โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

Kappa แบรนด์ลูกหนังสุดคัลต์จากโรงงานถุงเท้าในตูริน

THE STANDARD

อัพเดต 21 มิ.ย. 2568 เวลา 13.35 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 05.00 น. • thestandard.co
Kappa แบรนด์ลูกหนังสุดคัลต์จากโรงงานถุงเท้าในตูริน

ท่ามกลางแบรนด์มากมายในวงการฟุตบอล หนึ่งในแบรนด์และโลโก้ที่คนรักลูกหนัง – โดยเฉพาะคนที่เติบโตมากับฟุตบอลยุค 90 – จดจำได้ดีที่สุดคือ “Kappa”

สำหรับคนไทยส่วนหนึ่งที่จำได้แม่นอาจจะมาจากชื่อที่นำมาพ้องคล้องกันสนุกๆ ตามประสาชนชาติอารมณ์ดีว่า “ครับป้า” (ผ่าม!) แต่อีกส่วนหนึ่งคือโลโก้ที่โดดเด่นจดจำได้ง่าย และการออกแบบดีไซน์ที่ต้องบอกว่ามีเสน่ห์ในแบบที่ยากจะอธิบาย

โดยเฉพาะชุดแข่งของทีมยูเวนตุส ในยุค 90 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในยุคทองของทีมเบียงโคเนรี ด้วยสุดยอดนักเตะมากมายไม่ว่าจะเป็น โรแบร์โต บาจโจ, อเลสซานโดร เดล ปิเอโร, ฟาบริซิโอ ราวาเนลลี หรือซีเนอดีน ซีดาน ต่างก็เคยใส่เสื้อใต้การออกแบบของ Kappa มาแล้วทั้งนั้น

ฝีมือในการออกแบบนี้ หลายคนอาจจะพอรู้หรือเคยได้ยินมาบ้างว่าเป็นเพราะ Kappa เดินทางมาจากประเทศอิตาลี ชนชาติผู้มีศิลปะอยู่ในทุกลมหายใจ (เธอคือทุกสิ่ง)

แต่ไม่ได้รู้จักมากไปกว่านั้นหรือลึกไปกว่านี้ ทั้งๆ ที่แบรนด์นี้มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย

เอาแค่เปิดฉากมาด้วยการบอกว่า จริงๆ แล้ว Kappa ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นแบรนด์กีฬาอะไรหรอก เพราะพวกเขาก่อตั้งโรงงานขึ้นเพื่อทำถุงเท้ากับกางเกงในให้ทหารที่ออกไปรบในสมัยมหาสงครามโลกครั้งที่ 1 ต่างหาก!

แล้ว Kappa มาเป็นหนึ่งในแบรนด์สุดคัลต์ของโลกฟุตบอลได้อย่างไรและตอนไหนนะ?

Kappa

เรื่องราวความเป็นมาของแบรนด์ Kappa นั้นเรามี “จุดเซฟ” ให้ได้เลือกกัน 2 จุด

จุดแรกคือการก่อกำเนิดของแบรนด์ Kappa จริงๆ ซึ่งเกิดขึ้นมาในปี 1967 แต่หากจะย้อนกลับไปหาจุดเซฟแรกที่เป็นการเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่างจริงๆ ต้องย้อนกลับไปไกลมากกว่า 100 ปีเลยทีเดียว

ในปี 1916 อบราโม วิตาเล ได้ก่อตั้งโรงงานแบรนด์ คาลซิฟิโอ โตริเนเซ ซึ่งรับมอบหมายในการผลิตสินค้าสำคัญ 2 อย่างคือถุงเท้ากับกางเกงใน โดยไม่ได้ผลิตเพื่อจำหน่ายทั่วไปอย่างเดียว แต่ผลิตเพื่อการใช้ในกองทัพของอิตาลีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1

โรงงานของคาลซิฟิโอ โตริเนเซ ตั้งอยู่ในเมืองตูริน ตั้งแต่ในวันนั้นและยังคงอยู่มาจนถึงวันนี้ไม่เคยย้ายที่หรือเปลี่ยนแปลงไปที่ไหน

แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือธุรกิจของแบรนด์ โดยจุดเปลี่ยนที่สำคัญเกิดขึ้นในปี 1956 เมื่อถุงเท้าของพวกเขาที่ผลิตในเวลานั้นเกิดปัญหาในเรื่องของคุณภาพและการกระจายสินค้า

ถุงเท้าจำนวนมหาศาลถูกตีกลับมาที่โรงงาน ซึ่งทำให้ทางด้านแบรนด์จำเป็นที่จะต้องหาทางกอบกู้ชื่อเสียงกลับมาให้ได้เป็นการด่วน ไม่อย่างนั้นก็เสี่ยงต่อการที่จะเจ๊ง

สิ่งที่พวกเขาทำคือการปรับปรุงคุณภาพของสินค้า มีการออกแบบการผลิตใหม่ และที่สำคัญที่สุดคือบรรจุภัณฑ์ที่มีสัญลักษณ์ตัวอักษร “K” พร้อมกับคำภาษาเยอรมันกำกับว่า “Kontroll” เพื่อเป็นการบ่งบอกว่านี่เป็นถุงเท้าที่ได้รับการผลิตและควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาชาวอิตาลีจะซื้อถุงเท้า (รวมถึงชุดชั้นใน) ที่มีตัวอักษร “K” กำกับเท่านั้น เพราะเชื่อมั่นในคุณภาพ เรียกได้ว่ากลยุทธ์ในการกอบกู้ชื่อเสียงของคาลซิฟิโอ โตริเนเซ ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง จนกลายเป็นผู้นำในตลาด

ก่อนจะมีการเปลี่ยนชื่อของแบรนด์ใหม่ที่จดทะเบียนการค้าว่า “Kappa” ซึ่งตัว “K” นั้นมีที่มาจากภาษาละตินที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง, การไม่ยอมแพ้ และความทนทาน

แต่นี่เป็นเพียงแค่การตั้งท่าก่อนสตาร์ทสำหรับแบรนด์จากตูรินเท่านั้น

ความบังเอิญบางครั้งก็นำพาสิ่งดีๆ มาอย่างไม่ตั้งใจ

Kappa

ในปี 1969 ในการถ่ายแบบแคตตาล็อกของชุดว่ายน้ำแบรนด์ Beartrix โดยฝีมือการถ่ายของช่างภาพ เซอร์จิโอ ดรูเอ็ตโต ซึ่งมีการถ่ายภาพเป็นจำนวนมาก ได้มีหนึ่งในภาพที่กลายเป็นภาพระดับ “ไอคอนิก” ในประวัติศาสตร์ของโลกกีฬา

ภาพดังกล่าวเป็นภาพเปลือยของนายแบบและนางแบบสาวที่นั่งชันเข่าหันหลังให้แก่กันในอิริยาบถที่เหมือนครุ่นคิดอะไรอยู่ ภาพนี้ได้ถูกนำมาปรับให้กลายเป็นโลโก้ของ Kappa

เราเรียกโลโก้นี้ว่า “Omini” ที่กลายเป็นตัวแทนของแบรนด์ที่บอกว่านอกจากจะสนับสนุนความเท่าเทียมและความร่วมมือกันระหว่างหญิงและชายแล้ว นับจากนี้ Kappa จะไม่ผลิตเพียงแค่ถุงเท้ากับชุดชั้นในอีกต่อไป

พวกเขาคือ “ความอิสระ” ที่จะผลิตเสื้อผ้าอะไรก็ได้ออกมา และแน่นอนว่าสิ่งที่ออกจากโรงงานแห่งนี้คือของดีมีคุณภาพตำรับตูรินอย่างแน่นอน

โดยคนที่อยู่เบื้องหลังคือ เมาริซิโอ วิตาเล ทายาทของครอบครัวที่ขึ้นมาเป็นซีอีโอของบริษัทในวัยเพียง 23 ปี สัมผัสได้ถึงกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ที่กรอบต่างๆ ที่กำหนดมาตั้งแต่รุ่นพ่อและแม่ได้เริ่มถูกทลายลง รวมถึงการแต่งกายด้วย

วิตาเล ได้แรงบันดาลใจจากจอห์น เลนนอน ศิลปินก้องโลกจากวง The Beatles ที่ออกรายการโทรทัศน์โดยใส่เสื้อของทหารที่เสียชีวิตจากสงครามเวียดนาม ซึ่งทำให้เขาไขรหัสได้ว่าโลกยุคใหม่เสื้อผ้าจะต้องประกอบไปด้วยสิ่งสำคัญ 2 อย่าง

อย่างแรกคือความสบายในการสวมใส่

และอย่างต่อมาคือ Unisex เป็นเสื้อผ้าที่ผู้หญิงใส่ก็ได้ ผู้ชายใส่ก็ดี

แต่แค่เสื้อผ้าธรรมดายังไม่พอ เพราะ Kappa ไปได้ไกลกว่านั้น

จุดเปลี่ยนสำคัญครั้งที่ 2 ของแบรนด์เกิดขึ้นในปี 1978 เมื่อ มาร์โก บอกลิโอเน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดจับกระแสความต้องการชุดแข่งกีฬาได้ และได้พยายามนำเสนอไอเดียให้แก่ วิตาเล ให้ตั้งแผนกกีฬาขึ้นมาในโรงงานเป็นการเฉพาะ

ไอเดียของบอกลิโอเน ได้รับการตอบรับจากวิตาเล ที่มองเห็นภาพในแบบเดียวกัน (Vision ของผู้นำถึงสำคัญ) โดยไม่เพียงแค่ก่อตั้งแผนกชุดกีฬาเท่านั้น Kappa – ซึ่งรีแบรนด์จากชื่อเต็ม Robe di Kappa มาอีกที – ได้ใช้กลยุทธ์ Sport marketing แบบเต็มตัว

ก้าวแรกของพวกเขาและเป็นก้าวที่ใกล้แต่สำคัญที่สุดคือการเป็นสปอนเซอร์ให้แก่สโมสรฟุตบอลยูเวนตุส หนึ่งในสโมสรดังของเมืองตูริน

แต่ Kappa ไม่ได้คิดแค่จะ “หาแสง” จากเรื่องนี้ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เป็นหัวใจของแบรนด์มาโดยตลอดคือเรื่องของ “คุณภาพ” โดยได้มีการพัฒนาเสื้อแข่งให้เหมาะสมกับการเล่นกีฬามากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเนื้อผ้าที่เบาและระบายอากาศได้ดี ไปจนถึงการตัดเย็บที่ต้องรักษาคุณภาพสูงสุดเอาไว้ให้ได้

ความไม่เคยเอาหัวใจออกจากผลิตภัณฑ์ทำให้ Kappa ไม่ใช่แค่ได้รับการยอมรับ แต่ได้รับความชื่นชมเป็นที่ชื่นชอบของชาวอิตาลี ก่อนที่จะเริ่มแตกไลน์ไม่ได้โฟกัสแค่เพียงชุดฟุตบอล แต่ไปถึงชุดกอล์ฟ, ชุดกรีฑา และกีฬาบนภูเขา

ในปี 1984 และ 1988 Kappa แบรนด์จากอิตาลี ได้เป็นแบรนด์ชุดกรีฑาทีมชาติสหรัฐอเมริกาในการแข่งขันโอลิมปิกที่เมืองลอสแอนเจลิสและโซล

เพียงแต่ “ภาพจำ” ของคนจำนวนมากแล้วย่อมหนีไม่พ้น Kappa ในสนามฟุตบอล ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่ยูเวนตุสทีมเดียวเท่านั้น

Kappa

เอซี มิลาน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งสุดยอดทีมของยุค 80 ต่อ 90 ไปจนถึง บาร์เซโลนา, โมนาโก หรือแม้แต่ทีมชาติอิตาลี ก็เคยเป็นผลงานการออกแบบของ Kappa ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเสื้อที่ “สวยงามเหนือกาลเวลา” ที่ในปัจจุบันยังเป็นที่ต้องการของแฟนฟุตบอลทั่วโลกอยู่เลย

ไม่เพียงเท่านั้น Kappa ยังเป็นไม่กี่แบรนด์ในโลกที่ “ครอส” ข้ามฝั่งจากกีฬาไปหาแฟชั่นได้อย่างแยบยลจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน

ไม่ได้เป็นเพียงแค่เสื้อฟุตบอล แต่เป็นส่วนหนึ่งของ Football Culture วัฒนธรรมลูกหนังที่เกิดขึ้น เติบโต และคงอยู่ตลอดมา

สมราคา “งานอิตาลี”

ถึงแม้ว่าปัจจุบัน Kappa จะไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนในอดีตแล้ว แต่ในวงการพวกเขายังถือเป็นหนึ่งในแบรนด์รุ่นครูที่ได้รับการยกย่องเสมอ และมักจะมีผลงานการออกแบบดีๆ ออกมาให้ฮือฮาอยู่เรื่อยๆ เรียกว่ายังคงรักษา “จิตวิญญาณ” ของแบรนด์เอาไว้ได้

เป็นหนึ่งในความทรงจำที่สวยงามที่ถูกเก็บไว้ในลิ้นชักของความรักและความคิดถึง

“ป้าครับ…ซื้อ Kappa ให้หนูหน่อย”

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...