โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องนี้โรงเรียนไม่ได้สอน : แจก! ทริคอ่านหนังสือแบบรู้ใจสมอง อ่านเวลาไหนได้ผลดีที่สุด

Dek-D.com

อัพเดต 31 ก.ค. 2568 เวลา 08.24 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 02.40 น. • DEK-D.com
แจก! ทริคอ่านหนังสือแบบรู้ใจสมอง อ่านเวลาไหนได้ผลดีที่สุด

การอ่านหนังสือสอบเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงาน และสมาธิเยอะมาก น้องๆ ชาว Dek-D เคยสงสัยไหมว่าช่วงเวลาไหนที่สมองของเราทำงานได้ดีที่สุด? บางคนชอบอ่านตอนเช้าเพราะสมองปลอดโปร่ง บางคนชอบอ่านตอนกลางคืนเพราะเงียบสงบมากกว่า

แต่รู้กันหรือเปล่าว่าการเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการอ่านหนังสือสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้และจดจำได้! วันนี้คอลัมน์“เรื่องนี้โรงเรียนไม่ได้สอน”มีทริคจัดตารางอ่านหนังสือแบบรู้ใจสมอง และทริคอ่านหนังสือให้จำเก่งขึ้นมาฝากทุกคน มาดูกันเลยว่ามีทริคอะไรบ้าง!

อ่านหนังสือเวลาไหนดีที่สุด?

ก่อนอื่นต้องบอกน้องๆ ก่อนว่าการอ่านหนังสือสอบเวลาไหนถึงจะดีนั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล และจุดประสงค์ในการอ่านด้วยค่ะ ซึ่งในแต่ละช่วงเวลาก็มีข้อดีที่แตกต่างกันออกไป โดยแบ่งเวลา 1 วัน ออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่

ช่วงเช้า เวลา 05.00 - 10.00 น.

ตอนเช้าเป็นช่วงเวลาที่สมองของเรามีประสิทธิภาพในการทำงานมากที่สุด เพราะเป็นช่วงเวลาที่เราได้ตื่นมาจากการพักผ่อนอย่างเต็มที่ในช่วงเวลากลางคืน สมองในช่วงนี้ก็จะปลอดโปร่ง พร้อมรับข้อมูลใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทั้งในการเรียนรู้และจดจำด้วย นอกจากนี้แสงแดดยามเช้ายังช่วยกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกตื่นตัว และมีพลังงาน ช่วยให้เรารู้สึกกระปรี้กระเปร่าพร้อมอ่านหนังสือตลอดทั้งวัน

ช่วงเช้าอ่านวิชาไหนดี?

ช่วงเช้าเหมาะกับการอ่านวิชาที่ต้องใช้ความคิด หรือใช้การคำนวณเช่น

  • คณิตศาสตร์
  • ฟิสิกส์
  • เคมีคำนวณ
  • ตะลุยโจทย์ข้อสอบ

ช่วงบ่าย เวลา 12.00 - 16.00 น.

ตอนบ่ายเป็นช่วงเวลาที่หลายคนมักจะรู้สึกเหนื่อยล้า และอยากพักผ่อนหลังพักกินข้าวกลางวันเสร็จ เวลานี้เลยไม่ค่อยมีใครอยากอ่านหนังสือเท่าไหร่ แต่ช่วงเวลาบ่ายก็เหมาะกับการอ่านหนังสือเหมือนกัน โดยเฉพาะกับเนื้อหาที่มีการลงลึกในข้อมูลที่เราเคยรู้ หรือเคยอ่านมาก่อน สมองเราจะสามารถทำความเข้าใจ และเชื่อมโยงความรู้เพิ่มเติมได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงเวลานี้

ช่วงบ่ายอ่านวิชาไหนดี?

ช่วงบ่ายเหมาะกับการอ่านวิชาที่ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องใช้ความคิดเยอะ เน้นการทวนความจำเช่น

  • ภาษาอังกฤษ
  • ภาษาไทย
  • ภาษาต่างประเทศ
  • ช่วงบ่ายเป็นอีกช่วงที่เหมาะกับการท่องคำศัพท์

ช่วงเย็น-ดึก เวลา 18.00 - 00.00 น.

ตอนกลางคืนเป็นช่วงเวลาที่หลายคนเลือกอ่านหนังสือ เพราะเป็นช่วงเวลาที่เงียบสงบ ไม่ถูกรบกวนจากสิ่งเร้าต่าง ๆ ทำให้สามารถจดจ่อกับเนื้อหาได้มากขึ้น เพราะเมื่ออ่านเสร็จแล้วนอนเลย จะทำให้สิ่งที่อ่านเป็นความจำระยะยาว ทำให้เราสามารถจดจำเนื้อหา และข้อมูลได้ดีขึ้น

ช่วงกลางคืนอ่านวิชาไหนดี?

ช่วงกลางคืนเหมาะกับการอ่านวิชาที่มีเนื้อหาต้องจำเยอะ เช่น

  • สังคม
  • ประวัติศาสตร์
  • ชีววิทยา

รวม 4 ทริค อ่านหนังสือสอบให้จำแม่น คะแนนพุ่ง

1. เลือกเวลาที่เหมาะสม

จากตัวอย่างการอ่านหนังสือทั้ง 3 ช่วงเวลาที่พี่แป้งสรุปให้น้องๆ ไปด้านบน ไม่ว่าจะเช้า บ่าย กลางคืน น้องๆ ไม่จำเป็นอ่านครบทุกช่วงเวลานะคะ แนะนำให้เลือกเวลาที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด เพราะแต่ละคนมีเวลา Golden Hour ไม่เหมือนกัน ดังนั้น เลือกช่วงที่ความคิดนิ่งๆ ไม่ฟุ้งซ่าน หรือไม่มีเรื่องกวนใจนั่นคือช่วงเวลาที่ควรหยิบหนังสือมาอ่าน เพราะจะจดจำเนื้อหาได้ดีที่สุดค่ะ

2. จัดลำดับความสำคัญวิชาที่จะอ่าน

ก่อนอื่นลิสต์วิชา หรือเนื้อหาที่ต้องสอบมาจัดลงตารางอ่านหนังสือของตัวเอง เพื่อที่น้อง ๆ จะได้รู้ว่าควรอ่านอะไรก่อนหรือหลัง หรือควรโฟกัสที่วิชาไหนก่อน อาจจะเริ่มอ่านจากวิชาที่ถนัดก่อน หรือวิชาที่ยากก่อน พี่แป้งแนะนำว่าให้อ่านไปทีละบท ไม่ควรอ่านข้ามบทไปมา เพราะบางวิชาเนื้อหาแต่ละบทมีความเชื่อมโยงกันเช่น ชีววิทยา เคมี ทั้งนี้เนื้อหาแต่ละวิชาที่ต้องอ่านมีเยอะมาก แน่นอนว่าจะอ่านให้ครบทุกบทก็คงไม่ไหว น้องๆ อาจจะเน้นอ่านบทที่ออกสสอบบ่อย บทที่คุ้มกับการเก็บคะแนน หรือบทที่สามารถทำคะแนนได้ง่ายก็ได้เช่นกัน

3. ลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ

ข้อนี้สำคัญค่ะเพราะการลงมือทำอย่างจริงจังจะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาปังสมใจหวังแน่นอน ซึ่งวิธีอ่านหนังสือสอบให้เข้าสมองก็คงหนีไม่พ้นการทบทวนเนื้อหาบทเรียนอย่างสม่ำเสมอวิธีคลาสสิกที่ใครก็ทำได้ เพราะการที่น้องๆ ทบทวนบทเรียนวันละเล็กวันละน้อยแต่ทำอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้การอ่านหนังสือไม่หนักจนเกินไปจนสมองรับไม่ไหว และการทบทวนแบบนี้ซ้ำๆ จะเรียกว่า “Overlearning” ซึ่งช่วยให้ความรู้ติดตัวติดหัวเราไปได้ยาวนานถึงแม้จะเรียนเรื่องใหม่ๆ แต่ความรู้เดิมที่เคยเรียนรู้ก็จะไม่หายไปด้วย

4. เช็กผลลัพธ์ด้วยการทดสอบตัวเอง

สิ่งสำคัญจากการอ่านคือการทดสอบความรู้ความเข้าใจหลังอ่าน เพื่อเช็กให้ชัวร์ว่าการอ่านหนังสือที่ผ่านมา เราจดจำและเข้าใจมากน้อยแค่ไหน โดยวิธีที่สามารถทดสอบตัวเองได้ดีที่สุดก็คือ การฝึกทำโจทย์วิธีนี้จะช่วยให้น้องๆ เอาสิ่งที่เรียนรู้มามาลงมือปฏิบัติจริง โดยสามารถหาแบบทดสอบจากหนังสือ ข้อสอบเก่า มาลองฝึกทำดู หรืออาจจะลองสร้างโจทย์ขึ้นมาเอง แล้วตอบคำถาม วิธีนี้นอกจากจะช่วยทดสอบความรู้แล้ว ยังถือเป็นการทบทวนบทเรียนด้วย

อีกทริคคือลองปิดหนังสือแล้วเขียนหรือพูดอธิบายสิ่งที่อ่านมาให้ตัวเอง หรือเพื่อนฟังก็ได้ เป็นการทำทบทวนและเช็กว่าตัวเองและเพื่อนเข้าใจเนื้อหาตรงกันมากน้อยแค่ไหน ซึ่งการเช็กผลลัพธ์ด้วยการทดสอบตัวเองจากทั้งสองวิธีที่พี่แป้งบอกไปจะช่วยให้น้องๆ สามารถวิเคราะห์ตัวเองได้ว่ายังมีเรื่องไหนที่เรายังไม่แม่นจะได้ปิดรอยรั่วตรงนั้นให้ทันก่อนสอบนั่นเอง

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับทริคการอ่านหนังสือที่พี่แป้งนำมาฝากน้องๆ ทั้งนี้ต้องบอกทุกคนว่าวิธีที่เหมาะสมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การสังเกตตัวเอง และพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพื่อให้รู้ว่าเราเหมาะกับการอ่านหนังสือตอนไหน จะได้เลือกเทคนิคการอ่านหนังสือที่ใช่ที่สุด แต่รับรองได้เลยว่าวิธีที่นำมาเสนอในบทความนี้เป็นวิธีที่ได้ผลแน่นอนค่ะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...