โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คลับเมดทุบสถิติผลประกอบการสูงสุดปี 67 แรงจากตลาดพรีเมียม

PostToday

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 21.44 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 04.38 น.

คลับเมดทำสถิติผลประกอบการสูงสุดปี 2567 แรงหนุนจากตลาดพรีเมียมและรีสอร์ตบนภูเขา เตรียมขยายลงทุนต่อเนื่องรับปี 2568

คลับเมด (Club Med) ผู้นำด้านการพักผ่อนแบบออลอินคลูซีฟระดับพรีเมียม ประกาศผลประกอบการปี 2567 ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ด้วยปริมาณธุรกิจ (Business Volume) รวมกว่า 2.09 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้น 7% จากปี 2566 ตอกย้ำความสำเร็จในการยกระดับแบรนด์สู่ตลาดพรีเมียมและ Exclusive Collection โดยเฉพาะอย่างยิ่งรีสอร์ตบนภูเขาที่มีการเติบโตโดดเด่นถึง 20% คิดเป็นกว่า 35% ของปริมาณธุรกิจทั้งหมด สะท้อนความนิยมที่เพิ่มขึ้นของการท่องเที่ยวแบบสกีและประสบการณ์บนภูเขา

เรเชล ฮาร์ดิง ประธานกรรมการบริหาร ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และแปซิฟิก (ESAP) กล่าวว่า “ผลประกอบการที่แข็งแกร่งในปี 2567 เป็นข้อพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของโมเดลพรีเมียมออลอินคลูซีฟของเรา ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวที่มองหาวันหยุดแบบไร้กังวล ในโอกาสครบรอบ 75 ปีในปี 2568 นี้ เรายังคงมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์วันหยุดที่เหนือระดับ และขยายการดำเนินงานทั่วโลก”

ผลการดำเนินงานที่โดดเด่นทั่วโลกในปี 2567

ปริมาณธุรกิจรวม: 2,090 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 7% (เมื่อคิดในอัตราแลกเปลี่ยนคงที่)

  • การยกระดับสู่พรีเมียม: รีสอร์ตทั้งหมดได้รับการยกระดับเป็นประเภทพรีเมียมและ Exclusive Collection ตั้งแต่เดือนเมษายน 2567
  • จำนวนลูกค้า: มากกว่า 1.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1%
  • อัตราการเข้าพักเฉลี่ย: 75% เพิ่มขึ้น 2 จุด สำหรับรีสอร์ตพรีเมียมและ Exclusive Collection
  • ราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวัน: 232 ยูโร เพิ่มขึ้น 7%
  • การเติบโตของรีสอร์ตบนภูเขา: ปริมาณธุรกิจเพิ่มขึ้น 20% คิดเป็น 35% ของรายได้รวม

ความสำเร็จในภูมิภาค ESAP และประเทศไทย

ภูมิภาค ESAP มีการเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 24% จากปีก่อนหน้า ด้วยจำนวนลูกค้ากว่า 260,000 คน โดยการเติบโตนี้มาจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของรีสอร์ตบนภูเขาในญี่ปุ่น จีน และเทือกเขาแอลป์ของยุโรป ซึ่งเติบโตถึง 57% รวมถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นในกลุ่ม Exclusive Collection

บรูโน คูร์เบต์ Country Director คลับเมดประจำประเทศไทย อินโดนีเซีย อินเดีย และตลาดใหม่ เปิดเผยว่า “ประเทศไทยมีการเติบโตที่โดดเด่น โดยมีปริมาณธุรกิจเพิ่มขึ้น 9.2% จากปีก่อนหน้า สกีรีสอร์ตในญี่ปุ่นยังคงเป็นแหล่งรายได้หลัก ขณะที่มัลดีฟส์และภูเก็ตก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เรายังเห็นเทรนด์ใหม่ที่นักท่องเที่ยวไทยมองหาประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร รวมถึงการพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูสุขภาพและการท่องเที่ยวแบบครอบครัวระดับพรีเมียม”

กลยุทธ์และเป้าหมายสำหรับปี 2568

คลับเมดยังคงเดินหน้าด้วยกลยุทธ์สำคัญ 3 ประการ ได้แก่

  • ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดพรีเมียมแบบจ่ายครั้งเดียวจบ: แม้ในภาวะเศรษฐกิจผันผวน โมเดลออลอินคลูซีฟของคลับเมดตอบโจทย์ความต้องการวันหยุดแบบไร้กังวล
  • ขับเคลื่อนความต้องการวันหยุดบนภูเขาฤดูร้อนและเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์: โดยปัจจุบันคลับเมดมีรีสอร์ตบนภูเขา 11 แห่งทั่วโลก พร้อมมอบประสบการณ์ทั้งการเดินป่า เวลเนส และกิจกรรมผจญภัย
  • ความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน: คลับเมดยังคงเดินหน้าตามกลยุทธ์ ‘Happy to Care’ เน้นการพัฒนารีสอร์ตที่ยั่งยืน การมอบประสบการณ์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม

แผนการขยายและการปรับปรุงรีสอร์ต

ในปี 2568 เป็นต้นไป คลับเมดมีแผนการปรับปรุงและเปิดรีสอร์ตใหม่ทั่วโลก อาทิ

  • Club Med Borneo (ซาบาห์ มาเลเซีย) - เปิดปี 2569: รีสอร์ตแห่งแรกในเอเชียแปซิฟิกที่สร้างตามมาตรฐาน BREEAM
  • Club Med South Africa Beach & Safari Resort (แอฟริกาใต้) - เปิดปี 2569: รีสอร์ตแห่งแรกของคลับเมดในแอฟริกาใต้
  • Club Med Gramado (บราซิล) - เปิดปี 2569: รีสอร์ต Exclusive Collection แห่งแรกในอเมริกาใต้
  • Club Med Musandam (โอมาน) - เปิดปี 2571: ออกแบบอย่างยั่งยืนด้วยมาตรฐาน BREEAM และ Green Globe
  • Club Med ภูเก็ต (ปรับปรุงแล้วเสร็จปี 2568): ปรับปรุงพื้นที่ใจกลางรีสอร์ต เพิ่มโซน Family Oasis และห้องพักใหม่
  • Club Med Bintan (ปรับปรุงเสร็จปี 2569): ปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อยกระดับประสบการณ์วันหยุดของครอบครัว

ด้วยผลประกอบการที่แข็งแกร่งและแผนการลงทุนที่ชัดเจน คลับเมดจึงพร้อมเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2568 และในอนาคต เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...