โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

มหาเถรสมาคม ประชุมวาระพิเศษ ถกปมพระผิดวินัย สั่งเรียกพระตกเป็นข่าวฉาวชี้แจงด่วน

The Bangkok Insight

อัพเดต 13 ก.ค. 2568 เวลา 12.58 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 12.58 น. • The Bangkok Insight

มหาเถรสมาคม ร่วมกับสำนักพุทธฯ เร่งถกปมพระผิดวินัย สั่งการสำนักพุทธฯ ขอข้อมูล-หลักฐานจากตำรวจเพิ่ม พร้อมทำหนังสือเรียกพระที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงในเวลาที่กำหนด ถ้าไม่มา อาจถอดถอน หรือปลดจากตำแหน่ง

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการมหาเถรสมาคม วาระพิเศษ ณ พระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อวางแนวทางกรณีพระภิกษุกระทำผิด และถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดพระธรรมวินัย

มหาเถรสมาคม

ภายหลังกรรมการมหาเถรสมาคม ประชุมร่วมกันนานกว่า 1 ชั่วโมง นายอินทพร จั่นเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อม รศ.ดร.ชัชพล ไชยพร รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ร่วมกันแถลงข่าวผลการประชุมกรรมการมหาเถรสมาคม

นายอินทพร กล่าวว่า การประชุมกรรมการมหาเถรสมาคมวันนี้ กรรมการมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง และห่วงใยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในที่ประชุมสรุปมาตรการที่จะดำเนินการได้ 2 เรื่อง โดยเรื่องแรกเป็นมาตรการเร่งด่วนเฉพาะหน้า และเรื่องที่สองเป็นการกำหนดแนวทางป้องกันในอนาคต เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก

ทั้งนี้ เนื่องจากพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ เกิดขึ้นตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2505 ทำให้ไม่ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบันที่เปลี่ยนไป รวมถึงกฎของมหาเถรสมาคมที่ต้องปรับปรุงแก้ไขให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปเช่นกัน

สำหรับพระสงฆ์ที่ปรากฏในสื่อ ที่พบมีความเกี่ยวข้องกับสีกากอล์ฟ พบว่า ปัจจุบันมี 11 รูป บางส่วนลาสิกขาไปแล้ว ถือว่าสิ้นสุดสถานภาพการเป็นพระสงฆ์ ในส่วนของพระธรรมวินัยไม่สามารถดำเนินการใดๆได้ แต่ถ้าบุคคลดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับเส้นเงิน หรือความผิดอาญา เป็นหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการ ตามกฎหมายบ้านเมืองต่อไป

อินทพร จั่นเอี่ยม

นอกจากนี้ ยังพบว่า มีพระที่ยังไม่สามารถยืนยันสถานะได้ ขณะนี้มี 5 รูป เพราะการจะยืนยันสถานะลาสิกขาได้นั้น จะต้องมีภาพที่ปรากฏ หรือมีหนังสือยืนยันเป็นรายลักษณ์อักษร ซึ่งบางรูปที่ยังไม่สามารถยืนยันสถานะได้

กรรมการมหาเถรสมาคม ได้มอบหมายให้เจ้าคณะหน ในพื้นที่ปกครอง ให้ทำหนังสือเรียกตัวพระที่มีรายชื่อมาชี้แจง ต่อเจ้าคณะผู้ปกครอง หากไม่มาตามระยะเวลาที่กำหนด ถือว่าเป็นการละทิ้งปฎิบัติหน้าที่ ทำให้เกิดความเสียหายต่อพระสงฆ์อย่างร้ายแรง อาจจะถูกปลดหรือถูกถอดถอน ตามระเบียบของคณะปกครองสงฆ์

ในส่วนที่กรรมการกรรมการมหาเถรสมาคม มีความห่วงใยคือ เรื่องหลักฐานที่ชัดเจนในการเอาผิดพระสงฆ์ที่ถูกกล่าวหา ทั้งทางพระธรรมวินัยและทางอาญา ดังนั้นกรรมการมหาเถรสมาคม จึงได้มอบหมายให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ขอเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม จากตำรวจสอบส่วนกลาง เพื่อยืนยันการกระทำผิด

สำหรับหนังสือเรียกตัวนั้น หลังจากกรรมการมหาเถรสมาคมออกคำสั่งแล้ว เจ้าคณะใหญ่จะเป็นผู้ทำหนังสือแจ้งไปยังเจ้าตัวที่มีรายชื่อเกี่ยวข้อง และจะมีการกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน ถ้าหากไม่มารายงานตัว อาจจะต้องมีโทษ เช่น การถูกพักการปฎิบัติหน้าที่ หรือถอดถอนออกจากตำแหน่ง

รศ.ดร.ชัชพล กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับมาตรการระยะกลางและระยะยาว ให้คณะสงฆ์ที่เป็นคณะผู้ปกครองให้สอดส่องดูแลพระสงฆ์ในสังกัดอย่างใกล้ชิด ให้ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย กฎหมาย กฎระเบียบอย่างใกล้ชิด หากพบการละเมิดให้ดำเนินการสืบสวน และรายงานต่อมหาเถรสมาคมโดยเร็ว

รศ.ดร.ชัชพล ไชยพร

พร้อมกันนี้ ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานติดตามข้อมูล และดำเนินการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น หากงานเกินกำลังสำนักงานสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กรรมการมหาเถรสมาคมขอบิณฑบาต ให้รัฐบาลเข้ามาช่วยดูแลและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

พระที่เกี่ยวข้องสีกากอล์ฟทั้ง 11 รูป แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

1. กลุ่มที่ลาสิกขาแล้วจำนวน 6 รูป ถือว่าพ้นจากสถานะความเป็นสมณเพศแล้ว ในส่วนของการรับผิดทางพระธรรมวินัยจึงถือว่าสิ้นสุด ส่วนความผิดทางคดีอาญาหรือเรื่องเส้นเงินเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

2. กลุ่มที่ยังไม่ยืนยันสถานะ ไม่ทราบว่าอยู่ในสมณะหรือไม่ เพราะยังติดต่อไม่ได้ (การจะยืนยันต้องมีภาพปรากฎ หรือเอกสารยืนยัน) มีจำนวน 2 รูป ซึ่งปัจจุบันไม่อยู่ที่วัดแล้ว ดังนั้นจะต้องทำหนังสือเรียกตัวมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามระยะเวลาที่กำหนด หากไม่มาให้ข้อมูล ตามระยะเวลาที่กำหนด จะมีการลงโทษตามพระธรรมวินัย

3. กลุ่มที่ยังคงสถานะเป็นพระภิกษุ มี 2 รูป มส.มีมติ ให้ขอข้อมูลเพิ่มเติมจากพนักงานสืบสวนสอบสวน ที่เป็นเอกสารหลักฐานหรือรูปภาพ เพื่อส่งให้กับเจ้าคณะหนโดยตรง ซึ่งทั้งสองรูปสังกัด ภายใต้เจ้าคณะใหญ่หนกลาง

4. กลุ่มสุดท้ายมี 1 รูป คือเจ้าอาวาสวัดชูจิต ยังคงอยู่ในสมณเพศ แต่ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส และลาออกจากตำแหน่งประธานสำนักงานพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...