โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

คนไม่ค่อยรู้! ดอกไม้ 1 ชนิด ส่วน "ใบ" คือซูเปอร์ฟู้ด สารอาหารสูงกว่าผักเคล-ผักโขม

sanook.com

เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 08.23 น. • Sanook
ผู้เชี่ยวชาญชาวอเมริกา เผย ดอกไม้ 1 ชนิด คนไม่ค่อยรู้ว่าส่วน

ผู้เชี่ยวชาญชาวอเมริกา เผย ดอกไม้ 1 ชนิด คนไม่ค่อยรู้ว่าส่วน "ใบ" มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ยิ่งกว่าผักเคลและผักโขม

ผักที่ถูกกล่าวถึงนี้คือ “แดนดิไลออน” ซึ่งเป็นพืชป่าที่พบได้ทั่วไปหลายพื้นที่ ด้วยความแข็งแรงและแพร่พันธุ์รวดเร็ว หลายคนจึงมองว่าเป็นวัชพืชและมักถอนทิ้งไป

อย่างไรก็ตาม แดนดิไลออนถูกนำมาใช้เป็นยาสมุนไพรและใบยังนิยมนำมาปรุงอาหารมานานแล้ว นักโภชนาการชาวอเมริกายังระบุว่า แดนดิไลออนเป็นผักใบเขียวที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงที่สุด สูงกว่าผักเคลและผักโขม จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น “ซูเปอร์ฟู้ด” อย่างแท้จริง

มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ถูกยกเป็น "ซูเปอร์ฟู้ด"

นักโภชนาการชาวอเมริกา แนนซี่ ไกบ กล่าวว่า “แดนดิไลออนคือผักใบเขียวที่มีสารอาหารสูงที่สุดที่คุณสามารถรับประทานได้ มากกว่าผักเคลหรือผักโขมเสียอีก”

ข้อมูลจากคลีฟแลนด์คลินิก ระบุว่า แดนดิไลออน โดยเฉพาะใบ มีวิตามินและแร่ธาตุสูง เช่น วิตามิน A, C, K, โฟเลต แคลเซียม และโพแทสเซียม

นอกจากนี้ ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระและสารประกอบที่ช่วยลดการอักเสบ ควบคุมความดันโลหิต ปรับระดับน้ำตาลในเลือด และลดคอเลสเตอรอล

คริสตัล ดูแรน ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกา ที่มีผู้ติดตามเกือบ 2 ล้านคนในอินสตาแกรมและ TikTok เรียกร้องให้ทุกคนงดถอนหรือใช้สารกำจัดวัชพืชกำจัดแดนดิไลออนออกจากสวนบ้าน

เพราะเธอเห็นว่าแดนดิไลออนถูกมองข้ามเป็นพืชไม่มีค่า แต่จริง ๆ แล้วเป็นแหล่งอาหารล้ำค่าที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพ และได้ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “ซูเปอร์ฟู้ด”

คริสตัล อธิบายเพิ่มเติมว่า ทุกส่วนของต้นแดนดิไลออน ทั้งใบ ดอก และราก สามารถนำมารับประทานได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการเก็บจากบริเวณที่ใช้สารกำจัดแมลง สารกำจัดวัชพืช หรือพื้นที่ที่มีมลพิษ

iStockphoto

วิธีใช้แดนดิไลออน

แม้จะมีรสขมเล็กน้อย แต่แดนดิไลออนสามารถนำมาใช้ปรุงอาหารในเมนูต่าง ๆ ได้ง่าย เช่น ใบอ่อนของแดนดิไลออนสามารถหั่นใส่สลัด หรือลวก ผัดเพื่อบรรเทาความขม ดอกแดนดิไลออนที่เพิ่งบานใหม่รับประทานได้ทั้งแบบสดและแห้ง สามารถนำมาชงชา หรือนำไปแช่น้ำมันหรือน้ำส้มสายชูเพื่อรับประทานโดยตรง ส่วนรากแดนดิไลออนสามารถคั่วแห้งแล้วชงเป็นชาได้เช่นกัน

ปัจจุบันยังไม่มีคำแนะนำปริมาณการใช้แดนดิไลออนที่ชัดเจน เนื่องจากมีงานวิจัยในมนุษย์น้อยมาก

อย่างไรก็ตาม Healthline อ้างอิงผลการศึกษาที่แนะนำปริมาณการใช้แดนดิไลออนในรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้

  • ใบสด: 4 – 10 กรัมต่อวัน
  • ใบแห้ง: 4 – 10 กรัมต่อวัน
  • สารสกัด: 0.4 – 1 ช้อนชา (ประมาณ 2 – 5 มิลลิลิตร) ต่อครั้ง สามารถใช้ได้วันละ 3 ครั้ง
  • น้ำคั้นจากใบสด: 1 ช้อนชา (5 มิลลิลิตร) ต่อครั้ง ใช้ได้วันละ 2 ครั้ง
  • รากสด: 2 – 8 กรัมต่อวัน
  • ผงแห้ง: 250 – 1,000 มิลลิกรัมต่อครั้ง ใช้ได้วันละ 4 ครั้ง
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...