โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เปิดไทม์ไลน์ ‘ทีมไทยแลนด์’ เจรจาภาษีทรัมป์ 7 เดือนเต็ม ก่อนปิดดีล 19%

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 02 ส.ค. 2568 เวลา 00.32 น. • เผยแพร่ 01 ส.ค. 2568 เวลา 23.32 น.

ถือเป็นข่าวดีของประเทศไทยซึ่งในที่สุดได้บรรลุข้อตกลงภาษี Reciprocal Tariffs กับสหรัฐ หลังจากการที่ประกาศอัตราภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดิสหรัฐ สร้างความปั่นป่วนครั้งใหม่แก่กติกาการค้าโลก ส่งผลให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้ส่งออกและนักลงทุน ต่างหวั่นวิตกและจับตาผลการเจรจาการค้าของทีมเจรจาไทยกันอย่างใกล้ชิด

“กรุงเทพธุรกิจ” พาย้อนไทม์ไลน์การทำงานของรัฐบาลและ “ทีมไทยแลนด์” นำโดยนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการต่างประเทศ ที่ร่วมกันทำงานอย่างหนักจัดทำข้อเสนอของไทยซึ่งนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงภาษีสหรัฐ ในอัตราที่ไทยยังสามารถแข่งขันได้ในภูมิภาค

เปิดไทม์ไลน์เจรจาภาษีทรัมป์

2 เม.ย.68ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) 185 ประเทศ ไทยโดนเก็บที่อัตรา 36% มีผลวันที่ 9 เม.ย.668

3 เม.ย.68นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์ด่วน กำหนดแนวทาทางรับมือผลกระทบภาษีทรัมป์ จัดเตรียมข้อเสนอปรับสมดุลการค้ากับสหรัฐ

5 เม.ย.68 เปิดทีมคณะทำงานนโยบายการค้า มีกุนซือบ้านพิษณุโลก ร่วมคณะ (นายกฯ ลงนามแต่งตั้ง 6 ม.ค.68 ก่อนทรัมป์รับตำแหน่ง)

8 เม.ย.68นายกฯ ถกทีมไทยแลนด์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกมาตรการรับมือเน้นประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน หลักการวิน-วิน ทั้งสองฝ่าย

9 เม.ย.68โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศเลื่อนจัดเก็บภาษี Reciprocal Tariffs ชั่วคราวออกไป 90 วัน กำหนดเส้นตายใหม่วันที่ 9 ก.ค.68

17-23 เม.ย.68ทีมไทยแลนด์ นำโดย 2 “พิชัย” ได้แก่ พิชัย ชุณหวชิร และพิชัย นริพทะพันธุ์ บินตรงสหรัฐ หารือภาษีร่วมกับผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR)

นำเสนอ 5 มาตรการในการเจรจา

1.การสร้างความเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจ

2.การเปิดตลาดและลดภาษี

3.การเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ

4.การตรวจสอบมาาตรการป้องกันการสวมสิทธิ์จากประเทศที่ 3

5.การส่งเสริมการลงทุนไทยในสหรัฐ

29 เม.ย.68นายกฯ สั่งการทุกหน่วยงานเตรียมข้อมูลหลังอาเซียนเห็นพ้องผนึกกำลังร่วมหาจุดเด่นต่อรองทรัมป์

3 ก.ค.68 พิชัย ชุณหวชิร หัวหน้าทีมไทยแลนด์บินด่วนหารือ USTR เป็นทางการครั้งแรก ถกภาษีทรัมป์ ชูแนวทางวิน-วิน ได้ประโยชน์ทั้งไทย-สหรัฐ

8 ก.ค.68"โดนัลด์ ทรัมป์" ส่งจดหมายถึงไทย เรียกเก็บภาษีอัตรา 36% โดยยืดเวลามีผลบังคับใช้วันที่ 1 ส.ค. 68 จากเดิม 9 ก.ค.68

11 ก.ค.68 ประชุมทีมไทยแลนด์ ร่วมกับ กุนซือบ้านพิษณุโลก ”พิชัย“ เชิญ ”ดร.ทักษิณ” ให้คำแนะนำแผนรับมือภาษีทรัมป์ มั่นใจปิดดีลทันเส้นตาย 1 ส.ค. และอัตราภาษีไม่เกิน 20%

26 ก.ค.68”ทรัมป์” โทรสายตรงถึง “ภูมิธรรม” รักษาราชการแทนนายกฯ กดดันผู้นำไทย-กัมพูชา ยุติการสู้รบ หากไม่หยุดยิงจะไม่ทำข้อตกลงการค้าใดๆ กับทั้ง 2 ประเทศ

28 ก.ค.68“ภูมิธรรม”-“ฮุน มาเนต” เผชิญหน้าบนโต๊ะเจรจาที่มาเลเซีย โดยมีนายกฯ มาเลเซีย ประธานอาเซียน เป็นผู้ประสานงาน พร้อมด้วยตัวแทนสหรัฐและจีนร่วมไกล่เกลี่ย โดย 2 ประเทศบรรลุข้อตกลงหยุดยิงทันที “ทรัมป์”ยินดีกลับสู่โต๊ะเจรจาภาษี

29 ก.ค.68“พิชัย” หัวหน้าทีมไทยแลนด์ ยืนยันเจรจาภาษีทรัมป์ต่อเนื่องหลังบรรลุข้อตกลงหยุดยิงตามข้อเสนอของทรัมป์

30 ก.ค.68ทีมไทยแลนด์ปรับแก้และยื่นข้อเสนอรอบสุดท้าย ก่อนถึงเส้นตายวันที่ 1 ส.ค.

1 ส.ค.68ทำเนียบขาวประกาศเก็บภาษี Reciprocal Tariff ไทย ที่อัตรา 19% เทียบเคียงประเทศอื่นในภูมิภาคอาเซียน ลดความร้อนแรงการแข่งขันด้านภาษี

นายพิชัย เปิดเผยเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 1 ส.ค. ระบุว่า การประกาศ Tariff rate ที่ 19% สะท้อนถึงมิตรภาพ และความเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นระหว่างไทย-สหรัฐ

ช่วยให้ไทยยังคงแข่งขันได้ในเวทีโลก สร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน และเปิดประตูสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจ รายได้ และโอกาสใหม่ๆ ให้กับประเทศไทย

การทำงานยังไม่สิ้นสุด รัฐบาลตระหนักถึงผลกระทบต่อผู้ประกอบการ และพี่น้องเกษตรกร จึงได้จัดเตรียมมาตรการรองรับอย่างรอบด้าน ทั้งงบประมาณ Soft Loan เงินอุดหนุน มาตรการภาษี และการปฏิรูปกฎระเบียบที่จำเป็น เพื่อยกระดับให้ไทยสามารถปรับตัว และก้าวสู่โลกเศรษฐกิจในอนาคตได้อย่างมั่นใจ

ผลการเจรจาครั้งนี้เป็นสัญญาณให้ประเทศไทยต้องเร่งปรับตัว เดินหน้าสร้างเศรษฐกิจที่มั่นคง แข็งแกร่ง และพร้อมรับมือกับความท้าทายของโลกในอนาคต

"ขอบคุณทีมไทยแลนด์สำหรับความทุ่มเท และความพยายามอย่างเต็มที่ในสถานการณ์ที่ยากจะควบคุม แต่เรายังมีภารกิจอีกมากที่ต้องสู้ต่อไป เพื่อประเทศไทยของพวกเราทุกคน"นายพิชัย กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...