เผยแนวคิดธุรกิจ พร้อมวิถีการดูแลตัวเอง ฉบับ ‘คิม ลิม’ เพราะความสมดุลนำมาซึ่งความสำเร็จ
Hello Magazine Thailand
อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 14.55 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 07.55 น. • HELLO! Magazine Thailandทำความรู้จัก คิม ลิม (Kim Lim) เซเลบริตี้สาวชาวสิงคโปร์ ที่ประสบความสำเร็จในฐานะนักธุรกิจหญิง ผู้ก่อตั้ง PAPILLA by KIM LIM Hair & Scalp Centre เซ็นเตอร์ดูแลหนังศีรษะและสุขภาพเส้นผมอันดับหนึ่งจากสิงคโปร์ กับ 20 คำถามที่มั่นใจว่า HELLO! จะพาคุณไปทำความรู้จักเธอแบบเจาะลึกกว่าเดิมอย่างรอบด้าน ทั้งด้านธุรกิจ ไลฟ์สไตล์ ความสวยความงาม การดูแลปรนนิบัติทั้งร่างกายและจิตใจตัวเอง พร้อมไขคำตอบว่า ทำไมประเทศไทย จึงมีความพิเศษเปรียบเสมือนบ้านอันแสนอบอุ่นหลังที่สองของเธอ
อะไรเป็นแรงบันดาลใจในการก่อตั้ง PAPILLA by KIM LIM Hair & Scalp Centre
“PAPILLA เกิดขึ้นจากเรื่องราวส่วนตัวของฉันเอง เนื่องจากฉันเคยประสบปัญหาผมร่วง พยายามรักษาอาการนี้มาหลายครั้งค่ะ แต่ไม่พบวิธีไหนที่ทั้งปลอดภัยและเห็นผลจริง เป็นช่วงเวลาที่ฉันรู้สึกว่าเครียดมาก ฉันพยายามหาทางรักษาปัญหาผมร่วงด้วยวิธีที่ปลอดภัย ไว้วางใจได้ และมีพื้นฐานจากวิทยาศาสตร์ แต่ก็ไม่พบสิ่งที่ตอบโจทย์อย่างแท้จริง จากความผิดหวังนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ PAPILLA ค่ะ”
สิ่งที่ยังคงผลักดันให้คุณสร้างแบรนด์มาจนถึงวันนี้
“ฉันอยากสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตัวเองเชื่อมั่นจริงๆ ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาชั่วคราว แต่เป็นการรักษาจากต้นตอของสาเหตุปัญหาผมร่วง ซึ่งสิ่งที่เป็นแรงผลักดันในทุกวันนี้ คือการได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของลูกค้าค่ะ โดยไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ภายนอกนะคะ แต่รวมถึงภายในจิตใจด้วย เพราะสำหรับใครหลายคน เส้นผมมีความผูกพันลึกซึ้งกับตัวตน ความมั่นใจ และแม้กระทั่งการเยียวยาจิตใจ ดังนั้นการได้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางที่พาทุกคนที่ประสบปัญหาผมร่วงกลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง นั่นคือสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดสำหรับฉันค่ะ
“PAPILLA มีจุดเด่นที่เป็นการผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับการดูแลที่ออกแบบเฉพาะบุคคล เน้นการรักษาปัญหาผมร่วงตั้งแต่ต้นเหตุ เริ่มจากหนังศีรษะ ซึ่งแตกต่างจากแบรนด์ทั่วไป เราพัฒนาสูตรโดย ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมและหนังศีรษะ (Trichologist) ที่มีประสบการณ์ยาวนานจากต่างประเทศ ซึ่งศาสตร์นี้ยังไม่เป็นที่แพร่หลายในประเทศไทย แต่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่ปลอดภัย เห็นผลจริง ทุกการดูแลถูกออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูทั้งเส้นผมและความมั่นใจจากภายใน”
คุณคิดว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ PAPILLA เป็นแบรนด์อันโดดเด่น
“สิ่งที่ทำให้ PAPILLA โดดเด่น คือความเชื่อของเราที่ว่าการดูแลหนังศีรษะไม่ใช่แค่เรื่องความงามค่ะ แต่คือศาสตร์และการเคารพตัวตนของเราเอง ซึ่งเราไม่เลือกทางลัดค่ะ ผลิตภัณฑ์และทรีตเมนต์ทุกอย่าง ล้วนเกิดจากการวิจัยอย่างลึกซึ้งเป็นเวลาหลายปี โดยผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจหลักชีววิทยาของเส้นผมและหนังศีรษะค่ะ
“แต่นอกเหนือจากวิทยาศาสตร์แล้ว สิ่งที่ทำให้ PAPILLA มีความแตกต่างที่สำคัญ คือ ความอ่อนโยน และมุมมองแบบมนุษย์เราเห็นคุณค่าในความเป็นเอกลักษณ์ของลูกค้าแต่ละคน ทุกคนล้วนมีเรื่องราวและความต้องการของตัวเอง ดังนั้น PAPILLA คือทางออก เป็นพื้นที่ที่ผู้คนเข้ามาใช้บริการ ที่ไม่ใช่แค่เพื่อรักษาปัญหาผมร่วง แต่พวกเขาจะได้รับความเข้าใจ การสนับสนุน และการใส่ใจอย่างแท้จริงจากเราค่ะ”
สิ่งที่ทำให้ PAPILLA มีความแตกต่างที่สำคัญ คือความอ่อนโยนและมุมมองแบบมนุษย์ เราเห็นคุณค่าในความเป็นเอกลักษณ์ของลูกค้าแต่ละคน ทุกคนล้วนมีเรื่องราวและความต้องการของตัวเอง
อะไรคือเป้าหมายหรือแรงบันดาลใจลึกๆ ที่ทำให้คุณอยากทำธุรกิจนี้
“สำหรับฉัน ธุรกิจไม่เคยเป็นเพียงแค่เรื่องของตัวเลขหรือภาพลักษณ์ค่ะ แต่คือเป็นการส่งต่อคุณค่าให้ทุกคน สำหรับเป้าหมายที่มากกว่านั้นคือ ฉันอยากสร้างสิ่งที่มีความหมายผ่านการดูแลอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นด้านความงาม สุขภาพ หรือแม้แต่การมอบช่วงเวลาสงบในระยะเวลาสั้นๆ ให้กับทุกคนในแต่ละวัน ฉันอยากมอบประสบการณ์ที่ไม่ใช่แค่ทำให้ทุกคนดูดีขึ้น แต่ช่วยฟื้นฟูเยียวยา พร้อมเติมเต็มจากภายในค่ะ
“ในฐานะผู้ประกอบการ ฉันพยายามทำให้เจตนารมย์ที่เริ่มทำแบรนด์นั้นมีความหมาย ไม่วิ่งตามกระแส แต่เลือกสร้างสรรค์ในสิ่งที่ฉันเชื่อมั่น ซึ่งผู้คนรอบตัวฉันเองก็ล้วนมีเป้าหมายที่เหมือนกัน แม้จะไม่ได้โด่งดัง แต่เต็มไปด้วยพลัง นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้ฉันมั่นคงและไม่หลงทาง”
มีแผนในการขยายธุรกิจหรือเปิดสาขา PAPILLA เพิ่มหรือไม่
“มีแน่นอนค่ะ การเติบโตของธุรกิจเป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ของ PAPILLA แต่ในทุกก้าวของการเติบโตนั้นฉันพยายามรักษามาตรฐาน ความตั้งใจ และหัวใจสำคัญของ PAPILLA ให้คงอยู่ในทุกสาขา เราเริ่มต้นทุกสิ่งที่สำนักงานใหญ่ที่สิงคโปร์ ฉันทดสอบทุกผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเองให้แน่ใจก่อนที่จะถึงมือลูกค้า เราค่อยๆ เติบโตขึ้นอย่างมั่นคงและได้ขยายสาขามาที่กรุงเทพฯ ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับที่ยอดเยี่ยมมาก
“ล่าสุดฉันภูมิใจมากที่ได้เปิดสาขาใหม่ที่ลอนดอน ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญเพราะลอนดอนถือเป็นมหานครระดับโลก เราสร้างสรรค์พื้นที่ที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว ในขณะเดียวกันก็ช่วยบำบัดและเติมพลังบวกให้กับลูกค้า ในมาตรฐานเดียวกันกับทุกสาขาของภูมิภาคเอเชีย
“ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนในโลก สิ่งสำคัญที่ทำให้ PAPILLA แตกต่างออกไป ก็คือการดูแลแบบเป็นส่วนตัวโดยผู้เชี่ยวชาญ ลูกค้าแต่ละรายจะได้รับการดูแลที่ละเมียดละไมและเป็นเฉพาะบุคคล ฉันเชื่อว่าความงามเป็นเรื่องที่ต้องลงรายละเอียดเฉพาะบุคคล ไม่ใช่การใช้มาตรฐานเดียวสำหรับทุกคน
“ในอนาคตฉันอยากจะขยายสาขาไปยังเมืองต่างๆ อีก เพื่อแบ่งปันแนวทางในการดูแลและแก้ไขปัญหาเส้นผมหลุดร่วงที่ผ่านการทดลองและน่าเชื่อถือในแบบฉบับของ PAPILLA ซึ่งประเทศไทยคือส่วนสำคัญของก้าวต่อๆ ไป ที่นี่ทำให้ฉันรู้สึกมีศักยภาพในการก้าวเดินและเติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน นอกเหนือจากแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับ ก็คือวิถีทางในการดูแลสุขภาพหนังศีรษะและการดูแลตนเองด้วยความรัก”
เสียงตอบรับจากลูกค้าที่เคยใช้ PAPILLA เป็นอย่างไรบ้าง
“เสียงตอบรับที่เราได้รับเป็นความรู้สึกที่เปี่ยมไปด้วยพลังบวกค่ะ หลายคนเข้ามาหาเราด้วยความรู้สึกกังวลและหมดหวัง หลังจากลองมาหลายวิธีแต่ไม่เห็นผล แน่นอนว่า สิ่งที่เราเสนอให้ลูกค้าทุกท่านนั้นมีความแตกต่าง เราไม่ได้ดูแลแค่ผิวเผิน แต่ลงลึกไปถึงต้นตอของปัญหาผมร่วง ไม่ว่าจะเป็นการอักเสบของหนังศีรษะหรือการกระตุ้นรากผมให้กลับมาทำงานอีกครั้งค่ะ
“สิ่งที่ประทับใจที่สุด คือเวลาที่ลูกค้าบอกว่า เห็นเส้นผมใหม่กำลังขึ้นมาอีกครั้งในรอบหลายปี หรือรู้สึกมั่นใจมากขึ้นโดยไม่ต้องปกปิดอีกต่อไป คำพูดเหล่านี้มีพลังอย่างมากค่ะ
“ซึ่งตอนนี้ นวัตกรรมใหม่ล่าสุดของเรามีมากมาย เช่น การผสานพลังของ LLL Therapy หรือคลื่นแสงความถี่ต่ำเพื่อกระตุ้นรากผม เข้ากับเทคโนโลยีผลักเซรั่มบำรุงรากผมเพื่อหนังศีรษะโดยเฉพาะอีกหลากหลายเครื่องมือ ทำให้เราสามารถมอบผลลัพธ์ที่ทั้งเห็นได้ชัดและสัมผัสได้จริง พร้อมกับประสบการณ์ที่ผ่อนคลายเหมือนคุณมาทำสปา ช่วยให้ทั้งร่างกายและจิตใจรู้สึกเบาสบาย สงบ และสดชื่นขึ้น เมื่อเดินออกจาก PAPILLA ค่ะ”
เพราะอะไร ประเทศไทยถึงมีความหมายพิเศษกับคุณ ทั้งในเรื่องส่วนตัวและเรื่องงาน
“ประเทศไทยเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของฉัน มีความอบอุ่นและมีชีวิตชีวาที่ฉันรู้สึกได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่มาเลยค่ะ ผู้คนที่นี่มีน้ำใจ จริงใจ และให้ความสนใจด้านความงามและสุขภาพในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร แฟชั่น สุขภาพ หรือไลฟ์สไตล์ ทุกอย่างหลอมรวมกันอย่างมีรสนิยม ที่นี่คือสถานที่ที่ความเป็นดั้งเดิม และความทันสมัยอยู่ร่วมกันได้อย่างงดงาม และสิ่งนั้นเป็นแรงบันดาลใจให้ฉันเสมอค่ะ
“ในแง่ของธุรกิจ ประเทศไทยคือก้าวต่อไปอย่างยั่งยืนสำหรับ PAPILLA เพราะที่นี่เปิดรับนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะในเรื่องของความสวยความงามและการดูแลตัวเอง
“ในด้านส่วนตัว ฉันก็ได้สร้างความสัมพันธ์ ทำความรู้จักผู้คนที่นี่ ซึ่งพวกเขาก็สอนฉันมากมายเกี่ยวกับมารยาทและการปฏิบัติตน ทั้งความอ่อนน้อมถ่อมตน ความเข้มแข็งจากภายใน และความสุขในแบบเรียบง่าย เรียกได้ว่า ตอนนี้ประเทศไทยได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตฉันอย่างแท้จริงไปแล้วค่ะ”
ปกติคุณเริ่มต้นวันยังไงบ้าง
“ช่วงเช้าของวันคือช่วงเวลาที่พิเศษที่สุดสำหรับฉัน เป็นช่วงเวลาที่เงียบสงบและเต็มไปด้วยความตั้งใจ ก่อนที่โลกภายนอกจะเริ่มวุ่นวาย ฉันใช้เวลาสั้นๆ เพื่อตั้งสติอยู่กับตัวเอง ดื่มน้ำอุ่นผสมมะนาว ยืดเส้นเบาๆ และทบทวนความคิดในใจ หากลูกชายตื่นแล้ว ฉันจะเริ่มวันกับเขาเสมอ แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ เล็กๆ ก็มีความหมายต่อจิตใจของฉันค่ะ เป็นสิ่งที่เตือนให้รู้ว่าอะไรคือสิ่งสำคัญจริงๆ ในชีวิต”
อะไรคือกิจวัตรตอนเช้าของคุณ เพื่อเตรียมตัวสำหรับทั้งวัน
“ฉันยังชอบใช้เวลากับการเตรียมตัวเองในการเริ่มต้นวัน ดูแลผิวพรรณ เลือกเสื้อผ้า และสร้างบรรยากาศที่สงบก่อนเริ่มประชุมหรือออกไปทำงาน แม้เป็นสิ่งเล็กๆ ให้เราได้ทำอะไรช้าๆ บ้าง ก่อนเร่งจังหวะชีวิต ที่ฉันจะก้าวต่อไปตลอดวันด้วยความสดใสและดีงามค่ะ”
ในฐานะที่คุณเป็นบุคคลสาธารณะ คุณดูแลสุขภาพจิตใจและอารมณ์ของตัวเองยังไงบ้าง
“ฉันได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของ ‘ขอบเขต’ ในแบบที่อ่อนโยนและไม่แข็งกร้าวค่ะ ฉันใช้ความสงบในใจด้วยการปฏิเสธสิ่งที่ไม่ให้คุณค่ากับตัวเอง เปิดรับเฉพาะสิ่งที่แสดงตัวตนของเราจริงๆ การบำบัด การเขียนไดอารี และการใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติมากที่สุด ทั้งหมดนี้จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในชีวิตฉันค่ะ
“ซึ่งการอยู่ท่ามกลางสายตาสาธารณะนั้นเป็นดาบสองคม ฉันต้องเรียนรู้ที่จะฟังเสียงของตัวเองให้ชัดกว่าคำพูดของคนอื่น ฉันมักถามตัวเองอยู่เสมอว่า ฉันทำสิ่งนี้เพราะอยากให้คนอื่นยอมรับ หรือเพราะมันคือความจริงของตัวฉัน คำถามนี้จะพาฉันกลับมาอยู่ตรงจุดสมดุลทุกครั้งที่โลกภายนอกเริ่มดังเกินไปแล้ว” (ยิ้ม)
การอยู่ท่ามกลางสายตาสาธารณะเป็นดาบสองคม ฉันต้องเรียนรู้ที่จะฟังเสียงของตัวเองให้ชัดกว่าคำพูดของคนอื่น
สำหรับคุณแล้ว วันหยุดที่สมบูรณ์แบบในวันที่ไม่ได้ทำงานหรือเดินทาง เป็นแบบไหน
“วันหยุดที่สมบูรณ์แบบสำหรับฉัน คือวันที่ดำเนินไปอย่างช้าๆ ไม่ได้มีแผนการที่แน่นอนค่ะ และเต็มไปด้วยสิ่งที่หล่อเลี้ยงใจ ฉันชอบการตื่นเช้าขึ้นมาโดยไม่ต้องตั้งนาฬิกาปลุก กินอาหารเช้าแบบเงียบๆ ช้าๆ บางทีก็ที่ริมทะเล หรือในสวนที่บ้าน แค่ได้อยู่กับปัจจุบันก็เพียงพอแล้วค่ะ (ยิ้ม)
“การได้ใช้เวลากับลูกชายคือการพักผ่อนที่ดีที่สุดของฉัน เราอาจเล่นด้วยกัน หัวเราะกัน หรือแค่นั่งเฉยๆ อยู่ข้างกันก็ยังมีความสุขมากแล้ว
“บางวันฉันอาจไปสปา อ่านหนังสือดีๆ สักเล่ม หรือทำอาหารง่ายๆ เหล่านี้ทำให้ฉันได้เรียนรู้ว่า การพักผ่อน ไม่จำเป็นต้องสวยงามหรือยิ่งใหญ่เสมอไป แค่เป็นเพียงช่วงเวลาที่ดีและตรงใจต่อความรู้สึกก็พอแล้ว วันไหนที่ฉันไม่ต้องพยายามเป็นอะไร แค่ได้เป็นตัวเองค่ะ นั่นแหละคือสุขที่แท้จริงที่สุดในชีวิต”
ปัจจุบันมีสถานะเป็นคุณแม่เพิ่มอีกหนึ่งหน้าที่ สิ่งนี้สร้างแรงบันดาลใจหรือความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง ทั้งในด้านไลฟ์สไตล์และการจัดการความคิด
“ที่สุดของความเปลี่ยนแปลงเลยค่ะ ความเป็นแม่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงแค่วิธีที่ฉันมองโลกเท่านั้น แต่เปลี่ยนวิถีที่ฉันมองเข้ามาในตัวเองด้วย ฉันไม่ได้ต้องการความเพอร์เฟกต์ที่บางครั้งมันก็คือภาพลวงตา สอนให้ฉันสร้างทักษะใหม่ๆ ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความเข้มแข็งทั้งด้านจิตใจและร่างกาย มองถึงความก้าวหน้าและก้าวต่อไปมากขึ้น มีความอดทนมากขึ้น มีสติมากขึ้น ระมัดระวังถึงพลังงานทั้งลบและบวกที่ฉันมีอยู่ในทุกขณะ พร้อมทั้งต้องปรับความคิดและอารมณ์เพื่อให้แต่ละสถานการณ์ผ่านไปอย่างดีที่สุด และแน่นอนว่าไม่ว่าจะเป็นวันที่สนุกสนาน เต็มไปด้วยความสุข หรือในบางวันที่ท้าทาย เราก็จะต้องทำให้ดีที่สุดในทุกวันค่ะ”
ความเป็นแม่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงแค่วิธีที่ฉันมองโลก แต่เปลี่ยนวิถีที่ฉันมองเข้ามาในตัวเอง ฉันไม่ได้ต้องการความเพอร์เฟกต์ที่บางครั้งมันก็คือภาพลวงตา
ความเป็นแม่ส่งผลอะไรกับการดูแลตัวเองหรือความงามบ้าง
“การเป็นแม่ทำให้ฉันดูแลตัวเองดีกว่าเดิมในทุกด้านเลยค่ะ แต่กิจวัตรประจำวันที่ดูแลถึงความสวยงามเราไม่ได้เน้นมากเท่ากับก่อนมีลูก ตอนนี้ฉันมุ่งไปที่การดูแลสุขภาพและบำรุงร่างกายจากภายในมากกว่า
“ฉันอยากเห็นตัวเองในตอนที่อายุมากกว่านี้ด้วยเวอร์ชั่นที่แข็งแรงค่ะ ไม่ใช่ว่าฉันกลัวความแก่หรือความร่วงโรยซึ่งเป็นเรื่องของธรรมชาตินะคะ แต่ฉันอยากเป็นแบบอย่างให้ลูกเห็นว่าการดูแลตัวเองให้ดี รักตัวเอง และการมีวินัยกับตัวเองเป็นเรื่องที่ดี เราต้องทำเพราะเรารู้สึกดีกับตัวเองจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่อยากให้คนอื่นเห็นว่าเราสวย หล่อ หรือดูดีจากภายนอกเพียงเท่านั้น”
การรักตัวเองมีวินัยกับตัวเองเป็นเรื่องที่ดี แต่เราต้องทำเพราะเรารู้สึกดีกับตัวเองจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่อยากให้คนอื่นเห็นว่าเราสวย หล่อ หรือดูดีจากภายนอกเพียงเท่านั้น
จากสไตล์การแต่งตัวของคุณคิมที่ได้รับความสนใจอยู่เสมอในแวดวงสังคม ช่วยแชร์แนวคิดเกี่ยวกับแฟชั่นและสไตล์การแต่งตัวในชีวิตประจำวัน
“สิ่งสำคัญในการเลือกเสื้อผ้าของฉันคือต้องเป็นเสื้อผ้าที่สวมใส่ได้อย่างมั่นใจและเป็นตัวของตัวเองค่ะ ฉันไม่ชอบเสื้อผ้าที่พิมพ์ลายโลโก้หรูหราเยอะๆ ดูฉูดฉาด แต่ชอบเสื้อผ้าที่เรียบง่ายในโทนสีอ่อน คลีนๆ สบายตา และต้องเป็นเสื้อผ้าที่มีคุณภาพดี ผ่านการตัดเย็บมาอย่างประณีต เสื้อผ้าแบรนด์ที่หรูหราเหล่านี้ฉันคิดว่าควรเป็นการสวมใส่แบบกระซิบถึงความหรูหราค่ะ ไม่ใช่แบบตะโกนว่านี่ฉันหรูหรามากเลยคุณเห็นไหม
“เสื้อผ้าที่สวมใส่ประจำวันของฉันจะเป็นเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย เคลื่อนไหวได้คล่องตัว รู้สึกคล่องแคล่วและมีพลังอยู่ตลอด อย่างเช่นพวกเสื้อคลุมแบบเบลเซอร์สวยๆ ที่ดูสุภาพในเวลาที่ต้องการความเป็นทางการ เสื้อถักไหมพรมสวยคุณภาพดีสักตัว หรือเดรสที่สวมใส่ได้ง่ายแต่ทำให้ดูดีในทุกสถานการณ์
“เสื้อผ้าควรจะมีการคัตติ้งที่ดีและมีขนาดที่พอดีกับตัวเราจะทำให้เรารู้สึกว่าเป็นตัวเอง รู้สึกว่านี่แหละคือเสื้อผ้าที่ฉันชอบ และบ่งบอกถึงความเป็นตัวฉันได้อย่างแท้จริง อีกสิ่งที่สำคัญคือฉันเชื่อว่าแฟชั่นไม่ใช่การสวมใส่เสื้อผ้าหรือแต่งตัวให้คนอื่นประทับใจ แต่คือการสะท้อนถึงความเอาใจใส่ตัวเอง ทำให้เกิดความมั่นใจ และเป็นตัวของตัวเอง
“ตอนนี้ฉันอยู่ในจุดที่รู้สึกว่าการแต่งตัวหรือสวมเสื้อผ้าแฟชั่นไม่ได้พิสูจน์ความเป็นตัวตนของฉันเลยแม้แต่น้อย เสื้อผ้าที่สวมใส่ได้สบาย ใส่แล้วมั่นใจ เป็นตัวของตัวเองอย่างชัดเจน แข็งแกร่งและสง่างามไปพร้อมกัน นั่นแหละคือสไตล์ที่แท้จริงของฉัน“
แฟชั่นไม่ใช่การสวมใส่เสื้อผ้าหรือแต่งตัวให้คนอื่นประทับใจ แต่คือการสะท้อนถึงความเอาใจใส่ตัวเอง ทำให้เกิดความมั่นใจ และเป็นตัวของตัวเอง
คุณคิมมีเสื้อผ้าพื้นฐาน หรือลักซ์ชัวรีไอเท็มชิ้นไหนบ้าง ที่มักจะนำมาใช้หรือสวมใส่อยู่เสมอ เพื่อให้ทำรู้สึกดีและมั่นใจ
“เสื้อผ้าบางชิ้นที่อยู่ในตู้ หรือเครื่องประดับบางไอเท็ม ฉันหยิบมาใส่บ่อยมาก ใส่จนรู้สึกว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนฉันได้เลย
“เสื้อเบลเซอร์ทรงสวย ที่ผ่านการตัดเย็บมาอย่างละเอียดลออ เป็นเสื้อชุดสำคัญของฉันเลยก็ว่าได้ เพราะเมื่อต้องไปในสถานที่ที่เป็นทางการอย่างการไปประชุมที่กรุงเทพฯ หรือว่าที่ลอนดอน ฉันจะสวมเสื้อเบลเซอร์ที่ทำให้ฉันดูดีขึ้น ซึ่งทำให้ฉันมั่นใจในทุกครั้งที่เข้าร่วมประชุม
“เสื้อเชิ้ตสีขาว นอกจากจะดูสะอาด ให้ลุคที่คลาสสิก ที่สำคัญคุณสามารถสวมใส่ได้อย่างหลากหลาย ไปทำงานก็ได้ หรือว่าจะใส่ไปเที่ยวก็ยังให้ความรู้สึกที่สบายๆ ได้
“กางเกงขายาวเข้ารูป หรือชุดเดรสที่ดูคลาสสิก เป็นไอเท็มที่ให้ความรู้สึกที่หรูหราแต่ไม่เยอะ ไม่มากจนเกินไป โดยฉันจะเลือกเนื้อผ้าที่นุ่ม คุณภาพดี ทำให้สวมใส่ได้อย่างสบายและมั่นใจ
“เครื่องประดับชิ้นที่ใช่แบบใส่ใจในทุกรายละเอียด อาจจะเป็นกระเป๋าหนังทรงเหลี่ยมหรือทรงแบนที่ดูเรียบแต่หรู เครื่องประดับทองคำชิ้นเล็กๆ แบบมินิมอล ส่งให้เสื้อผ้าของคุณดูเด่นและมีดีเทล แต่ก็ไม่ทำให้ลุคของคุณดูเยอะจนเกินไป แต่ละชิ้นถือเป็นการลงทุนไปกับความเรียบง่ายและเรียบหรู ไม่ใช่การแสดงหรือตกแต่งอย่างโจ่งแจ้ง”
ความงามและการดูแลตัวเอง ทำให้คุณเกิดความมั่นใจและความเป็นตัวเองได้อย่างไร
“นิยามความงามของฉันคือการเชื่อมโยงตัวเอง อารมณ์ และพลังงานเข้าด้วยกัน การดูแลตัวเองในแต่ละวันไม่ว่าจะเป็นการบำรุงผิวหน้า ดูแลหนังศีรษะและเส้นผม การใช้เวลาอาบน้ำนานๆ หรือการทาเซรั่มแม้เพียงไม่กี่นาที ไม่ได้หมายความว่าคุณกำลังแก้ไขข้อบกพร่องของใบหน้าและรูปร่างของคุณ แต่มันคือการถ่ายทอดความรักให้กับตัวเอง
“ฉันเชื่อว่าความมั่นใจไม่ได้เกิดจากความสวยที่สมบูรณ์แบบ แต่มาจากการดูแลตนเองอย่างทะนุถนอมวันแล้ววันเล่า ไม่ว่าจะเป็นจุดเล็กๆ ในร่างกาย หรือการดูแลร่างกายแบบองค์รวมก็ตาม สิ่งเหล่านี้จะก่อให้เกิดความมั่นใจว่าร่างกายของเราได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เมื่อฉันได้ดูแลตัวเองชาร์จพลังอย่างเต็มที่จะสามารถสะท้อนออกมาทั้งทางผิวพรรณที่เปล่งปลั่ง อารมณ์อันแจ่มใส รวมไปถึงวิธีดำเนินชีวิตในแต่ละวันอีกด้วย”
การเป็นแม่เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเป็นอย่างมาก ซึ่งคุณได้เปลี่ยนแปลงวิธีที่คุณมองโลกและตัวเองอย่างไร
“การเป็นแม่คือการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับฉัน ทำให้ฉันเปิดใจกว้าง ยอมรับสิ่งต่างๆ ได้มากยิ่งขึ้น ปรับส่วนที่แข็งกระด้างให้อ่อนโยน ในขณะเดียวกันก็ปรับสิ่งที่อ่อนแอให้แข็งแกร่งขึ้น สายตาที่มองโลกก็เปลี่ยนไปด้วย ฉันมีความเมตตามากขึ้น แต่ก็มองเห็นสิ่งต่างๆ ได้อย่างชัดเจนและเป็นจริงมากยิ่งขึ้นด้วย
“ความสมบูรณ์แบบไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการไล่ตามเหมือนเมื่อก่อน แต่กลับโฟกัสไปที่ความมีตัวตนที่แท้จริง ความเป็นแม่นั้นสอนให้คุณอยู่กับปัจจุบันขณะ อยู่กับตอนนี้ นาทีนี้และซึมซับถึงความรู้สึก เพราะเด็กๆ พวกเขาเติบโตเร็วมาก ช่วงเวลาต่างๆ จะผ่านไปอย่างรวดเร็ว ฉันจึงอยากจดจำในทุกเวลาที่ลูกของฉันโตขึ้น ฉันทำทุกสิ่งด้วยความตั้งใจและตั้งมั่นมากขึ้น มีความอดทนสูงขึ้น ทั้งยังให้อภัยผู้อื่นและตัวเองได้มากขึ้นอีกด้วย”
ช่วยแนะนำหนึ่งข้อสำหรับการดำเนินชีวิตที่สวยงามพร้อมความสมดุล
“ประเด็นสำคัญที่สุดคือคุณต้องหาให้เจอว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดของคุณ โลกนี้เต็มไปด้วยความวุ่นวายมากมาย แต่เชื่อไหมว่าสิ่งที่ทรงพลังที่สุดที่คุณทำได้คือการหยุดพัก คิดไตร่ตรอง และเลือกหยิบเฉพาะสิ่งที่เหมาะกับคุณจริงๆ ขึ้นมา การสร้างสมดุลในชีวิตไม่ใช่การทำทุกสิ่งที่คุณต้องการ แต่คือการเลือกทำเฉพาะสิ่งที่ดีกับคุณอย่างแท้จริง
“การพักผ่อนเป็นสิ่งสำคัญมาก จงรักษาความสงบสุขของคุณให้ดี อย่ากลัวที่จะเพิกเฉยกับสิ่งที่ไร้ประโยชน์ ความสวยงามของชีวิตไม่ใช่ช่วงเวลาอันน่าตื่นเต้นหรือแสนยิ่งใหญ่ แต่มันคือความเงียบสงบในการดำเนินแต่ละวันด้วยความรักและความตั้งมั่นในทุกสิ่งที่ทำ”
ความสวยงามของชีวิตไม่ใช่ช่วงเวลาอันน่าตื่นเต้นหรือแสนยิ่งใหญ่ แต่มันคือความเงียบสงบในการดำเนินแต่ละวันด้วยความรักและความตั้งมั่นในทุกสิ่งที่ทำ
ในฐานะที่คุณหลงรักประเทศไทยอย่างแท้จริง สถานที่ใดที่คุณชื่นชอบและประทับใจมากที่สุด
“ให้เลือกแค่ที่เดียวเลือกยากมากเลยค่ะ (หัวเราะ) ประเทศไทยให้ความรู้สึกสงบ และทำให้เกิดแรงบันดาลใจต่างๆ มากมาย ถ้าฉันต้องการความสงบนิ่งและอยากจะเริ่มต้นโฟกัสกับอะไรสักอย่าง ฉันจะไปกระบี่ค่ะ ทะเลกระบี่มีมนต์เสน่ห์อันสวยงามและเงียบสงบ หน้าผา เกาะ ท้องทะเล ช่วยให้ฉันผ่อนคลาย เติมพลังบวกเหมือนกับการรีเซ็ตตัวเองหลังพบกับความวุ่นวายต่างๆ ในชีวิต
“แต่ถ้าฉันต้องการสมาธิในขั้นที่ลึกขึ้นฉันจะไปเชียงใหม่ค่ะ เชียงใหม่เป็นพื้นที่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณ มีพลังเฉพาะตัว ฉันมักจะไปสวดมนต์ทำสมาธิที่วัด การออกเดินในเมืองเก่าก็ทำให้เกิดความสงบสุขและเกิดสติค่ะ
“ทั้งสองจังหวัดนี้ทำให้ฉันเตือนตัวเองให้เดินช้าลง ขอบคุณตัวเอง และอยู่กับความเป็นจริงค่ะ”
ช่วยบอกเมนูอาหารไทยที่คุณโปรดปราน พร้อมเหตุผลว่าทำไมถึงติดใจในรสชาติ
“ขอบอกก่อนเลยค่ะว่า อาหารไทยที่ฉันชื่นชอบมีหลายอย่างมาก และอาหารไทยเป็นอาหารที่ฉันอยากรับประทานอยู่เสมอไม่ว่าจะเดินทางไปที่ใดในโลก ส่วนเมนูที่ถูกใจฉันมากๆ ก็คือ ส้มตำ ยำวุ้นเส้น และล่าสุดที่ชอบมากๆ ก็คือ เมี่ยงปลาเผา อีกเมนูที่ชอบก็คือ น้ำพริก ค่ะ
“สิ่งที่ฉันชื่นชอบที่สุดเกี่ยวกับอาหารไทย คืออาหารทำให้ผู้คนมารวมตัวกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นสตรีทฟู้ดในกรุงเทพฯ หรือเวลาไปตลาดท้องถิ่น ฉันจะแบ่งอาหารกินกับเพื่อนๆ ทำให้รู้สึกถึงความผูกผัน เชื่อมโยง ความสนุก และที่สำคัญคือ การแบ่งปันซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมการกินอาหารไทย”