“PRINCIPAL VNEQ-A” ลุย “หุ้นเวียดนาม” หลัง “ภาษี Trump” สงบ... ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว “ดาวเด่นแห่งเอเชีย” !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’(Risk-adjusted returns)ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Vietnam Equity” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หุ้นเวียดนาม” หรือมีธุรกิจหลักในเวียดนามที่มีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต
ล่าสุด “ภาษีการค้าสหรัฐ-เวียดนาม” ก็ได้ข้อยุติลง จากเดิมโดนเรียกเก็บ 46% เหลือ 20% สำหรับสินค้าทุกชนิดที่ส่งเข้าสหรัฐ และ 40% สำหรับสินค้าที่ถูกส่งผ่านเวียดนามจากประเทศที่3 ในขณะที่ “สหรัฐ” จะสามารถส่งออกไป “เวียดนาม” โดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าเลย น่าจะทำให้เป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจของ “เวียดนาม” ปีนี้ที่ระดับไม่ต่ำกว่า 8% เป็นไปได้มากขึ้น
ที่สำคัญ “หุ้นเวียดนาม” ยังมีข่าวดีที่เตรียมขยับจาก “ตลาดชายขอบ” (Frontier Market) สู่ “ดัชนีตลาดเกิดใหม่” (Emerging Market) ของ “FTSE” คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือน ก.ย. 25 หลังมีการพัฒนาระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ให้เป็นสากลมากขึ้น
ทำให้ “หุ้นเวียดนาม” ยังคงเป็นหนึ่งในดาวเด่นที่ทั่วโลกให้ความสนใจ ปีนี้ปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า +10% แต่ราคาก็ “ยังไม่แพง”
ปัจจุบันมี Forward 12M P/E ที่ 10.48 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่ 11.29 เท่า ในขณะที่คาดการณ์กำไรบจ.ปีนี้จะโต +23.59% จึงเป็นอีกตลาดที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะกลาง-ยาว
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นเวียดนาม” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar”** มาฝากกัน
“PRINCIPAL VNEQ-A” สร้างความมั่งคั่งระยะยาวด้วย “หุ้นเวียดนาม” ดาวเด่นแห่งเอเชีย
สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า “PRINCIPAL VNEQ-A: กองทุนเปิดพรินซิเพิล เวียดนาม อิควิตี้ ชนิดสะสมมูลค่า” บริหารจัดการโดย ‘บลจ.พรินซิเพิล’ มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2560 มีนโยบายลงทุน “หุ้นเวียดนาม” หรือมีธุรกิจหลักในเวียดนามที่มีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต
“โดยเป็นการลงทุนโดยตรงด้วย ‘ทีมงานผู้จัดการกองทุนไทย’ ที่เข้าไปเลือกหุ้นเอง ผ่านกระบวนการลงทุนที่เข้มข้นของ บลจ.พรินซิเพิล มีการ Company Visit ทุกบริษัทที่ลงทุนเหมือนที่ลงทุนในหุ้นไทย มีการแชร์ข้อมูลและมุมมองในกลุ่มพรินซิเพิลเพื่อให้ได้มุมมองที่ครบถ้วนมากยิ่งขึ้นด้วย”
หน้าตาพอร์ต…สไตล์ “หุ้นขนาดกลาง” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” และ “หุ้นคุณค่า”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘PRINCIPAL VNEQ-A’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นขนาดกลาง” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง“หุ้นเติบโต” (Growth) และ “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 พ.ค. 25) นั้น พบว่า 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ประกอบไปด้วย
ธนาคาร 38.07%
บริการรับเหมาก่อสร้าง 10.32%
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 8.71%
เงินทุนและหลักทรัพย์ 8.66%
เครื่องใช้ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ 7.33%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) VIETNAM TECHNOLOGICAL & COMMERCIAL JOINTSTOCK BANK 9.76%,2) MILITARY COMMERCIAL JOINT STOCK BANK 9.58%,3) FPT CORPORATION 8.71%,4) MOBILE WORLD INVESTMENT CORP 7.33% และ5) ASIA COMMERCIAL BANK JOINT STOCK BANK 5.43% ตามลำดับ”
“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘PRINCIPAL VNEQ-A’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ค. 25) เฉลี่ยอยู่ที่ 2.41%ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 4.34% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 20.24% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 22.13% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -43.72%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 1,000 บาท เท่านั้น
สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุนในกองทุนดังกล่าว สามารถลงทุนได้ด้วยเงิน 1,000 บาท ตามข้อกำหนดเงื่อนไขหรือมูลค่าขั้นต่ำของ “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำทำได้โดยไม่มีข้อกำหนด สำหรับระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนคือ 5 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน (T+5)
ทั้งนี้ ช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่านรูปแบบออฟไลน์อย่าง ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จํากัด (มหาชน) และผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนอื่นที่บริษัทได้แต่งตั้งขึ้น ส่วนช่องทางออนไลน์สามารถเปิดบัญชีและซื้อขายได้ผ่านแอพพลิเคชั่นอย่าง Principal TH
“ภาษีการค้าสหรัฐ” ลงตัว ทำให้ภาพชัดเจนขึ้นซึ่งตัวเลขเป็นไปตามที่ตลาดคาดและไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อศักยภาพในการเติบโตของ “เวียดนาม” ในระยะกลาง-ยาวแต่ประการใด “ดาวเด่น” แห่งเอเชียคงไม่หนีไปไหน ที่สำคัญ “ตลาดหุ้นเวียดนาม” กำลังจะได้รับการเลื่อนชั้นจาก “ตลาดชายขอบ” (Frontier Market) สู่ “ตลาดเกิดใหม่” (Emerging Market) ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้ามาอีกมากเลยทีเดียว ที่พร้อมจะผลักดันให้ตลาดหุ้นทะยานไปข้างหน้าได้อีกมากเลยทีเดียว จึงเป็นอีกหนึ่งตลาดที่ไม่ควรละเลย สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน