราะบาง ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และจิตวิทยาสาธารณะ เมื่อประชาชนรู้สึกว่าชีวิตตนเองถูกกระทบจาก “คนอื่น” ไม่ว่าจะเป็นต่างชาติ หญิงทำงาน หรือชนชั้นนำ

และแม้ว่าแนวทางของพรรคซันเซโตะจะยังถูกวิพากษ์จากนักวิชาการและสื่อกระแสหลัก แต่ความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งนี้ บ่งชี้ว่าประชานิยมขวาจัดในญี่ปุ่น กำลังหายใจเป็นจังหวะใหม่และอาจกลายเป็นพลังที่เปลี่ยนสมดุลการเมืองของประเทศในอนาคตอันใกล้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...