โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

นักโบราณคดีพบ ‘แกลบ’ อายุ 3,500 ปี ในถ้ำบนเกาะกวม คาดเดินทางข้ามทะเลไกลกว่า 2,300 กม.

Xinhua

อัพเดต 29 มิ.ย. 2568 เวลา 17.38 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 10.38 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : นักวิจัยทำความสะอาดเศษเครื่องปั้นดินเผาในเมืองเฉาหยาง มณฑลเหลียวหนิงทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 11 มี.ค. 2025)

แคนเบอร์รา, 29 มิ.ย. (ซินหัว) — งานวิจัยล่าสุดที่เผยว่า นักโบราณคดีชาวออสเตรเลียค้นพบร่องรอยของข้าวที่เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคแปซิฟิกตอนลึก ซึ่งให้ข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆ เกี่ยวกับวิถีชีวิตของชุมชนชาวเกาะกลุ่มแรกในพื้นที่แถบนี้

แถลงการณ์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (ANU) เมื่อวันพฤหัสบดี (26 มิ.ย.) ระบุว่า มีการค้นพบแกลบ หรือเปลือกนอกของเมล็ดข้าว ฝังอยู่ในชิ้นส่วนเครื่องปั้นดินเผาในถ้ำชายหาดริทิเดียน (Ritidian Beach Cave) ทางตอนเหนือของเกาะกวม และคาดว่ามีอายุเก่าแก่ถึงราว 3,500 ปี

การค้นพบครั้งนี้ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารไซเอนซ์ แอดวานซ์ (Science Advances) ยืดช่วงเวลาที่พบหลักฐานการมีอยู่ของข้าวในมหาสมุทรแปซิฟิกให้ย้อนกลับไปไกลอีกกว่า 2,000 ปี โดยบ่งชี้ว่าชาวเกาะยุคแรกๆ ได้นำข้าวจากฟิลิปปินส์ ข้ามน้ำข้ามทะเลเปิดไกลกว่า 2,300 กิโลเมตร เข้ามายังเกาะ

“ขณะที่ข้าวเป็นอาหารหลักในชีวิตประจำวันของหลายๆ สังคมในเอเชียโบราณ แต่การค้นพบนี้บ่งชี้ว่าในพื้นที่ห่างไกลของแปซิฟิก ข้าวถูกมองว่าเป็นสิ่งล้ำค่า และถูกใช้ในพิธีกรรมมากกว่าการบริโภคในชีวิตประจำวัน” เซียวชุนหง (Hsiao-chun Hung) หัวหน้าทีมวิจัยจากคณะวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และภาษา มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย กล่าว

หงระบุว่า แกลบเหล่านี้พบได้เฉพาะบนพื้นผิวของเครื่องปั้นดินเผาในชั้นวัฒนธรรม (Cultural layer) (ชั้นดินที่แสดงร่อยรองและกิจกรรมของมนุษย์ในอดีต) ที่เก่าแก่ที่สุดของถ้ำ และผลการหาอายุด้วยวิธีคาร์บอนกัมมันตรังสีจากเศษของเสียที่มนุษย์ทิ้งไว้ในบริเวณใกล้เคียง ก็ช่วยยืนยันอายุของแกลบได้อย่างแม่นยำ

“ผู้คนในสมัยนั้นน่าจะหุงข้าวที่อื่น ที่ห่างออกไปจากถ้ำแห่งนี้ เพราะกระบวนการสีและหุงข้าวย่อมต้องทิ้งร่องรอยอื่นๆ ไว้” เธอกล่าว

ถ้ำชายหาดริทิเดียนในเกาะกวม ซึ่งเป็นดินแดนของสหรัฐฯ ในภูมิภาคไมโครนีเซียในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก เป็นสถานที่ที่ไม่ถูกรบกวนมากเท่ากับแหล่งโบราณคดีอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่สอง จึงเปิดโอกาสให้นักวิจัยได้เห็นถึงวิถีชีวิตและประเพณีของชาวพื้นเมืองกลุ่มแรกของเกาะกวม

“การค้นพบนี้สะท้อนถึงสายใยที่ลึกซึ้งและยืนยง ซึ่งเชื่อมโยงที่นี่กับกับประเพณีของบรรพบุรุษและแผ่นดินแม่ในเอเชีย” หงกล่าว พร้อมเสริมว่าความสำเร็จของผู้เดินเรือกลุ่มแรกในการนำข้าวเดินทางข้ามทะเล แสดงให้เห็นถึงทักษะการเดินเรืออันน่าทึ่ง และความผูกพันทางวัฒนธรรมที่สืบเนื่องยาวนานกับเอเชีย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...