โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สมเด็จฮุน เซน เรียกร้องแรงงานกัมพูชากลับประเทศ ก่อนถูกไทยขับไล่

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 05.55 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2568 เวลา 12.43 น.

วันที่ 14 มิถุนายน 2568 สมเด็จฮุน เซน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เรียกร้องให้แรงงานชาวกัมพูชาที่พำนักและทำงานอยู่ในประเทศไทยเดินทางกลับประเทศโดยสมัครใจ ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ทางการไทยจับกุมหรือผลักดันออกนอกประเทศ ระบุว่าใครก็ตามที่เป็นชาวกัมพูชา ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีเอกสาร รัฐบาลจะยอมรับให้เดินทางกลับได้

สมเด็จฮุน เซน เรียกร้องแรงงานกัมพูชากลับประเทศ ก่อนถูกไทยขับไล่

ฮุน เซน โพสตในเฟซบุ๊กว่า “ก่อนหน้านี้ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความถึงแรงงานกัมพูชาในประเทศไทย ซึ่งเป็นมาตรการที่ครอบคลุมที่จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่เดินทางกลับประเทศเพื่อหางานทำหรือสร้างอาชีพใหม่

บางคนตั้งคำถามว่ามีคนกัมพูชาอยู่เมืองไทยมา 30 ปีแล้ว และต้องการมาอยู่กับแม่วัย 80 ปี แต่ไม่มีเอกสาร

ผมตอบได้ว่าใครก็ตามที่เป็นชาวเขมร ไม่ว่าจะมีเอกสารหรือไม่ก็ตาม รัฐบาลจะยอมรับโดยไม่เลือกปฏิบัติ”

สมเด็จฮุนเซนยังได้เรียกร้องให้แรงงานเหล่านี้กลับบ้านเกิดก่อนที่ทางการไทยจะขับไล่พวกเขาออกไป

โดยระบุว่า “ผมพูดแบบนี้เพราะผมเข้าใจดีว่าข้อพิพาทชายแดนกัมพูชา-ไทยจะยืดเยื้อไปอีกนาน โดยเฉพาะเมื่อกัมพูชายื่นฟ้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เมื่อถึงเวลานั้น กลุ่มหัวรุนแรงไทยและกองทัพไทยจะพยายามทำร้ายพวกคุณ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงและจะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

สุดท้ายฮุน เซน ได้อ้างอิงถึงคำสั่งของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ที่ระบุว่า “ในกรณีที่แรงงานกัมพูชาของเราเดินทางกลับจากประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม รัฐบาลได้เตรียมมาตรการที่จำเป็นทั้งหมดไว้แล้วเพื่อแก้ไขและจัดการสถานการณ์”

จังหวัดชายแดนไทยทั้ง 7 แห่งได้รับคำสั่งให้ทำงานร่วมกับกองกำลังชายแดนอย่างใกล้ชิดเพื่ออำนวยความสะดวกให้แรงงานเดินทางผ่านแดนได้อย่างราบรื่น และเพื่อให้แน่ใจว่าจะมีที่พัก อาหาร และสิ่งจำเป็นพื้นฐานชั่วคราวจัดเตรียมไว้ใกล้ชายแดน กระทรวงกลาโหมและกองทัพกัมพูชาได้ร่วมมือกับเทศบาลนครพนมเปญในการเตรียมส่งแรงงานที่เดินทางกลับประเทศกลับบ้านเกิดของพวกเขา

ฮุน มาเนต ระบุเพิ่มเติมว่า กระทรวงแรงงานและการฝึกอบรมอาชีวศึกษา พร้อมให้ความช่วยเหลือแรงงานที่กลับประเทศในการหางานทำภายในประเทศ โดยเขากล่าวว่าขณะนี้กัมพูชากำลังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนแรงงานกว่า 70,000 คน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมบางประเภท ซึ่งเปิดโอกาสให้แรงงานกลับเข้าเป็นกำลังแรงงานในประเทศ

และเพื่อบรรเทาภาระของแรงงานที่กลับประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจและการคลังได้ประสานงานกับสถาบันอื่นๆ เพื่อให้แพ็คเกจช่วยเหลือทางสังคมและเศรษฐกิจที่มุ่งช่วยเหลือด้านการดำรงชีวิตประจำวันของผู้ได้รับผลกระทบ

นายกรัฐมนตรีกัมพูชายังได้เรียกร้องให้สมาคมธนาคารกัมพูชาและสมาคมไมโครไฟแนนซ์กัมพูชาพิจารณาวิธีต่างๆ เพื่อหาทางบรรเทาภาระทางการเงินของแรงงานข้ามชาติที่อาจมีหนี้กับธนาคารหรือสถาบันการเงินไมโครไฟแนนซ์

“ผมขอเรียกร้องให้สมาคมธนาคารและไมโครไฟแนนซ์พิจารณาทางเลือกในการบรรเทาภาระทางการเงินสำหรับพี่น้องของเราที่กลับมาจากประเทศไทย โดยเฉพาะผู้ที่มีหนี้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะชำระหนี้ล่าช้าหรือการปรับโครงสร้างชั่วคราว ขอแค่ดูว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง”

ฮุน มาเนต ได้สรุปคำแถลงของเขาด้วยการเน้นย้ำถึงค่านิยมดั้งเดิมของกัมพูชาในเรื่องของความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก

“เมื่อประเทศชาติและประชาชนของเราเผชิญกับความยากลำบาก จิตวิญญาณแห่งความสามัคคีและการสนับสนุนซึ่งกันและกันของชาติเป็นจุดแข็งของชาวกัมพูชาเสมอมา” ฮุน มาเนต ระบุ

ข้อความดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นในโซเชียลมีเดียและการพูดคุยของสาธารณชนเกี่ยวกับความปลอดภัยและสถานะทางกฎหมายของคนงานชาวกัมพูชาในประเทศไทย หลังจากมีรายงานเกี่ยวกับความตึงเครียดทางการเมืองและภัยคุกคามจากการเนรเทศคนจำนวนมาก

แม้ว่าทางการไทยจะยังไม่ได้ออกคำสั่งเกี่ยวกับการส่งกลับประเทศอย่างเป็นทางการ แต่คำแถลงของฮุน มาเนตก็เน้นย้ำให้เห็นถึงจุดยืนเชิงรุกและการเตรียมพร้อมของรัฐบาลกัมพูชา

ตามการประมาณการของกระทรวงแรงงาน พบว่าชาวกัมพูชาทำงานในประเทศไทยมากกว่าหนึ่งล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตรกรรม ก่อสร้าง และบริการ

สมเด็จฮุน เซน เรียกร้องแรงงานกัมพูชากลับประเทศ ก่อนถูกไทยขับไล่

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ กับ Khmer Times

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...