โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ทส.ตั้งศูนย์เฝ้าระวังสารหนูแม่น้ำกก-สาย-โขง เร่งทำฝายดักตะกอน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 05 มิ.ย. 2568 เวลา 10.17 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 03.17 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 5 มิ.ย. – ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำโขง สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินงาน พร้อมตั้งศูนย์เฝ้าระวังการปนเปื้อนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย และมอบหมายกรมควบคุมมลพิษเป็นหน่วยงานหลักในการสื่อสารและชี้แจงต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงฯ ได้เพิ่มระดับความเข้มข้นในการติดตามและแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนในลำน้ำสายสำคัญของภาคเหนือ โดยมุ่งเน้นการบูรณาการในทุกระดับ ทั้งในเชิงป้องกัน ฟื้นฟู และสื่อสารความเข้าใจสู่ประชาชน โดยมาตรการเร่งด่วนที่ปลัดกระทรวงฯ สั่งการเพิ่มเติม ได้แก่ 1. จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังการปนเปื้อนแม่น้ำกก–แม่น้ำสาย ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย พร้อมจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วประจำการในพื้นที่ เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน 2. เร่งดำเนินการสร้างฝายดักตะกอน ในลำน้ำที่ไหลเข้าสู่เขตแดนไทย โดยมอบหมายให้กรมทรัพยากรน้ำรับผิดชอบการออกแบบและก่อสร้างตามหลักวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการแพร่กระจายของสารหนูและโลหะหนัก

  • มอบหมายกรมควบคุมมลพิษเป็นหน่วยงานหลักในการสื่อสารและชี้แจงข่าวสาร เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนในพื้นที่ และลดความวิตกกังวล และ 4. กำชับผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ลงพื้นที่ติดตามผล การดำเนินงานตามมาตรการที่กำหนดอย่างใกล้ชิด และรายงานความคืบหน้าต่อกระทรวงฯ อย่างสม่ำเสมอ

นายจตุพร ย้ำว่า ปัญหาการปนเปื้อนในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำโขง เป็นประเด็นที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งในแง่ของผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ โดยกระทรวงฯ พร้อมสนับสนุนการทำงานของทุกหน่วยงานในพื้นที่อย่างเต็มที่ เพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์และสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนว่า ภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจในการดูแลความปลอดภัยด้านสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง. -512 – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...