โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แกะงบDUSITให้เคลียร์ หลังกลิ่นชิงอำนาจโชย

ทันหุ้น

อัพเดต 04 มิ.ย. 2568 เวลา 00.11 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2568 เวลา 00.11 น.

#DUSIT #ทันหุ้น - ศึกชิงอำนาจใน DUSIT เริ่มเห็นภาพชัด ผู้ถือหุ้นใหญ่ บ.ชนัตถ์และลูก ที่อยู่ในมือ “สินี – สุนง” ไม่อนุมัติ 4 กรรมการชื่อดังกลับมา ระบุอยากให้คนอื่นมาแทน เหตุงบ DUSIT ขาดทุน เปิดให้ชัดงบ DUSIT ปี 2567 ฟื้นแล้ว แต่ที่ขาดทุนเพราะเจอดอกเบี้ยจากการไม่เพิ่มทุน ลุ้นอนาคตอสังหาริมทรัพย์ 1.5 หมื่นล้านจะเริ่มโอนปีนี้รับรู้เต็มปีหน้า

แม้การประชุมผู้ถือหุ้นบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ถือหุ้นเข้าประชุมจำนวน 60 ราย รวมจำนวนหุ้น 567 ล้านหุ้น (คิดเป็นสัดส่วน 66.72%ของหุ้นทั้งหมด) โดยเป็นเสียงของ บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด จำนวนราว 423 ล้านหุ้น (สัดส่วน 49.74%) จะมีมติอนุมัติแต่งตั้งผู้สอบบัญชี บริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี จำกัด (KPMG) และกำหนดค่าตอบแทนปี 2568 ส่งผลให้ DUSIT มีผู้สอบบัญชีในการตรวจงบการเงินตามปกติ และทำให้บริษัทเดินหน้าธุรกิจได้ตามปกติ รวมถึงการซื้อขายหุ้น DUSIT ก็กระทำการได้ตามปกติ

ทว่า ในวาระการเลือกตั้งกรรมการที่ออกตามวาระ 4 ท่าน ได้แก่ 1. นายอาสา สารสิน 2. นางปราณี ภาษีผล 3. นายภควัต โกวิทวัฒนพงศ์ และ 4. นายสมประสงค์ บุญยะชัย กลับเข้าดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการต่อไป เสียงส่วนใหญ่ราว 423-424 ล้านหุ้น (ราว 75% ของเสียงที่เข้าประชุม) กลับไม่อนุมัติ

ซึ่งไม่บอกก็พอจะเดาได้ว่า ผู้ที่ไม่อนุมัติหลักคือ บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด ที่มี คุณสินี เธียรประสิทธิ์ และ คุณสุนง สาลีรัฐวิภาค 2 ลูกสาวของ ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ผู้ก่อตั้งโรงแรมดุสิตธานี มีอำนาจ และกำลังขัดแย้งกับ พี่ชายคนโต "ชนินทธ์ โทณวณิก" รุ่น 2 ดุสิตธานี และให้ออกจากการเป็นกรรมการ บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด แต่ ชนินทธ์ ยังเป็นรองประธานกรรมการของ DUSIT อยู่

จะว่าไปกรรมการที่ไม่ถูกอนุมัติกลับเข้ามาทั้ง 4 ราย นับเป็นผู้ที่มีความสามารถ และมีชื่อเสียงในด้านของธรรมาภิบาล โดย นายอาสา สารสิน ประธานกรรมการ เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศในสมัยนายอนันท์ ปันยารชุน และปัจจุบันเป็นประธานกรรมการหลายบริษัทรวมถึง AMATA ส่วน นางปราณี ประธานกรรมการตรวจสอบ นั้นนับว่ามีชื่อเสียงใน สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเป็นประธานคณะอนุกรรมการกำหนดจรรยาบรรณ สภาวิชาชีพบัญชี ส่วน นายภควัต ประธานคณะกรรมการลงทุน ก็คือ บุคคลสำคัญในวงการตลาดทุน ปัจจุบัน เป็นประธาน บมจ. ทรีนีตี้ วัฒนา ส่วนนายสมประสงค์ ปัจจุบันคือหัวเรือใหญ่ของ ADVANC ซึ่งทั้ง 4 สิ้นสุดวาระกรรมการใน DUSIT ทันที 28 พฤษภาคม 2568

ส่งผลให้ปัจจุบัน DUSIT มีกรรมการทั้งสิ้น 8 ราย ได้แก่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายชนินทธ์ โทณวณิก นางนวลพรรณ ล่ำซำ นางสินี เธียรประสิทธิ์ นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายธีรพล โชติชนาภิบาล น.ส. ปิยพร พรรณเชษฐ์ คุณหญิง สุชาดา กีระนันทน์

@ แถลงการณ์ผู้ถือหุ้นใหญ่

หลังการประชุม บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงที่ลงมติไม่เห็นด้วยกับงบการเงินและไม่อนุมัติให้กรรมการที่พ้นวาระทั้ง 4 คน กลับเข้าดำรงตำแหน่ง เป็นการใช้สิทธิโดยชอบธรรมตามกฎหมาย โดยได้ส่งคำถามเกี่ยวกับงบการเงินประจำปี 2567 แต่คณะกรรมการ DUSIT ไม่ได้ตอบคำถามให้กระจ่างชัด ทั้งที่เป็นคำถามสำคัญเกี่ยวกับสินทรัพย์ หนี้สิน เงินลงทุนและเงินให้กู้แก่บริษัทย่อย ประกอบกับงบการเงิน DUSIT มีผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่องมากว่า 5 ปี จนมียอดขาดทุนสะสมสูงถึง 1,254 ล้านบาท เกินกว่าทุนจดทะเบียนที่มีเพียง 850 ล้านบาท จึงทำให้บริษัท ชนัตถ์และลูก ที่เคยได้รับเงินปันผลปีละกว่า 80 ล้านบาท ไม่ได้รับเงินปันผลเลยมากว่า 5 ปี

พร้อมยืนยันไม่มีเหตุผลใดที่จะทำร้ายหรือทำลาย DUSIT ซึ่งเท่ากับเป็นการทุบหม้อข้าวตัวเอง กรณีกรรมการทั้ง 4 คนแม้จะมีความรู้ความสามารถ แต่ผลประกอบการ DUSIT ที่ผ่านมา กลับขาดทุนต่อเนื่อง กรรมการทั้ง 4 คนนี้ ยังดำรงตำแหน่งมานานมากแล้ว บางคน 12 ปี บางคน 10 ปี จึงควรให้มีการเลือกตั้งบุคคลอื่นเข้ามาเป็นกรรมการชุดใหม่แทน เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทได้คัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถช่วยฟื้นฟูกิจการให้กลับมาทำกำไรได้

@ เจาะงบ DUSIT

จะสังเกตได้ว่า มีการพุ่งเป้าที่การขาดทุนของ DUSIT ซึ่งที่ผ่านมาอยู่ในช่วงการลงทุนโครงการมิกซ์ยูส ร่วมกับเซ็นทรัล มีการปรับปรุงโรงแรม ขายอสังหา ซึ่งโครงการอสังหาริมทรัพย์ใกล้โอนและกำลังจะสร้างเงินครั้งใหญ่

ทันหุ้น พาแกะงบการเงินจะพบว่า DUSIT ปี 2567 มีรายได้รวม 11,204 ล้านบาท (+74.8% YoY) EBITDA 1,650 ล้านบาท (+91.4% YoY) แต่กำไรสุทธิ -237 ล้านบาท (แม้ขาดทุนลดลง 58.4% YoY) ซึ่งผลขาดทุนในปี 2567 มีสาเหตุหลักมาจากดอกเบี้ยจ่ายทั้งสิ้น 578 ล้านบาท โดยมาจากดอกเบี้ยหุ้นกู้ที่ขายเพื่อสภาพคล่องทางการเงินช่วงโควิด และดอกเบี้ยเงินกู้ยืมประมาณ 281 ล้านบาท และเป็นดอกเบี้ยของหนี้สินจากสัญญาเช่าตามมาตรฐานการเงิน TFRS 16 ประมาณ 297 ล้านบาท โดยต้องยอมรับว่า DUSIT นับเป็นหนึ่งในกลุ่มโรงแรมในตลาดหุ้นไม่กี่บริษัทที่ไม่มีการเพิ่มทุน ซึ่งผู้บริหารเคยระบุว่าไม่ต้องการรบกวนผู้ถือหุ้น

เจาะธุรกิจโรงแรม มีรายได้ 4,977 ล้านบาท (+13.4% YoY) โดยในช่วง 10 ปีก่อนมีโรงแรม 27 แห่งใน 8 ประเทศ ปัจจุบัน (ณ ไตรมาส 1/68) มีโรงแรมและวิลล่าภายใต้การบริหารจัดการรวม 294 แห่ง จำนวนห้องพักรวม 12,909 ห้อง ใน 18 ประเทศ (เป็นโรงแรม 55 แห่ง และวิลล่าหรู 239 แห่ง) และปีนี้รับรู้รายได้จากโรงแรมดุสิตธานีกรุงเทพที่กลับมาเปิดให้บริการเต็มปี ส่วนอสังหาริมทรัพย์โครงการที่พักอาศัย (Dusit Residences และ Dusit Parkside) มีรายได้ 3,829 ล้านบาท (+9,016.7% YoY) ยอดขายปัจจุบันอยู่ที่ 87.9% เป็นมูลค่าประมาณ 15,850 ล้านบาท โดยมีแผนที่จะเริ่มทยอยโอนในช่วงปลายปี 2568 และจะโอนอย่างมีนัยสำคัญ ในปี 2569 ซึ่งเมื่อรับรู้รายได้จากการโอน จะสามารถลดภาระหนี้สิน ทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะที่ธุรกิจอาหารมีรายได้ 1,470 ล้านบาท (+18.6% YOY) ขยาย Epicure/Bonjour และอยู่ในขั้นตอนการเตรียมตัวสำหรับการนำธุรกิจอาหารเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และธุรกิจการศึกษา มีรายได้ 427 ล้านบาท (+6.8% YoY) , EBITDA พลิกบวก โดยโรงเรียนสอนทำอาหาร เดอะ ฟู้ด สคูล (TFS) เพิ่งเปิดดำเนินการเป็นปีที่ 2 ซึ่งในปี 2567 ที่ผ่านมาทาง TFS มีจำนวนนักเรียนหลักสูตรระยะสั้น 1,401 คน และหลักสูตรระยะยาว 181 คน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเมื่อเทียบกับโรงเรียนอื่น ๆ ที่เปิดมาก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็น เลอ กอร์ ดองเบลอ ดุสิต หรือวิทยาลัยดุสิตธานี และกำลังค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ

และหากดูฐานะการเงินและ สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 38,271 ล้านบาท (+37.1%) ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 103.8% สินทรัพย์เพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่าตัว เมื่อเทียบกับ 10 ปีก่อนที่มีสินทรัพย์รวม 9,012 ล้านบาท

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...