โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เร่งอัดมาตรการช่วยชายแดนไทย-กัมพูชา ‘พิชัย’ สั่งขยายเงินทดรองราชการ เลื่อนชำระภาษี

ไทยโพสต์

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 12.50 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 05.50 น.

'พิชัย' เร่งเข็นมาตรการช่วยเหลือประชาชน-ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา ลุยขยายวงเงินทดรองราชการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดละ 100 ล้านบาท พร้อมขยายเพิ่มหากไม่เพียงพอ ชงเลื่อนเวลายื่นแบบและชำระภาษี ไปถึง 30 ก.ย. 2568 พ่วงให้ลดหย่อนค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยไม่เกิน 1 แสนบาท ยานพาหนะไม่เกิน 3 หมื่นบาท ด้านแบงก์รัฐเดินเครื่องอัดมาตรการช่วยเต็มสูบ

29 ก.ค. 2568 - นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง เปิดเผยถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ มาตรการในระดับพื้นที่ ประกอบด้วย 1. ขยายวงเงินทดรองราชการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดละ 100 ล้านบาท และพร้อมพิจารณาขยายเพิ่มหากไม่เพียงพอ เพื่อให้จังหวัดสามารถบริหารจัดการได้อย่างคล่องตัวและตอบโจทย์ความต้องการในพื้นที่

2. อำนวยความสะดวกในการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่เกี่ยวข้องกับภารกิจด้านความมั่นคงให้สามารถดำเนินการได้อย่างเร่งด่วน ผ่านวิธีเฉพาะเจาะจง และ 3. เตรียมมาตรการด้านสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือประชาชนผ่านธนาคารของรัฐ เช่น ธ.ก.ส. โดยจะให้สินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องแก่เกษตรกร รวมถึงสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ (soft loan) สำหรับผู้ได้รับความเสียหาย

และมาตรการด้านภาษี โดยเลื่อนเวลาการยื่นแบบและการชำระภาษี ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ จากเดิมระหว่างวันที่ 24 ก.ค. – 31 ส.ค. 2568 เป็นภายในวันที่ 30 ก.ย. 2568 อีกทั้งประชาชนสามารถหักลดหย่อนค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยจากเหตุการณ์ความเสียหายได้ตามจริงไม่เกิน 100,000 บาท และสำหรับยานพาหนะไม่เกิน 30,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการจากสถาบันการเงินของรัฐ ประกอบด้วย ธนาคารออมสิน ให้พักชำระเงินต้นให้กับลูกหนี้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบจนถึงงวดเดือนธันวาคม 2568 และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยบางส่วน และมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำไม่ต้องมีหลักประกัน วงเงิน 20,000 บาท/ราย ผ่อนชำระ 12 เดือน ดอกเบี้ย 0.60%/เดือน, สินเชื่อเพื่ออาชีพ ผ่อนชำระ 60 เดือน ดอกเบี้ย 0.75%/เดือน และสินเชื่อเอสเอ็มอี ลูกค้าเดิมไม่เกิน 5 ล้านบาท รายใหม่ไม่เกิน 3 ล้านบาท ผ่อนชำระ 7 ปี ดอกเบี้ยปีแรก MLR -2.65%, ปีถัดไป MLR รวมทั้งยกเว้นค่าธรรมเนียม Front End Fee และ Prepayment Fee

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรร์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีสินเชื่อฉุกเฉิน วงเงินไม่เกิน 50,000 บาท/ราย ดอกเบี้ย MRR (6.725%) ผ่อน 3 ปี ปลอดดอกเบี้ย 6 เดือน และสินเชื่อฟื้นฟูชีวิตและทรัพย์สิน วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ดอกเบี้ย MRR - 2% ต่อปี ผ่อนสูงสุด 15 ปี ด้านธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) มีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ เช่น ลดดอกเบี้ยเหลือ 0.01% นาน 5 ปี, ผู้ที่บ้านเสียหายทั้งหลัง หรือทุพพลภาพ/เสียชีวิต ได้สิทธิอัตราดอกเบี้ย 0.01% ตลอดอายุสัญญา และกรณีกู้สร้างบ้านใหม่ ดอกเบี้ย 0% 6 เดือนแรก เดือนที่ 7–12 = 0.50% ต่อปี

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME D Bank) มีการพักชำระเงินต้น ลดค่างวด ขยายเวลา พร้อมทั้งมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เช่น “ปลุกพลัง SME” และ “Beyond ติดปีก SME” ดอกเบี้ย 3% ต่อปี ผ่อน 10 ปี และสินเชื่อรีไฟแนนซ์ SMEs เริ่มต้นที่ 2.99% ด้านธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) ได้ขยายเวลาชำระหนี้ 365 วัน ลดดอกเบี้ยสูงสุด 20% และเพิ่มวงเงินชั่วคราว 1 ปี สูงสุด 30 ล้านบาท รวมทั้งมีมาตรการเสริม เช่น เงินทุนหมุนเวียนเพื่อออกงาน, Safe Trade, Export Credit Insurance เป็นต้น

สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ได้พักชำระเงินต้นและกำไรสูงสุด 6 เดือน ขยายได้อีก 6 เดือน และมีสินเชื่อเพื่อซ่อมบ้าน เริ่มต้น 1.99% ต่อปี วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท รวมถึงสินเชื่อฟื้นฟูธุรกิจ เริ่มต้น 3.25% วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท ขณะที่บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) มีโครงการ PGS11 SMEs ยั่งยืน ค้ำประกันรายละ 0.5–10 ล้านบาท สูงสุด 7 ปี ยกเว้นค่าธรรมเนียม 3 ปีแรก, โครงการ SMEs Micro Biz ค้ำประกัน 10,000–500,000 บาท ยกเว้นค่าธรรมเนียม 3 ปีแรกเช่นกัน โดยเปิดรับคำขอจนถึง 30 ธ.ค. 2568

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...