โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตราสารหนี้ vs ตราสารทุน เลือกลงทุนแบบไหน ให้ใช่สไตล์คุณ?

Thairath Money

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 08.27 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 08.27 น.
ภาพไฮไลต์

การก้าวเข้าสู่โลกแห่งการลงทุนครั้งแรก อาจดูเหมือนการเดินเข้าไปในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย เต็มไปด้วยศัพท์เฉพาะทาง แต่จะดีแค่ไหน หากเราสามารถเริ่มต้นทำความเข้าใจจากแนวคิดพื้นฐานที่สุด

Thairath Money พาสำรวจ 2 ทางเลือกการลงทุน ระหว่าง “ตราสารหนี้” ที่ให้คุณสวมบทบาทเป็น "เจ้าหนี้" รับผลตอบแทนจากดอกเบี้ยอย่างสม่ำเสมอ และ “ตราสารทุน” ที่ให้คุณรับบท "เจ้าของกิจการร่วม" ที่พร้อมจะเติบโตและเสี่ยงไปพร้อมกับกิจการเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น

ตราสารหนี้ ลงทุนแบบ "เจ้าหนี้" รับดอกเบี้ยสม่ำเสมอ

ตราสารหนี้ คือตราสารที่แสดงว่าผู้ลงทุนอยู่ในสถานะ "เจ้าหนี้" และผู้ออกตราสารเป็น "ลูกหนี้" รับผลตอบแทนเป็น "ดอกเบี้ย" ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ และจะได้รับ "เงินต้น" คืน เมื่อครบกำหนดอายุของตราสาร

ตราสารหนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ตามผู้ออก คือ

  • ตราสารหนี้ภาครัฐ ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล, พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ, พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย, และตั๋วเงินคลัง
  • ตราสารหนี้ภาคเอกชน ได้แก่ หุ้นกู้, ตั๋วแลกเงิน, และตั๋วสัญญาใช้เงิน

โดยมีลักษณะสำคัญ ดังนี้

  • ความเสี่ยงต่ำ มีโอกาสได้รับเงินต้นคืนสูงหากเกิดกรณีบริษัทล้มละลายเจ้าหนี้จะได้รับเงินคืนก่อน
  • มีกำหนดเวลาคืนเงินต้นชัดเจน มีอายุที่แน่นอน เช่น 3 ปี, 5 ปี หรือ 10 ปี
  • คาดการณ์ผลตอบแทนได้ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยมักจะถูกกำหนดไว้แล้วตั้งแต่แรก

สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในตราสารหนี้ วิธีที่ง่ายที่สุดคือ การซื้อผ่าน "กองทุนรวมตราสารหนี้" เหมาะกับมือใหม่ ไม่ต้องใช้เงินเยอะ และมีผู้เชี่ยวชาญดูแล โดยสามารถลงทุนได้ผ่านบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) หรือแอปฯ ธนาคาร / แอปฯ ลงทุน

แต่หากใครที่มีความรู้ และต้องการเลือกรุ่นหรือบริษัทผู้ออกตราสารหนี้ด้วยตัวเอง สามารถซื้อ "พันธบัตรหรือหุ้นกู้" ในตลาดแรกตอนเสนอขาย หรือในตลาดรอง ผ่านธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) ได้

ตราสารทุน ลงทุนแบบ “เจ้าของ” รับส่วนแบ่งกำไร

ตราสารทุน คือตราสารที่แสดงว่าคุณอยู่ในสถานะ 'เจ้าของกิจการ (ร่วม)' จากการซื้อหุ้น ซึ่งมีโอกาสได้รับผลตอบแทนเป็น “ส่วนแบ่งกำไร” ในรูปแบบเงินปันผล และโอกาสทำกำไรจากราคาหุ้นที่สูงขึ้น

ตัวอย่างของตราสารทุน ได้แก่ ได้แก่ หุ้นสามัญ, หุ้นบุริมสิทธิ, ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น (Warrant), และกองทุนรวมตราสารทุน

ซึ่งมีลักษณะสำคัญ ดังนี้

  • โอกาสได้รับผลตอบแทนสูง หากบริษัทเติบโตได้ดี ราคาหุ้นอาจปรับตัวสูงขึ้นหลายเท่า
  • ความเสี่ยงสูง ราคาหุ้นมีความผันผวนสูง ขึ้นอยู่กับผลประกอบการ สภาวะตลาด และปัจจัยอื่นๆ
  • หากบริษัทขาดทุนหรือล้มละลาย ผู้ถือหุ้นจะได้รับเงินคืนเป็นลำดับสุดท้ายหรืออาจไม่ได้รับเงินคืนเลย

สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในตราสารทุน วิธีที่ง่ายที่สุดคือ การซื้อผ่านกองทุนรวมหุ้น หรือ ETF เหมาะกับมือใหม่ ต้องการกระจายความเสี่ยง และไม่ต้องเลือกหุ้นเอง ซึ่งสามารถลงทุนผ่าน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) หรือแอปฯ ธนาคาร หรือแอปฯ ลงทุนสำหรับ ETF

ทั้งนี้ ผู้ลงทุนที่ศึกษาข้อมูลมาดี และรับความเสี่ยงได้สูง สามารถเปิดพอร์ตหุ้นกับบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) โดยตรง แล้วเลือกหุ้นรายตัว ซื้อขายผ่านแอปฯ Streaming หรือแอปฯ ของโบรกเกอร์นั้นๆ ได้เช่นกัน

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตราสารหนี้ vs ตราสารทุน เลือกลงทุนแบบไหน ให้ใช่สไตล์คุณ?

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...