โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ฤดูฝนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างไร

Reporter Journey

อัพเดต 18 พ.ค. 2568 เวลา 17.34 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. 2568 เวลา 10.34 น. • Reporter Journey

ประเทศไทยสิ้นสุดฤดูร้อน และเข้าสู่ฤดูฝนตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม ตามการประกาศอย่างเป็นทางการของกรมอุตุนิยมวิทยา ฤดูแห่งผ้าที่ไม่แห้งแม้จะตากมาแล้ว 2 วัน, ฤดูแห่งฝนราชการ, ฤดูแห่งฝนเวลาเลิกงานกลับมาแล้ว การใช้ชีวิตของคนไทยลำบากขึ้นแน่ ๆ

แต่รู้หรือไม่ ? นอกจากฝนจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคนไทยแล้ว ฝนยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย

ข้อมูลจาก ‘สำนักงานลดความเสี่ยงภัยพิบัติแห่งสหประชาชาติ’ หรือเรียกสั้น ๆ ว่า UNDRR ระบุความน่ากลัวของฝนว่า จากการค้นพบของนักวิทยาศาสตร์ที่เมืองพอทสดัม (เยรอมัน) พบว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศจะลดลงเมื่อจำนวนวันที่ฝนตกหนักมีเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มประเทศร่ำรวยจะได้รับผลกระทบมากที่สุด

และหากลงลึกไปที่ในภาคธุรกิจ จากรายงานที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Nature วารสารด้านวิทยาศาสตร์ที่ถูกอ้างอิงมากที่สุดฉบับหนึ่งของโลกระบุว่า ‘ภาคการผลิต’ และ ‘ภาคบริการ’ จะได้รับผลกระทบจากฝนมากที่สุด ซึ่งเป็นผลการศึกษาที่ถูกวิเคราะห์จากข้อมูลที่เก็บมาจากทั้ง 1,500 ภูมิภาคทั่วโลก เป็นเวลานานกว่า 40 ปี

‘ลีโอนี่ เวนซ์’ (Leonie Wenz) หัวหน้าโครงการที่ทำการศึกษาเรื่องฝนและผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ยังอธิบายเพิ่มเติมถึงผลกระทบของฝนต่อเศรษฐกิจว่า

“นอกจากฝนจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศร่ำรวย เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น หรือเยอรมนี ฝนยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอีกด้วย เศรษฐกิจทั่วโลกจะชะลอตัวจากวันที่มีฝนตกหนัก เรามักประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ แต่คำถามคือแล้วฝนหละ ฝนกระจายตัวอย่างไรในแต่ละปี”

เรื่องนี้มุมหนึ่งก็สะท้อนว่านักวิทยาศาสตร์ต่างประเทศ ในกลุ่มประเทศที่เจริญแล้วช่างจริงจังและก้าวหน้ากับการศึกษาและวิจัยจริง ๆ ซึ่งหากเรามองนอกกระดาษ มองนอกผลการวิจัยที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบ ผู้เขียนขกยกตัวอย่างประเทศร่ำรวยที่ได้รับผลกระทบจากฝนโดยตรงให้เห็นกันดังนี้

เมื่อปี 2567 ณ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รัฐดูไบ รัฐที่มีสภาพอากาศร้อนและแห้ง แบบทะเลทราย ไม่ค่อยมีฝน จู่ ๆ ก็เผชิญเหตุการณ์ฝนตกหนักผิดแปลกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เหตุการณ์ฝนถล่มครั้งนั้นทำน้ำท่วมถนน บ้านเรือนได้รับความเสียหาย โครงสร้างพื้นฐานเสียหาย เกิดเป็นภาพที่ขัดกับภาพลักษณ์ของดูไบเมืองที่เต็มไปด้วยความหรูหรา

ภาพความน่ากลัวของฝนถล่มดูไบแพร่กระจายไปทั่วโลก

เหตุการณ์ฝนตกหนักครั้งนั้นทำให้เกิดผลกระทบกับภาคการท่องเที่ยวของดูไบตามมา สนามบินเผชิญกับสถานการณ์หยุดชะงัก สายการบินต้องระงับการบิน ภาคธุรกิจและโลจิสติกส์เป็นอัมพาต การประชุมและการเจรจาทั้งหมดในประเทศถูกยกเลิก

จะเห็นว่าฝนตกสามารถสร้างความเสียหายได้มากกว่าที่คิด โดยเฉพาะกับประเทศที่ไม่ค่อยเผชิญกับสภาพภูมิอากาศแปรปรวน แต่ต่อให้เป็นประเทศไทยที่พร้อมรับมือ (เคยชิน) กับฝนก็ยังได้รับผลกระทบเช่นกัน เห็นได้จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารเปิด MDPI

มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร MDPI ในชื่อหัวข้อ “ผลกระทบของฝนต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย” ส่วนหนึ่งของข้อค้นพบคือ ฝนส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญ (significant negative impact) ต่อภาคการเกษตรและภาคบริการของประเทศไทย (นี่เอาแค่เรื่องฝน ไม่รวมเรื่องน้ำท่วมนะ)

หรือหากเรามองผลกระทบของฝนให้ใกล้ตัวที่สุด อยากให้คุณผู้อ่านนึกภาพตามดังนี้

ในวันหยุดที่อากาศดี เราก็มีแนวโน้มที่จะเดินทางไปพักผ่อนในที่ต่าง ๆ การพักผ่อนนำมาซึ่งเงินหมุนเวียน ตั้งแต่โลจิสติก ไปจนถึงธุรกิจต่าง ๆ แต่พอวันที่ฝนตกหนัก พ่อค้าแม่ค้าก็ทำมาค้าขายไม่ได้ ผู้คนก็ต้องเก็บตัวอยู่แต่ห้อง และจากงานวิจัยที่ยกมาข้างต้น ยิ่งมีจำนวนวันที่ฝนตกหนักเพิ่มมากขึ้น ผลกระทบต่อการหมุนเวียนของเงินในระบบก็มีเพิ่มมากขึ้นตาม นำมาซึ่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ

หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ให้เกิดความผิดแปลกของฝน, ความผิดแปลกของฤดูมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) มีรายงานหนึ่งที่ตีพิพม์ในวารสาร Nature ระบุว่าในศตรรษที่ 21 ปริมาณน้ำฝน, จำนวนวันที่ฝนตกหนัก, และปริมาณน้ำท่วม ในทุกภูมิภาคภาคทั่วโลกมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น รุนแรงขึ้น

ผู้เขียนเชื่อว่าหน่วยงานที่มีอำนาจ องค์กรที่เกี่ยวข้องและบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกน่าจะทำงานกันในเบื้องหลังด้าน SDGs เพื่อรับมือและแก้ปัญหา Climate Change กันอยู่อย่างเต็มที่ เราในฐานะคนไทยตัวเล็ก ๆ จากนี้อย่าลืมตรียมพร้อมรับมือกับฤดูฝน ไปทำงานอย่าลืมพกร่ม พกชุดกันฝน พกถุงพลาสติกเล็ก ๆ ติดกระเป๋า และแน่นอนต้องเตรียมใจด้วย เพราะผ้าที่ตากไว้อาจใช้เวลานานกว่าปกติกว่าจะแห้ง

อ้างอิง

UNDRR
mdpi
ScienceDirect
ditp
Nature

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...