“ทองคำ” พุ่งแตะ 3,375 ดอลลาร์ จากดอลลาร์อ่อนค่า-ตึงเครียดตะวันออกกลาง
"ทองคำ" พุ่งแตะ 3,375 ดอลลาร์ จากดอลลาร์อ่อนค่า-ตึงเครียดตะวันออกกลาง ขณะที่ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐต่ำคาด หนุนความหวังว่าเฟดอาจหันมาลดดอกเบี้ยเร็วกว่าที่เคยประเมินไว้
วันที่ 12 มิถุนายน 2568 เวลา 10.58 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาทองคำ ปรับตัวสูงขึ้นในวันพฤหัสบดี (13 มิ.ย.) โดยได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่า ขณะเดียวกันตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐที่ออกมาต่ำกว่าคาด ยังช่วยหนุนความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจลดดอกเบี้ยในอนาคตอันใกล้
ราคาทองคำสปอต (Gold Spot) ปรับขึ้น 0.7% แตะระดับ 3,375.06 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 03.43 น. ตามเวลามาตรฐาน GMT ราคาทองคำล่วงหน้าสหรัฐ (Gold Futures) พุ่งขึ้น 1.5% แตะ 3,395 ดอลลาร์ ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ (U.S. dollar index - DXY) ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 เดือน ทำให้ทองคำซึ่งซื้อขายในรูปของดอลลาร์ มีราคาถูกลงสำหรับผู้ซื้อในต่างประเทศ
Kelvin Wong นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสประจำเอเชียแปซิฟิกของ OANDA กล่าวว่า “ความอ่อนแอของดัชนีดอลลาร์ถือเป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญ” พร้อมเสริมว่า “การทะลุแนวต้านทางเทคนิคที่ 3,346 ดอลลาร์ถือเป็นสัญญาณเชิงบวก กระตุ้นแรงซื้อทางเทคนิค”
ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นยังส่งแรงหนุนให้สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ โดย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อวันพุธว่า สหรัฐเริ่มเคลื่อนย้ายเจ้าหน้าที่ออกจากตะวันออกกลางจากความเสี่ยงด้านความมั่นคงที่เพิ่มสูงขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดกับอิหร่าน
ในอีกด้านหนึ่ง ข้อมูลเงินเฟ้อผู้บริโภคของสหรัฐฯ (CPI) เดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด โดยได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันเบนซินที่ถูกลง แม้จะมีแนวโน้มว่าเงินเฟ้ออาจเร่งตัวขึ้นจากภาษีนำเข้าในระยะถัดไป
ข้อมูล CPI ที่ออกมานั้น กระตุ้นให้ประธานาธิบดีทรัมป์เรียกร้องให้เฟดปรับลดดอกเบี้ยอย่างมีนัยสำคัญ Kelvin Wong กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราน่าจะเห็นเฟดขยับเร็วขึ้นกว่าที่ตลาดคาดไว้ หลังข้อมูล CPI ชี้ว่าไม่มีแรงกดดันด้านเงินเฟ้อรุนแรง ณ ตอนนี้”
ทั้งนี้ตลาดรอการประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (Producer Price Index - PPI) ของสหรัฐ ซึ่งจะเปิดเผยในเวลา 12.30 น. GMT (19.30 น. ตามเวลาไทย)
ขณะเดียวกันทรัมป์เปิดเผยว่า สหรัฐและจีนได้บรรลุกรอบข้อตกลงเพื่อฟื้นฟูการพักรบทางการค้า ที่เปราะบางอยู่ในขณะนี้ ซึ่งอาจช่วยหลีกเลี่ยงการขึ้นภาษีนำเข้าเพิ่มเติม พร้อมทั้งอาจขยายเส้นตายวันที่ 8 กรกฎาคม สำหรับการเจรจาการค้ากับประเทศอื่น ๆ ก่อนที่ภาษีชุดใหม่จะมีผลบังคับใช้ แต่ระบุว่า “ไม่น่าจะจำเป็นต้องเลื่อน”
อ้างอิง : reuters.com