โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

อสังหาฯ ซึมยาว! เร่งปรับตัวรับแรงกระแทกโฟกัส 4 ทำเลศักยภาพ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 31 ก.ค. 2568 เวลา 00.34 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 23.00 น.

รายงานของ เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA พบว่า การเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในช่วงครึ่งแรกปี 2568 มี เพียง 15,484 หน่วย หรือคิดเป็นสัดส่วนครึ่งหนึ่งของปีก่อนหน้าที่มีมูลค่าการพัฒนา 111,230 ล้านบาท แม้ดูไม่เลวร้ายนักในเชิงมูลค่า แต่เมื่อลงรายละเอียดพบว่าเกิดจากเน้นการขายที่อยู่อาศัยราคาสูงเป็นหลัก โดยเฉพาะบ้านเดี่ยว และคอนโดมิเนียมระดับราคา 5-20 ล้านบาท ซึ่งยังมีกลุ่มลูกค้ามีอำนาจซื้อ ขณะที่บ้านราคาถูกขายยาก เพราะกู้ไม่ผ่าน !

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมตลาดชะลอตัว! แต่ยังมีทำเลศักยภาพเป็นจุดโฟกัสของการพัฒนาโครงการใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มราคาต่ำถึงปานกลางที่ยังพอขยับได้

ประกอบด้วย “บางขัน-คลองหลวง” มีการเปิดตัวคอนโดมิเนียมหลายโครงการในช่วงราคา 1-2 ล้านบาท และ 2-3 ล้านบาท แม้ตลาดไม่ดีนัก แต่ทำเลนี้เป็นย่านที่อยู่อาศัยของนักศึกษาและบุคลากรจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

ทำเล"วัชรพล–คู้บอน" ลากยาวถึงลำลูกกา พื้นที่นี้กำลังเป็นจุดรวมตัวของคอนโดมิเนียมราคาประหยัด ระดับ 1-2 ล้านบาท ที่เชื่อมโยงกับโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสีชมพู ตอบโจทย์กลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางที่ต้องการเข้าถึงเมืองในราคาจับต้องได้

ขณะที่ “บางนา–ตราด กม.10-30” มีการเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวมากถึง 454 หน่วย ในระดับราคากลางบน 5-10 ล้านบาท แม้ยอดขายอาจไม่หวือหวา แต่ศักยภาพด้านการพัฒนาในระยะยาวยังคงแข็งแรง

อีกทำเลเด่น “ประชาอุทิศ" ฝั่งธนบุรี มีการเปิดตัวทาวน์เฮ้าส์ 417 หน่วย ในช่วงราคา 2-3 ล้านบาท รองรับกลุ่มผู้บริโภคระดับกลาง-ล่าง ซึ่งเป็นกลุ่มตลาดที่ยังมีความต้องการอยู่จำนวนมาก

อย่างไรก็ดี มีหลายพื้นที่โดยเฉพาะชานเมืองรอบนอกกรุงเทพฯ ที่ยังไม่มีระบบสาธารณูปโภครองรับครบถ้วน อย่างทางด่วน หรือรถไฟฟ้า ยังคงเป็นพื้นที่ร้างไม่มีการพัฒนา สะท้อนทิศทางตลาดที่เน้นเฉพาะทำเลที่เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น!

แนวโน้มอสังหาฯ เมื่อเศรษฐกิจยังไม่เอื้อ

โสภณ พรโชคชัย ประธาน AREA วิเคราะห์ว่า หากเศรษฐกิจไทยยังไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างชัดเจน ความสามารถในการพัฒนาโครงการใหม่จะถูกจำกัด!

ขณะที่แนวโน้มสำคัญต้องจับตา ได้แก่ ตลาดบ้านหรูยังพัฒนาได้ แต่เริ่มลดราคาระบายสต๊อก โครงการบ้านเดี่ยวระดับ 20 ล้านบาทขึ้นไป มีการพัฒนาต่อเนื่อง แต่หลายรายเริ่มปรับลดราคาลงเพื่อเร่งขายสินค้าคงค้าง

“โอกาสใหม่” ของอสังหาริมทรัพย์ราคาต่ำไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ตลาดล่างเริ่มกลับมา เพราะเข้าถึงกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และบางส่วนยังถูกซื้อเพื่อการเก็งกำไรในอนาคต หรือการพัฒนาทางเลือกในเมืองท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ให้เช่า เพราะนักลงทุนเริ่มมองหาทางเลือกอื่น เช่น โครงการในเมืองท่องเที่ยว หรืออสังหาริมทรัพย์ที่สร้างรายได้จากการให้เช่าในระยะยาว ผู้ประกอบการบางรายเลือกขยายสู่ธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น บริการหลังการขายหรือการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ

พร้อมกันนี้ ในเชิงนโยบายเพื่อฟื้นตลาดจำเป็นต้องพิจารณาแก้ไขกฎหมายบัญชีเอสโครว์ (Escrow Account) ให้เป็นข้อบังคับ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ชาวต่างชาติในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ไทย ตรากฎหมายภาษีการซื้ออสังหาริมทรัพย์ เช่น อากรแสตมป์ ปรับภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง เช่น 0.5% ของราคาตลาด ภาษีกำไรจากการขายต่อ เช่น 10-20% และภาษีมรดกให้เทียบเท่ากับที่คนไทยซื้ออสังหาริมทรัพย์ ในต่างประเทศ

รวมทั้งวางผังเมืองให้สามารถสร้างอาคารสูงในเขตศูนย์กลาง ด้วยอัตราส่วนพื้นที่อาคารต่อพื้นที่ดิน (FAR) ที่สูง เช่น 20:1 เพื่อให้คนอยู่ในเมือง ลดการขยายเมืองไปชานเมือง ปรับปรุงระบบภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง โดยเฉพาะการเพิ่มภาษีที่ดินว่างเปล่า เพื่อกระตุ้นให้เจ้าของที่ดินนำไปพัฒนา ทำให้ราคาที่ดินลดลง สามารถสร้างที่อยู่อาศัยในเมืองให้ผู้มีรายได้ปานกลางได้ รวมทั้งสนับสนุนการขายบ้านมือสองเพื่อให้เกิดการซื้อขายรวดเร็ว ชำระหนี้ได้ และผู้ซื้อสามารถซื้อได้ในราคาถูกลง

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...