โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ยาแก้แพ้ ‘ง่วง-ไม่ง่วง’ แตกต่าง ควรเลือกกินอย่างไร

เดลินิวส์

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 02.01 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 23.30 น. • เดลินิวส์
ยาแก้แพ้เป็นยาที่ใช้ป้องกันหรือบรรเทาอาการแพ้ มี 2 กลุ่ม แบบง่วงเลือกกินอย่างไร

วันนี้ "เดลินิวส์ "ได้นำบทความจากเพจคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ลงในนิตสารวาไรตี้เพื่อสุขภาพ @Rama โดยภญ.นันทพร เล็กพิทยา งานเภสัชกรรมคลินิก ฝ่ายเภสัชกรรม คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พูดถึง“ยาแก้แพ้” คืออะไร ทำไมมีแบบง่วง แบบไม่ง่วง ว่า "ยาแก้แพ้" เป็นยาที่ใช้ป้องกันหรือบรรเทาอาการแพ้ เช่น น้ำมูกหรือน้ำตาไหล แพ้อากาศ ผื่นคัน ลมพิษ โดยยาแก้แพ้จะเข้าไปยับยั้งสารก่อแพ้ คือ ฮิสตามีน จึงบรรเทาอาการแพ้ได้ ซึ่งยาแก้แพ้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม

1. ยาแก้แพ้กลุ่มดั้งเดิม หรือยาแก้แพ้แบบที่ทำให้ง่วง เช่น คลอเฟนิรามีน (chlorpheniramine) ไดเฟนไฮดรามีน (diphenhydramine) ไดเมนไฮดริเนต (dimenhydrinate) ไฮดรอไซซีน (hydroxyzine) บรอมเฟนิรามีน (brompheniramine) ยาในกลุ่มนี้สามารถใช้รักษาอาการเยื่อจมูกอักเสบ เนื่องจากภูมิแพ้ ที่มีอาการคัน จาม และช่วยลดนํ้ามูกได้ดี นอกจากนี้ยังสามารถบรรเทาอาการเมารถ-เมาเรือได้ โดยรับประทานยาทุก 4-6 ชั่วโมงตามอาการ

ข้อควรระวัง

  • ยากลุ่มนี้ทำให้ง่วงซึม จึงควรระวังการใช้ในผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการควบคุมเครื่องจักร ขับรถ

  • ในส่วนอาการข้างเคียงอื่น ๆ เช่น จมูกแห้ง ปากแห้ง คอแห้ง ตาพร่า นํ้าหนักตัวเพิ่ม

  • ยาแก้แพ้ทำให้ความจำไม่ดีในผู้สูงอายุ

  • ไม่ควรใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี จึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน

2. ยาแก้แพ้กลุ่มใหม่ หรือ ยาแก้แพ้ชนิดไม่ง่วง (non-sedating antihistamines) เช่น ยาเซทิริซีน (cetirizine) เลโวเซทิริซีน (levocetirizine) เฟโซเฟนาดีน (fexofenadine) และลอราทาดีน (loratadine) ยาแก้แพ้ชนิดนี้จะผ่านเข้าสมองได้น้อย จึงทำให้กินแล้วไม่ง่วงซึมเท่ายาแก้แพ้แบบดั้งเดิม รวมถึงผลข้างเคียงอื่น เช่น จมูกแห้ง ปากแห้ง คอแห้ง ตาพร่า จะพบน้อยกว่ากลุ่มดั้งเดิมเช่นกัน อย่างไรก็ตาม อาจให้ผลบรรเทาอาการน้ำมูกไหลได้ไม่ดีเท่ากลุ่มดั้งเดิม โดยรับประทานวันละ 1 ครั้ง

เปรียบเทียบการเลือกใช้ แบบง่วงหรือไม่ง่วง โดยสรุปแล้ว ยาแก้แพ้กลุ่มใหม่นั้นมีผลข้างเคียงน้อยกว่ายาแก้แพ้กลุ่มดั้งเดิม แต่ก็อาจให้ผลการรักษาอาการแพ้ได้ไม่ดีเทียบเท่ายาแก้แพ้กลุ่มดั้งเดิม ดังนั้น การเลือกใช้จึงต้องพิจารณาว่าอาการของผู้ป่วยหนักขนาดไหน และสามารถรับผลข้างเคียงเรื่องความง่วง หรืออาการข้างเคียงอื่นได้มากขนาดไหน ถ้าเป็นภูมิแพ้อากาศทั่วไปก็อาจเลือกใช้ยาแก้แพ้กลุ่มใหม่ แต่ถ้าเป็นหวัดแล้วมีน้ำมูกไหลเยอะ ก็อาจต้องใช้ยาแก้แพ้กลุ่มดั้งเดิม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...