โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กมธ.กฎหมายฯ ประณาม ‘กัมพูชา’ ละเมิดอนุสัญญาระหว่างประเทศ

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 31 ก.ค. 2568 เวลา 05.43 น.

กมธ.กฎหมายฯ ประณาม ‘กัมพูชา’ ละเมิดอนุสัญญาระหว่างประเทศ ย้ำเจรจาอย่างโปร่งใสคือกุญแจสู่สันติภาพ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 31 ก.ค. 2568 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ แถลงแสดงความเสียใจต่อผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นอย่างยิ่ง และขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบทุกท่าน และขอแสดงความห่วงใยอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่ทวีความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

คณะกรรมาธิการฯ ประณามการกระทำใด ๆ ที่คุกคามชีวิตของพลเรือนและละเมิดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ คณะกรรมาธิการซึ่งมีหน้าที่ติดตามการปฏิบัติตามหลักนิติธรรม และพันธกรณีระหว่างประเทศของประเทศไทย เห็นสมควรบันทึกและตอบสนองต่อการละเมิดที่บั่นทอนสันติภาพ เสถียรภาพ และสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ทหารให้รับบาดเจ็บสาหัสจากการเหยียบกับระเบิดในพื้นที่ห้วยบอน อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเข้าข่ายละเมิดอนุสัญญาออตตาวา ว่าด้วยการห้ามใช้กับระเบิด ซึ่งกัมพูชาเป็นประเทศภาคี

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 อากาศยานไร้คนขับของกัมพูชาได้บินล้ำเข้ามาในน่านฟ้าไทยบริเวณปราสาทตาเมือน ก่อนที่เวลา 18.20 น. กำลังพลกัมพูชาได้เปิดฉากยิงเจ้าใส่ฐานทหารไทย ส่งผลให้สถามการม์ทวีความรุมแรงอย่างรวดเร็ว มาเวลา 09.40 น. กัมพูชาได้ยิงจรวด BM-21 เข้าใส่ชุมชนพลเรือนใน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และยังมีการยิงถล่มต่อเนื่องไปยังพื้นที่อยู่อาศัยและโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนในหลายจังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี และศรีสะเกษ รวมถึงบ้านเรือน ปั๊มน้ำมัน และโรงพยาบาลพนมดงรัก

เหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิต 13 ราย บาดเจ็บ 32 ราย ทหารเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บ 14 นาย การโจมตีโดยไม่แยกแยะระหว่างเป้าหมายทางทหารและพลเรือนเช่นนี้ ถือเป็นการละเมิดอนุสัญญาเจนีวา โดยเฉพาะหลักการแยกแยะและความได้สัดส่วน และอาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงครามตามธรรมนูญกรุงโรมของศาลอาญาระหว่างประเทศ

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 กองทัพไทยยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้เริ่มต้นการปะทะดังกล่าว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงลักษณะการกระทำที่เป็นระบบอย่างต่อเนื่อง การกระทำเหล่านี้ ถือเป็นการละเมิตกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน ได้แก่ 1.อนุสัญญาออตตาวา ว่าด้วยการห้ามใช้กับระเบิด 2.อนุสัญญาเจนีว่าและกฎหมายมนุษธธธรรมระหว่างประเทศศศตามจารีตประเพณี เนื่องจากการโจมตีพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนอย่างไม่เลือกเป้าหมาย และ 3.ธรรมนูญกรุงโรมของศาลอาญาระหว่างประเทศ เนื่องจากการโจมตีพลเรือน และสถานพยาบาลถือเป็นอาชญากรรมสงคราม
คณะกรรมาธิการฯ ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามกรอบความตกลงระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด รวมถึงอนุสัญญาเจนีวา อนุสัญญาออตตาวา ข้อตกลงด้านสิทธิมนุษยชนสากล หลักมนุษยธรรม และกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ

พร้อมกันนี้ ขอให้มีการยุติความรุนแรงโดยทันที และหันมาใช้วิธีสันติในการแก้ไขข้อขัดแย้ง รวมทั้งขอประฌามอย่างรุนแรง ต่อถ้อยแถลงอันเป็นเท็จ และไม่มีมูลความจริง ซึ่งปราศจากความถูกต้อง ตรงข้ามกับข้อเท็จจริงตามที่กระทรวงการต่างประเทศ รัฐบาลไทยและประธานรัฐสภาได้มีการแถลงอย่างเป็นทางการถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยขอเรียกร้องให้ประเทศกัมพูชา หยุดการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือบิดเบือนข้อเท็จจริง ซึ่งอาจสร้างความเข้าใจผิด และซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายลง ขอให้ทุกฝ่ายคงยึดมั่นในกฎบัตรสหประชาชาติ หลักมนุษยธรรมสากล และการคุ้มครองชีวิตพลเรือน

คณะกรรมาธิการฯ ยืนยัน ความจำเป็นของการเจรจา ความโปร่งใส และกลไกความรับผิด เพื่อสร้างความสมานฉันท์ และสันติภาพอย่างยั่งยืนในพื้นที่ชายแดน ทั้งนี้ ทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันความสูญเสียของชีวิตและฟื้นฟูหลักนิติธรรมอย่างแท้จริง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...