โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ทำความรู้จัก ‘e-Contract’ จากลายเซ็นบนกระดาษ สู่สัญญาดิจิทัลที่กฎหมายรองรับ

The Bangkok Insight

อัพเดต 01 มิ.ย. 2568 เวลา 03.58 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2568 เวลา 03.58 น. • The Bangkok Insight

ETDA เจาะลึกทุกข้อสงสัย "e-Contract" จากลายเซ็นบนกระดาษ สู่สัญญาดิจิทัล ที่กฎหมายรองรับ

แม้พระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ จะมีผลบังคับใช้ในไทยมานานกว่า 20 ปี และมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานทางกฎหมายสำหรับการทำธุรกรรมในยุคดิจิทัล

สัญญาดิจิทัล

แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า จุดเปลี่ยนที่ทำให้เราทุกคนเริ่มหันมาทำธุรกรรมออนไลน์อย่างจริงจัง กลับเพิ่งเกิดขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 เมื่อโลกต้องเผชิญกับมาตรการล็อกดาวน์ การเดินทางและการดำเนินธุรกิจรูปแบบเดิมถูกจำกัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การทำธุรกรรรมออนไลน์ จากที่เคยเป็นทางเลือก ก็กลายมาเป็นทางหลักในทุกวันนี้
โดยเฉพาะการทำสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Contract ที่ถูกพูดถึงและใช้เพิ่มมากขึ้น เพราะเข้ามาเปลี่ยนวิธีการจัดทำและลงนามในสัญญา จากเดิมที่ต้องใช้กระดาษและพบปะกันโดยตรง กลายเป็นกระบวนการที่ทำได้ผ่านระบบออนไลน์

อย่างไรก็ดี แม้หลายองค์กรจะเริ่มนำ e-Contract ไปใช้งานจริงแล้วแต่ก็ยังมีอีกไม่น้อยที่ยังมีคำถามในใจ ไม่ว่าจะเป็น สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่? ปลอดภัยและเชื่อถือได้แค่ไหน? ต้องเตรียมพร้อมเรื่องเทคโนโลยีอย่างไรบ้าง?

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA เปิดเวที ETDA Live ไลฟ์กำลังดี EP.3: ปิดดีลสัญญา จบไว มั่นใจด้วย e-Contract พาทุกคนไปเจาะลึกและตอบทุกคำถามเกี่ยวกับสัญญาดิจิทัล โดยมี สมประสงค์ โหรชัยยะ ผู้ชำนาญการอาวุโส จากศูนย์พัฒนากฎหมาย ETDA และ สิริณัฐ ตั้งธรรมจิต หัวหน้าทีมที่ปรึกษาและวิทยากรจาก ADTE by ETDA มาร่วมให้ความรู้เพื่อสร้างความมั่นใจว่า e-Contract ปลอดภัย เชื่อถือได้ และมีกฎหมายรับรอง

e-Contract กฎหมายรองรับ แค่ แสดงเจตนา-ระบุตัวตน ชัด

e-Contract คือการทำข้อตกลงระหว่างบุคคลหรือองค์กรผ่านช่องทางดิจิทัล โดยไม่ต้องใช้กระดาษหรือเซ็นชื่อด้วยปากกา แต่สามารถยืนยันข้อตกลงได้ผ่านระบบดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น การกดยอมรับเงื่อนไขในแอปพลิเคชัน การคุยโต้ตอบทางอีเมลที่ลงชื่อกำกับไว้ท้ายข้อความ

การแนบไฟล์สัญญาบนแพลตฟอร์มออนไลน์แล้วคลิกยืนยัน หรือการใช้ e-Signature และ Digital Signature เช่น การเซ็นชื่อด้วยปากกา Stylus บนแท็บเล็ต ขอเพียงแค่ แสดงเจตนา และ ระบุตัวตน ของผู้ลงนามได้อย่างชัดเจน ก็ถือเป็น e-Contract ทั้งสิ้น และมีผลทางกฎหมาย เช่นเดียวกับการทำสัญญาบนกระดาษทุกประการ

ปัจจุบัน e-Contract ใช้ได้เกือบทุกธุรกรรมทั้ง ภาครัฐและเอกชน ยกเว้นแค่บางกรณีที่กฎหมายระบุไว้ว่าต้องใช้สัญญาแบบเดิมเท่านั้น อย่างสัญญาที่เกี่ยวกับครอบครัวและมรดก เช่น พินัยกรรม การหย่า หรือสัญญาครอบครัวอื่น ๆ ซึ่งมีเนื้อหาละเอียดอ่อน จำเป็นต้องมีพยานและเจ้าหน้าที่ร่วมรับรู้

เมื่อทุกอย่างทำได้ครบ จบทุกขั้นตอนในโลกออนไลน์ ก็พร้อมมีผลทันทีแบบ Real-time ไม่เพียงช่วยลดต้นทุน ประหยัดเวลา แต่ยังช่วยลดภาระในการจัดเก็บเอกสาร เพิ่มความแม่นยำในการตรวจสอบ ติดตาม และลดความเสี่ยงจากเอกสารสูญหายหรือถูกปลอมแปลง

e-Contract ข้อดีเพียบ แต่ทำไมหลายองค์กร ยังไม่ใช้

แม้ e-Contract ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะมี พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ รองรับการใช้งานมานานแล้ว อีกทั้งยังมีข้อดีมากมาย แต่หลายๆ องค์กรก็ยัง ไม่มั่นใจ และยังไม่กล้าเปลี่ยนมาทำสัญญาแบบ e-Contract เพราะยังมีความกังวลหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น

  • ยังไม่มั่นใจเกี่ยวกับผลและประเด็นทางกฎหมาย แม้จะมีกฎหมายรับรองแล้ว แต่หลายองค์กรยังกังวลว่าศาลอาจจะไม่ยอมรับ e-Contract หากเกิดข้อพิพาท ฟ้องร้อง
  • เทคโนโลยีที่ใช้ลงนาม เชื่อถือได้แค่ไหน เช่น ปากกา Stylus, PIN, หรือการลงชื่อท้ายอีเมล จะถือเป็นการลงลายมือชื่อ ตามกฎหมายได้จริงหรือไม่ สามารถยืนยันตัวตนหรือแสดงเจตนาได้หรือเปล่า
  • กังวลเรื่องความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือของเอกสาร ว่าหากไม่มีระบบจัดเก็บที่ดี ไฟล์อาจถูกปลอมแปลง แก้ไขโดยไม่รู้ตัวหรือไม่
  • มองว่าต้องลงทุนเพิ่ม ทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านการติดตั้งเซิร์ฟเวอร์หรืออบรมพนักงาน จึงทำให้มองว่า เป็นภาระมากกว่าโอกาส
  • ยึดติดกับวัฒนธรรมเดิมที่ใช้กระดาษและลายเซ็นด้วยปากกา
  • คู่สัญญา ยังไม่พร้อม นอกจากความพร้อมขององค์กรตนเองแล้ว ยังต้องดูความพร้อมของอีกฝ่าย เพราะหากคู่สัญญายังไม่พร้อม ไม่เข้าใจ หรือยังชินกับระบบกระดาษแบบเดิมก็ยากที่จะเปลี่ยนแปลง
  • แนวทางที่มีอาจยังไม่ตอบโจทย์และไม่เข้ากับบริบทขององค์กร และหลายองค์กรก็ยังต้องการคำแนะนำที่ลงลึกในรายละเอียดและตอบโจทย์เฉพาะของตนเอง

เปิดเงื่อนไข ใช้ e-Contract อย่างไร กฎหมายรองรับ

e-Contract หรือสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ เป็นหนึ่งในธุรกรรมสำคัญที่หลายองค์กรหันมาใช้กันมากขึ้นในยุคดิจิทัล ด้วยความสะดวก รวดเร็ว และลดภาระจากเอกสารกระดาษ โดยผู้เชี่ยวชาญจาก ETDA ยืนยันชัดเจนว่า e-Contract เป็นธุรกรรมที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ และได้รับการรองรับตาม พระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 แต่การใช้งาน e-Contract ให้ถูกต้องตามกฎหมายและปลอดภัย ต้องมี องค์ประกอบหลักครบ 3 ด้าน ดังต่อไปนี้

  • ตัวเอกสารและเนื้อหาของสัญญาข้อมูลทั้งหมดต้องสามารถเข้าถึงได้ (Accessible) มีความชัดเจน ไม่คลุมเครือ สามารถเปิดดูย้อนหลังได้เสมอ โดยเนื้อหาต่างๆ ยังคงเหมือนเดิม ไม่ถูกแก้ไข เปลี่ยนแปลง
  • ต้องมี ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Signature) ที่ระบุตัวตนผู้ลงนาม และ แสดงเจตนา ได้ชัดเจน แม้ไม่ได้เซ็นลงบนกระดาษ แต่ต้องมี e-Signature ซึ่งมี 2 แบบหลักๆ ได้แก่

e-Signature ทั่วไปที่ระบุตัวตนได้ เช่น การลงชื่อท้ายอีเมล การล็อกอินเข้าใช้งานแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ การกดยืนยัน กดยอมรับ การใช้ PIN/Password รวมถึงการเซ็นผ่าน Stylus Pen

Digital Signature คือ e-Signature อีกรูปแบบหนึ่งที่มีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือมากกว่า เพราะมีการเข้ารหัสและถอดรหัสด้วยระบบ Public/Private Key ทำให้สามารถตรวจสอบได้ว่าใครเป็นคนลงนาม ลงเมื่อไหร่ มีการแก้ไขภายหลังหรือไม่ และมีกระบวนการที่พิสูจน์ได้ว่าคนที่ลงนามเป็นคนนี้จริงๆ

  • มีระบบจัดเก็บที่ปลอดภัย ตรวจสอบได้ และรองรับการพิสูจน์ย้อนหลัง ควรมีการจัดเก็บไว้ในระบบกลางขององค์กร (Central Storage) ไม่ใช่คอมพิวเตอร์ส่วนตัว เพื่อให้สามารถเข้าถึงและใช้งานได้ตลอดเวลา พร้อมทั้งต้องมีระบบดูแลความปลอดภัย ควบคุมสิทธิ์ การเข้าถึงข้อมูล มีระบบป้องกันการเปลี่ยนแปลง แก้ไข และแจ้งเตือนเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งตรวจสอบย้อนหลังได้

เริ่มใช้ e-Contract เตรียมตัวอย่างไร?

สำหรับองค์กรที่สนใจอยากเปลี่ยนมาใช้ e-Contract ผู้เชี่ยวชาญ ETDA แนะนำแนวทางเบื้องต้นไว้คือ ก่อนติดตั้งระบบหรือโซลูชันใด ๆ สิ่งที่องค์กรควรมีเป็นอันดับแรกคือ ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในมุมกฎหมาย เทคโนโลยี และวิธีการใช้งาน

ปัจจุบัน ETDA ได้จัดทำ Guideline ที่ชื่อว่า ข้อเสนอแนะแนวทางการจัดทำนิติกรรมหรือสัญญาในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นแนวปฏิบัติให้กับผู้ที่สนใจ

ต่อมาคือ เลือกโซลูชันที่ตอบโจทย์และเหมาะกับบริบทขององค์กร โดยการใช้ e-Contract ไม่จำเป็นต้องลงทุนสูง เพราะสามารถเลือกโซลูชันที่เหมาะกับขนาดและบริบทของแต่ละองค์กรได้ และไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ คู่สัญญา ความเสี่ยง และความซับซ้อนของสัญญาแต่ละประเภท

นอกจาก พ.ร.บ. ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่รับรองการใช้ e-Contract แล้ว อีกหนึ่งความก้าวหน้าที่ช่วยเสริมความมั่นใจยิ่งขึ้นคือ การที่ประเทศไทยได้เข้าร่วม อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการใช้การติดต่อสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ในสัญญาระหว่างประเทศ หรือเรียกย่อ ๆ ว่า อนุสัญญา ECC ขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสากลที่หลายประเทศใช้เป็นกรอบร่วมกันในการรับรองธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างประเทศ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568เป็นต้นไป

นั่นหมายความว่าในอนาคตอันใกล้ e-Contract ไม่เพียงแค่มีกฎหมายรองรับในประเทศไทย แต่ยังได้รับการยอมรับในระดับสากล

ผู้เชี่ยวชาญ ETDA ย้ำ การใช้ e-Contract ไม่ใช่การ บังคับให้เปลี่ยน แต่คือ การชี้ให้เห็นโอกาส และเสนอทางเลือกสัญญาดิจิทัล ที่ช่วยประหยัดเวลา ทรัพยากร และเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างแท้จริง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...