โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“สหรัฐ-จีน” เจรจา 5 ชั่วโมงที่สตอกโฮล์ม ลุ้นขยายสงบศึกการค้าก่อนเส้นตาย 12 ส.ค.

การเงินธนาคาร

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 09.56 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 02.56 น.

เจ้าหน้าที่เศรษฐกิจระดับสูงของ สหรัฐ-จีน พบปะที่กรุงสตอกโฮล์ม เพื่อหารือนานกว่า 5 ชั่วโมง หวังลดความตึงเครียดทางการค้า และปูทางสู่การขยายเวลาข้อตกลงชั่วคราวอีก 90 วัน ก่อนเส้นตายวันที่ 12 ส.ค.

วันที่ 29 กรกฎาคม 2568 เวลา 02.45 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้งเมื่อวันจันทร์ (28 ก.ค.) โดยคณะผู้แทนจากทั้งสองฝ่ายนำโดย นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ และ นายเหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน ได้เข้าพบหารือกันที่สำนักงานนายกรัฐมนตรีสวีเดน (Rosenbad) เป็นเวลานานกว่า 5 ชั่วโมง โดยไม่มีแถลงการณ์ใด ๆ ต่อสื่อมวลชนในวันแรก และคาดว่าการเจรจาจะดำเนินต่อเนื่องในวันนี้

สาระสำคัญของการเจรจามุ่งเน้นที่การหาทาง ขยายระยะเวลาข้อตกลงชั่วคราวที่บรรลุในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ออกไปอีก 90 วัน ก่อนที่มาตรการภาษีศุลกากรในระดับสูงจะกลับมาบังคับใช้ในวันที่ 12 สิงหาคม

การเจรจาครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่เปราะบาง โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับนายกรัฐมนตรีอังกฤษที่สกอตแลนด์ว่า “ผมอยากเห็นจีนเปิดประเทศให้มากกว่านี้”

หากการเจรจาไม่บรรลุข้อตกลงภายในเส้นตาย มาตรการภาษีในระดับสามหลักที่ถูกระงับไว้ชั่วคราวอาจกลับมามีผลอีกครั้ง ซึ่งเท่ากับเป็นการตั้งกำแพงการค้าแบบกึ่งคว่ำบาตรระหว่างสองประเทศ และอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อห่วงโซ่อุปทานโลก

ด้าน นายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ ซึ่งเข้าร่วมการหารือครั้งนี้ กล่าวกับ CNBC ว่า“ผมไม่คาดว่าจะเกิดความคืบหน้าใหญ่โตในวันนี้ เรามุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบความคืบหน้าในการปฏิบัติตามข้อตกลงเดิม และวางรากฐานสำหรับการค้าที่ยั่งยืนและสมดุลในอนาคต”

การเจรจาที่สตอกโฮล์มเกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ เพิ่งลงนามในข้อตกลงการค้าฉบับใหญ่ที่สุดกับสหภาพยุโรปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยกำหนดภาษีนำเข้าสินค้าจากยุโรปที่ 15% ซึ่งอาจส่งแรงกดดันให้จีนเร่งหาข้อสรุปกับสหรัฐด้วย

ขณะเดียวกัน รายงานจาก Financial Times ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐ ได้ชะลอการใช้มาตรการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีไปยังจีน เพื่อเอื้อให้การเจรจาดำเนินต่อได้อย่างราบรื่น และเป็นการปูทางสู่การประชุมระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งอาจจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนตุลาคมหรือต้นพฤศจิกายนนี้

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ทวิภาคียังคงมีปัจจัยเสี่ยง โดยวุฒิสมาชิกของสหรัฐจากทั้งสองพรรคเตรียมเสนอร่างกฎหมายชุดใหม่ที่มุ่งตอบโต้จีนในประเด็นสิทธิมนุษยชน การปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อย และสถานะของไต้หวัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการเจรจา

มีรายงานด้วยว่า ประธานาธิบดีไต้หวัน นายไล่ ชิงเต๋อ อาจชะลอแผนการเยือนสหรัฐฯ ในเดือนสิงหาคม หลังทีมงานหารือกับฝ่ายบริหารของทรัมป์แล้วพบว่า การเยือนดังกล่าวอาจกระทบต่อการเจรจาการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เนื่องจากจีนถือว่าไต้หวันเป็นดินแดนของตน

ที่ผ่านมา การเจรจาในเจนีวาและลอนดอนเมื่อเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน มุ่งลดระดับมาตรการภาษีตอบโต้จากทั้งสองฝ่าย รวมถึงหาทางฟื้นการส่งออกสินค้าสำคัญ เช่น แร่หายากจากจีน และชิป AI จากบริษัท Nvidia ของสหรัฐ ซึ่งถูกระงับจากมาตรการควบคุมด้านความมั่นคง

ทั้งนี้ การเจรจายังไม่ขยายไปถึงประเด็นเศรษฐกิจเชิงโครงสร้าง เช่น ข้อกังวลของสหรัฐ ว่าระบบเศรษฐกิจแบบอิงรัฐและการผลิตเกินของจีนสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลก หรือข้อกังวลของจีนต่อการควบคุมเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ที่อาจมีเป้าหมายในการขัดขวางการเติบโตของจีน

นักวิเคราะห์ประเมินว่าการเจรจากับจีนจะมีความซับซ้อนกว่ากับประเทศอื่นในเอเชีย และต้องใช้เวลานาน โดยเฉพาะเมื่อจีนยังมีอำนาจต่อรองผ่านการควบคุมตลาดแร่หายากที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีของสหรัฐ

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...