โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

บอย ปกรณ์ เปิดใจหลังคุณแม่จากไป เผยช่วงเวลาค่อย ๆ บอก น้องวันใหม่

The Bangkok Insight

อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 03.14 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2568 เวลา 03.14 น. • The Bangkok Insight

บอย ปกรณ์ เปิดใจหลังคุณแม่จากไป ป่วยมะเร็งที่ไต 6 ปีแล้ว เผยช่วงเวลาค่อย ๆ บอก น้องวันใหม่

กำลังใจมากมายถูกส่งไปหายังครอบครัว ฉัตรบริรักษ์ หลังจากที่มีความสูญเสียครั้งใหญ่ คุณแม่งามทิพย์ ฉัตรบริรักษ์ คุณแม่ของพระเอกหนุ่มบอย ปกรณ์ และ ที่จากไปด้วยโรคมะเร็งในวัย 68 ปี

บอย ปกรณ์ เปิดใจหลังคุณแม่จากไป เผยช่วงเวลาค่อย ๆ บอก น้องวันใหม่

ล่าสุด (13 มิ.ย.) บอย ปกรณ์ พี่คนโตของบ้าน และ ภัทร์ ได้เปิดใจทั้งน้ำตาถึงการจากไปของ คุณแม่งามทิพย์ จากไปด้วยโรคมะเร็งที่ไต รักษามานานกว่า 6 ปี

บอย : ขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่มาร่วมส่งคุณแม่ ผมเดินไปบอกกับแม่ทุกวันว่าแม่มีคนมางานแม่เยอะมากเลยนะ ดีใจแทนแม่มากๆ ขอบคุณมากจริง ๆ ไม่คิดว่าจะมาส่งคุณแม่กันเยอะขนาดนี้

ภัทร์ : ขอบคุณไปถึงหลาย ๆ คนที่ไม่ได้มาร่วมงานอย่างชาวโซเชียลทุกคนที่เขาไม่ได้มา แต่เขาอ่านข่าว เราได้เห็นหลายๆ คนเป็นกำลังใจให้ครอบครัวเรา ก็ดีใจ และขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้กับครอบครัวเรา

บอย : เราพอจะได้อ่านคอมเมนต์บ้างแต่ไม่ทั้งหมด แต่ก็เยอะมากๆ เราได้เห็นถึงความรักที่ทุกคนมีให้กับแม่แล้วก็วันใหม่ เป็นห่วงวันใหม่กันค่อนข้างเยอะ เรารู้สึกขอบคุณจากใจจริง

บอย : แม่ไม่สบายมา 6 ปีแล้ว ด้วยโรคมะเร็งที่ไต ช่วงวาระสุดท้ายของแม่ท่านก็มีบุญ คุณแม่จากไปอย่างสงบ ไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่ทรมาน ลอยอังคารเราจะพาคุณแม่ไปลอยกันในวันอาทิตย์ ที่พัทยา ที่เดียวกับพ่อ ให้ท่านได้อยู่ด้วยกัน

ได้คุยอะไรไหม

ภัทร์ : มันก็แอบปุบปับเหมือนกัน ไม่ได้มีการคุยกันเป็นกิจจะเท่าไหร่ช่วงท้ายก็ได้มีการคุยกันเยอะหน่อยว่าเขาอยากจะฝากอะไร แต่เป็นการคุยกันผ่าน ๆ ไม่ได้เรียกกันมานั่งคุยจริงจัง จะได้คุยกันคนละที ไม่มีการมานั่งคุยกันพร้อมหน้า

บอย : ช่วงท้ายของคุณแม่แกอยู่โรงพยาบาล 3 เดือน ก่อนหน้านั้นมันก็มีสัญญาณทั้งจากคุณหมอ หรือตัวอาการของแม่ที่มันค่อนข้างจะบ่งชี้ว่าคุณแม่จะมีเวลาเหลือเท่าไหร่ ด้วยความที่เราก็ไม่อยากจะมานั่งคุยมาสั่งลากัน มันเหมือนใจนึงเราก็รู้ แต่อีกใจนึงเราก็อยากจะให้เขาอยู่ไปนานที่สุด ส่วนตัวผมเองได้มีโอกาสนั่งคุยกับแม่ แต่ก็ไม่ได้เป็นกิจจะลักษณะ ก่อนที่แม่จะเข้าโรงพยาบาลช่วง 3 เดือนสุดท้ายก็มีนั่งคุยกับแม่ ผมนั่งคุยกับแม่ที่โต๊ะกินข้าว ตัวแม่แกสู้นะ แต่แกก็ทำใจและปล่อยวางได้แล้ว ณ เวลานั้น

แกพูดว่าถ้าเป็นเมื่อก่อนแม่คงมีห่วงมากกว่านี้ แต่ตอนนี้เขาเห็นแล้วว่าเรา 3 คนดูแลตัวเองได้ ดูแลวันใหม่ได้ เขาก็หมดห่วง แต่เขายังรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับพวกเราให้ได้มากกว่านี้ เราไม่อยากให้มันเป็นความรู้สึกของการบอกลา ไม่อยากให้เขาเสียกำลังใจด้วย เพราะเราเองก็ให้กำลังใจเขาตลอด แม่สู้นะ ถ้าแม่สู้พวกบอยก็สู้ ไม่ว่าจะค่ารักษา ค่าอะไรยังไง ถ้าแม่สู้พวกบอยสู้

ภัทร์ : วันใหม่พอจะรับรู้ถึงสถานการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้น เราไม่อยากให้น้องตกใจหากมีอะไรปุบปับ เราพยายามบอกให้น้องเพื่อไม่ให้เขาตกใจ หากวันนั้นมาถึง

บอย : แต่เราไม่ได้บอกเขาตรง ๆ พยายามบอกอ้อม ๆ ในแบบให้เขาเข้าใจได้มากที่สุด

ภัทร์ : ด้วยความที่เขาเป็นเด็ก เขาฟังเขาก็เข้าใจ แต่สำหรับเด็ก ภาพเรากับภาพเขามันไม่เหมือนกัน น้อยเราน้อยเขาไม่เหมือนกัน

บอย : วันใหม่เขาโตไว แต่จริงๆ แล้วเขายังเป็นเด็กอยู่เลย ข้างในเขายังเป็นเด็ก วันใหม่เขาเห็นอยู่แล้วว่าแม่ไม่สบาย ไปกลับโรงพยาบาลอยู่เรื่อยๆ เขานอนกับแม่ทุกวัน แต่เขาจะรู้แค่ว่าแม่ไม่สบาย แต่มากน้อยแค่ไหนเขาไม่ทราบเพราะเราไม่เคยบอกเขา แต่เราก็กลัวถ้ามันถึงเวลาแล้วเขาจะรับไม่ไหว เราเลยทำการค่อยๆ บอก ตอนช่วง 3 เดือนที่แม่อยู่โรงพยาบาล เราก็บอกเขาว่าวันใหม่ตอนนี้คุณแม่ไม่ค่อยสบายเยอะนะ ตอนนี้วันใหม่อย่าดื้อคุณแม่นะ พวกเฮียไม่อยากมาบอกแบบนี้หรอก แต่ถ้าวันใหม่มีอะไรอยากบอกกับแม่ก็บอกเลย เหมือนเวลาคุณแม่ไม่ได้เหลือเยอะแล้ว

ช่วงที่ผ่านมามันก็มีช่วงที่เรา 3 คน บอย หน่อง ภัทร์ เรียกว่าเป็นช่วงวิกฤต หลายๆ ครั้งที่เราต้องมานั่งตัดสินใจกันว่าเราจะช่วยแม่ไปทางไหนกันต่อ เราก็หาทางที่ดีที่สุดให้กับแม่ ช่วงท้ายจะมีสัญญาณมากๆ แล้วว่าแม่จะมีเวลาอีกไม่นาน เราก็ไปคุยกับวันใหม่อีกครั้งว่าที่พวกเฮียบอกกับวันใหม่มันเหลือน้อยจริงๆ แล้วนะ เขาเสียใจ เขาร้องไห้ แต่พอวันนั้นเกิดขึ้นจริง ๆ เขาก็รับไม่ได้อยู่ดี คำว่าอีกไม่นานที่เราบอกเขา เขาคิดว่ามันยังอีกหลายเดือน วันแรกเลยเห็นวันใหม่ร้องไห้เยอะ

ภัทร์ : เขาตกใจ มันเป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยเจอ แม้ว่าเขาอาจจะพอรู้อยู่แล้ว แต่พอมาอยู่ในสถานการณ์จริง ความรู้สึกมันมากกว่านั้น เขาเลยควบคุมมันไม่ได้ ยิ่งมีคนมาโอ๋ด้วยความเป็นห่วง มันเลยเหมือนไปเรียกความรู้สึกเดิมกลับมา

บอย : หลังจากผ่านไปหลายวัน ผมถามเขาทำไมร้องไห้เยอะขนาดนั้น เขาบอกไม่เคยเจอความเสียใจแบบนี้ ซึ่งมันก็อิมแพ็กกับตัวผมเหมือนกัน เออ… ทำไมมันถึงเสียใจได้ขนาดนี้ แต่ตอนนี้เขาเข้มแข็งขึ้นแล้ว

ภัทร์ : เมื่อเช้าวันใหม่ยังพูดเล่นกันอยู่เลยว่าวันแรกตั้งตัวไม่ทัน กลายเป็นร้องไห้โฮ

บอย : เขามาบอกพลาดแล้ว พลาดแล้ว พลาดที่มีภาพออกมา

ภัทร์ : เป็นเรื่องที่เราไม่ได้คิดว่าจะเป็นแบบนี้ เราเห็นหลายๆ คนหรือในคอมเมนต์ก็ตามว่าใจหาย ทุกวันนี้เดินไปข้างนอกเจอใคร หลายคนเดินเข้ามาแสดงความเสียใจกับเรา เขาบอกเราว่าเขาตกใจมาก เขาร้องไห้เลย เราก็เลยได้รู้ว่าแม่เรามีผลต่อคนจำนวนมาก เราก็ดีใจและภูมิใจที่แม่มีความรักเยอะ

บอย : แม่มีคนรักเยอะมากจริง ๆ อาจจะเป็นเพราะแม่เลี้ยงวันใหม่ผ่านออนไลน์ด้วยมาตั้งแต่เด็กๆ ทุกคนเลยมีความรู้สึกผูกพันเหมือนแม่ของตัวเอง เราก็พูดกันเองว่าดีใจมาก ๆ ที่เห็นคนรักแม่เยอะ ผมขอใช้คำว่าแทบทุกคนที่ผมรู้จัก พอรู้ข่าว โทร.มาร้องไห้มากๆ เลย จนเรารู้สึกได้ว่าเขาเสียใจกับการจากไปของแม่มาก ๆ ทุกคนรักแม่มาก ๆ ไม่ใช่แค่คนที่มางานแต่รวมไปถึงในโลกโซเชียลด้วย พวกผมขอบคุณแม่ ผมเชื่อว่าแม่จะต้องดีใจมากๆ ผมพูดกับแม่ทุกวัน ผมดีใจแทนแม่มาก ๆ คนมางานแม่เยอะมาก ๆ เลย

ภัทร์ : ก็อยากจะบอกแม่ว่าไม่ต้องห่วง ทุก ๆ อย่างแม่ได้ทำไว้ให้พวกผม เพราะเขากลัวว่าถ้าพรุ่งนี้เขาไม่อยู่ พวกผมจะลำบาก เขาเลยพยายามทำทุกอย่าง ทำสตูดิโอเพื่อทิ้งไว้ให้พวกเรา พวกผมขอบคุณในสิ่งที่แม่ทำให้มากๆ ช่วงหลังๆ ที่แม่ป่วย ผมว่าสิ่งที่แม่สร้างไว้ให้พวกผมจริงๆ คือพี่น้อง ก็คือพวกเรา ด้วยความเป็นผู้ชาย เราจะไม่ได้คุยกันเยอะในเรื่องส่วนตัว พอเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่พวกเราต้องมารวมตัวกันเพื่อตัดสินใจ เราก็เลยได้คุยกันเยอะขึ้น บางอย่างก่อนหน้านี้เราไม่กล้าพูด เราก็กล้าพูดมากขึ้น มันก็เป็นสิ่งที่ดีที่ทำให้เราได้รู้ว่าในวันที่แม่ไม่อยู่ เรายังมีพี่น้องที่ยังจะอยู่กับเรา อันนี้คือสิ่งที่ผมรู้สึกว่าดีที่สุดเลยที่แม่ทิ้งไว้ให้

บอย : ด้วยความเป็นพี่น้องผู้ชาย เราสนิทกันแต่เราจะไม่ได้เล่าเรื่องส่วนตัวกัน บางอย่างของผมคนที่บ้านก็รู้จากข่าว แม้เราจะอยู่บ้านกินข้าวโต๊ะเดียวกัน คุยเล่นกันทุกวันเรื่องบ้าๆ บอๆ ความรักในครอบครัวผมมั่นใจว่าบ้านเราก็ไม่แพ้บ้านใคร ซึ่งผมกล้าพูดเลยว่าเป็นความภูมิใจของแม่ แม่ไม่เคยพูดกับพวกผมหรอก แต่แม่จะพูดกับญาติๆ เพื่อนๆ ว่าภูมิใจมาก ที่ลูกๆ สามัคคีและรักกัน แม่เขารู้ว่าผมรู้สึกยังไงกับเขา แม่คือทุกอย่างของผม ถึงเขาจะบอกว่าเขาไม่ห่วงแล้ว สุดท้ายด้วยความเป็นเขา เขาก็ยังห่วง ผมดีใจที่ผมได้เคยบอกเขาไปแล้วว่าไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว ผมจะดูแลน้องๆ เอง ไม่ว่าวันนึงต่างคนจะต่างไปมีครอบครัว ผมก็จะดูแล ไม่ทิ้งกันแน่นอน ทั้ง หน่อง ภัทร์ วันใหม่ แม่สบายใจเรื่องนี้ได้

บอย : อีกเรื่องที่แม่จะเป็นห่วงคือผมยังไม่สร้างบ้านเสียที ด้วยความที่แม่จัดการทุกอย่างไว้หมดแล้ว ที่เขาเร่งสร้างสตูดิโอ ผมอยากจะอวดนะว่าที่เห็นสตูดิโอคุณแม่ขึ้นมา 3 หลัง แม่สร้างตอนที่แม่ไม่สบายทั้งหมด คือต่อให้เขาไม่สบาย เขาก็ปีนเก้าอี้ไปยืนฉาบปูน จนเราต้องไปบอกแม่ลงมา ไม่สบายอยู่ เขาก็จะหงุดหงิดใส่แล้วบอกว่าไหวโว้ย

ภัทร์ : จริง ๆ แม่ยังมีอีกโปรเจกต์ค้างอยู่ เขายังบอกกับผมอยู่เลยว่า เสียดาย ทำไม่เสร็จ

บอย: เดี๋ยวผมก็จะมาสานต่อ ผม หน่อง ภัทร์ วันใหม่ ภูมิใจในตัวแม่มาก ๆ พวกเราภูมิใจที่ได้เกิดเป็นลูกแม่มาก ๆ

ขอบคุณ : วันบันเทิง oneบันเทิง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...