โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘จักรภพ’ เผยพูดคุยสโมสรสื่อต่างประเทศเปิดโปงกัมพูชาหาเรื่องก่อน

เดลินิวส์

อัพเดต 31 ก.ค. 2568 เวลา 18.05 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2568 เวลา 11.01 น. • เดลินิวส์
‘จักรภพ’ เผยพูดคุยสโมสรสื่อต่างประเทศ เปิดโปงกัมพูชาหาเรื่องก่อน ยันหลักฐานชี้ชัดปล่อยเฟคนิวส์

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจักรภพ เพ็ญแข ที่ปรึกษาเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันที่ 30 ก.ค. 2568 ตนได้เดินทางไปยังสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย (เอฟซีซีที) เพื่อพบปะพูดคุยกับผู้สื่อข่าวต่างประเทศจากหลายสำนัก อาทิ บีบีซี, ซีเอ็นเอ็น, นิเคอิ และอีกหลายราย ซึ่งบางคนก็เป็นเพื่อนสนิทกันอยู่แล้ว เดิมตั้งใจจะพูดถึงเรื่องภาษีการค้าไทยที่อยู่ระหว่างการเจรจา แต่เนื่องจากกระบวนการยังไม่สิ้นสุด และเกรงว่าจะกระทบต่อผลประโยชน์ชาติ จึงตัดสินใจพูดเพียงในหลักการกว้าง ๆ และกล่าวถึงประเด็นที่ผ่านพ้นมาแล้วเท่านั้น

นายจักรภพ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ หัวข้อที่ใช้เวลาพูดคุยเป็นภาษาอังกฤษล้วน ยาวนานเกือบ 2 ชั่วโมง ได้แก่ ประเด็นเกี่ยวกับประเทศกัมพูชา และผู้นำทั้งสองคือ สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และ พล.อ.สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา รวมถึงภาพรวมของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของไทยกับโลก ทั้งในระดับภูมิภาค เอเชีย ทวีป และระดับโลก โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับมหาอำนาจ ตลอดจนประเด็นการเมืองภายในประเทศ

“เราได้เปิดเผยจุดเด่นของไทยต่อโลกผ่านสื่อเหล่านี้ และเปิดโปงพฤติกรรมของกัมพูชาด้วย ซึ่งนักข่าวส่วนใหญ่ก็ทราบจากข่าวสารที่ไทยเคยเผยแพร่ไปแล้วว่า กัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มหาเรื่อง เปิดฉากยิง และใช้เฟคนิวส์เพื่อสร้างความได้เปรียบ เมื่อเวลาผ่านไป หลักฐานพิสูจน์ได้ว่าเรื่องเหล่านั้นเป็นเท็จ ฝ่ายเขาจึงขายหน้า และสุดท้ายเสียสถานะในการเจรจาระหว่างประเทศ” นายจักรภพ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...