โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

“ประเพณีเลี้ยงดง” คืออะไร ทำไมชาวลัวะถึงฆ่าควายบูชาผี ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 03.57 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 04.55 น.
ประเพณีเลี้ยงดง บวงสรวง “ปู่แสะ ย่าแสะ” (ภาพจาก สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและล้านนาสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่)

ตีนดอยคำเมืองเชียงใหม่มีพิธีกรรมสำคัญที่ทำกันทุกปี เรียกว่า “ประเพณีเลี้ยงดง” หัวใจของพิธีกรรมนี้คือการบูชาผีปู่แสะ ย่าแสะ แล้วท่านทั้งสองคือใคร ทำไมต้องฆ่าควายเป็นเครื่องสังเวย ?

ในวิถีชีวิตของชาวล้านนา ความเชื่อเรื่อง “ผี” ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ฝังรากลึกมาตั้งแต่อดีต แม้แต่ละท้องถิ่นจะมีตำนานหรือความเชื่อเฉพาะของตนเอง แต่เมื่อเอ่ยถึงจังหวัดเชียงใหม่ ตำนานผีพื้นเมืองที่ยังคงเป็นที่รู้จักและกล่าวขานอยู่เสมอ ก็คือเรื่องราวของ“ปู่แสะ ย่าแสะ”ที่อยู่คู่กับ“ประเพณีเลี้ยงดง” มายาวนานนับร้อยปี

แรกเริ่มเดิมทีประเพณีนี้เป็นพิธีตามความเชื่อดั้งเดิมของชาว“ลัวะ” หรือ“ลวะ” ชาวพื้นเมืองกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในดินแดนนี้ร่วมกับชาวล้านนามาตั้งแต่โบราณ ซึ่งลัวะมีวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะกลุ่มอย่างความเชื่อเรื่องผีบรรพบุรุษ

ใน “สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ เล่ม 10”ให้คำอธิบายไว้ว่า

“ลัวะ เป็นชาวพื้นเมืองที่มีอยู่ทั่วไปในภาคเหนือและกระจายไปถึงเมืองเชียงตุงและเมืองยอง ในเขตเชียงใหม่-ลำพูน ศูนย์กลางของลวะอยู่ที่เชิงดอยสุเทพ เพราะหอผีปู่แสะย่าแสะซึ่งเป็นผีบรรพบุรุษของชาวลวะอยู่ที่เชิงดอยสุเทพ”

แล้วผีปู่แสะ ย่าแสะ คือใคร ทำไมชาวลัวะต้องจัดพิธีเลี้ยงดง ?

ตำนานเล่าว่า ผีปู่แสะ-ย่าแสะ คือคู่สามีภรรยายักษ์ที่อาศัยและคอยดูแลผืนป่าบริเวณเชิงดอยสุเทพมายาวนาน ทั้งสองมีนิสัยดุร้ายคอยจับชาวเมืองกินอยู่เสมอ จนเกิดความหวาดกลัวไปทั่วแว่นแคว้น

เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารับรู้ถึงเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจของชาวเมือง จึงเสด็จมาโปรดและแสดงธรรมให้กับปู่แสะ ย่าแสะ และบุตรชาย เพื่อหวังให้ยักษ์ทั้งสามเห็นแจ้งในธรรมและหยุดก่อกรรมกับมนุษย์

ทว่าด้วยชาติกำเนิดที่เป็นยักษ์ ทั้งสามจึงคิดจะจับพระพุทธเจ้ามาเป็นอาหาร แต่กลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต่ออำนาจแห่งธรรม ต้องยอมศิโรราบ และต้องสมาทานศีลห้าตามที่พระพุทธเจ้ามาโปรด

แม้จะสำนึกผิด แต่ด้วยความหิวเหล่ายักษ์จึงทูลขออนุญาตพระพุทธเจ้าจับมนุษย์กินเป็นอาหารเดือนละ 1 คน แต่พระพุทธองค์ทรงไม่อนุญาต และแม้จะขอลดลงเหลือเพียงปีละ 1 คน ก็ยังถูกปฏิเสธ

ท้ายที่สุด ปู่แสะ-ย่าแสะ จึงประนีประนอมขอกินควายแทนมนุษย์ปีละ 1 ตัวก็ยังดี หากชาวเมืองให้กินควายปีละตัวก็จะเมตตาปกปักรักษาชาวเมืองสืบไป และจะรักษาพุทธศาสนาไว้ให้ครบ 5,000 ปี

พระพุทธเจ้าทรงพิจารณาว่าด้วยความเป็นยักษ์ มีอาหารคือเนื้อกับเลือด จะให้ละเลิกไปเลยก็เป็นไปไม่ได้ จึงทรงนิ่งเงียบ ไม่ตอบอะไร แต่ก็ยังแสดงธรรมสั่งสอนยักษ์ไม่ให้เบียดเบียนผู้คนจนเสร็จ

เรื่องเล่านี้ยังปรากฏอยู่ในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ตอนหนึ่งความว่า

“…ข้าแต่พระพุทธเจ้ายังมียักษ์ ๒ ตัวตัวเมีย เทียร ย่อมบีบเบียนกินชิ้นผู้คนบ้านเมืองลวดห่างรั้งไปเพื่ออั้นแล พระพุทธเจ้าก็จึงร้องเรียกเอายังยักษ์ ทั้งสองผัวเมียมา แล้วก็เทศนาธัมม์สั่งสอนข่มเสียยังมานะแห่งยักษ์เพื่อซื้อกินชิ้นคน ยักษ์ขาน ตอบพระพุทธเจ้าว่า การอันเลี้ยงอินทรีย์ชีวิตเพื่อข้าหากมีแต่เท่านี้ คันบ่หื้อกินชิ้นคนก็หาสังกิน บ่ได้ขอกินเดือนแลคนเทอะ พระพุทธเจ้าบ่หื้อกิน ข้ำกินแลปีแลคนเทอะ พระพุทธเจ้าก็บ่หื้อกิน

ยักษ์ซ้ำขอกินควายแลปีแลตัวเทอะ คันคนทังหลาย ยังหื้อเผือข้ากินควายแลปีแลตัว ก็จักรักสาเขาทังหลายกับทังสาสนาพระพุทธเจ้า ๕,๐๐๐ วัสสาชะแลว่าอั้น พระพุทธเจ้ารำเพิงว่า ชาติยักษ์ทังหลาย เทียรย่อม มีชิ้นและเลือดเป็นอาหารจักตัดขาดเสียก็บ่ได้ พระก็ตุมหิภาวะอยู่ บ่ปาก พระก็เทศ นาสั่งสอนยักษ์อย่าหื้อราวีเบียดเบียนคนทังหลาย…”

จากตำนานนำมาซึ่งความเชื่อ จนกลายเป็นพิธีกรรม

ตำนานดังกล่าวทำให้เกิด “ประเพณีเลี้ยงดง” ที่ชาวเมืองจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินล้านนา หรือราวๆ ปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนมิถุนายนตามปฏิทินสากล ซึ่งวันที่จะแตกต่างกันไปในแต่ละปี

ในอดีตประเพณีนี้เป็นเพียงพิธีกรรมที่รู้จักกันภายในท้องถิ่นในกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะ ทว่าในปัจจุบันพิธีเลี้ยงดงไม่ได้จำกัดให้ชาวลัวะเข้าร่วมเท่านั้น แต่ถือเป็นงานใหญ่ระดับจังหวัด ที่ผู้คนทั่วสารทิศในเชียงใหม่รวมไปถึงจังหวัดใกล้เคียงในภาคเหนือ ต่างก็แห่แหนกันมาด้วยใจศรัทธา ที่ต้องการจะเป็นส่วนหนึ่งในพิธีกรรมที่เป็นรากเหง้าของล้านนาสักครั้ง

จุดประสงค์ของประเพณีก็เพื่อบูชา และทำตามคำร้องขอของปู่แสะ-ย่าแสะ ที่ขอให้นำควายมาสังเวยปีละ 1 ตัวตามตำนาน

ควายที่ถูกเลือกมาเป็นเครื่องสังเวยจะต้องมีลักษณะเฉพาะตามจารีตที่ปฏิบัติกันมาคือ จะต้องเป็นควายหนุ่มที่ไม่เคยไถนามาก่อน เท้าควายต้องเป็นสีเหลือง เขากับหูมีความยาวเท่ากัน ซึ่งคนท้องถิ่นเรียกว่า“ควายดำกีบเผิ้ง”

เมื่อวันพิธีมาถึง พื้นที่บริเวณตีนดอยคำจะมีการเตรียมพื้นที่สำหรับประกอบพิธีบูชา เริ่มจากการเชือดควายแล่เนื้อเป็นชิ้น ๆ กองไว้เป็นเครื่องสังเวย

ในพิธี ผู้ที่ได้รับหน้าที่สำคัญที่สุดคือ “คนทรง” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า“ม้าขี่” โดยหน้าที่ม้าขี่ไม่ได้จำกัดไว้เฉพาะชาวลัวะ แต่ชาวบ้านจะรู้ร่วมกันว่า เมื่อถึงเวลาอันสมควร ปู่แสะ-ย่าแสะ จะเลือกตัวแทนของท่านผ่านการนิมิต อาการผิดปกติ หรือวิธีใดๆ ก็ตาม ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละปี

ม้าขี่จะให้วิญญาณปู่แสะ-ย่าแสะ เข้าสิง เพื่อรับการสังเวย เมื่อผีลงร่าง คนทรงก็จะเริ่มกินเลือดและเนื้อควายสดด้วยอาการหิวกระหายราวกับผียักษ์กำลังยึดร่างจริง ๆ

ขณะเดียวกันจะมีการแขวนผ้าพระบฏ ภาพเขียนที่เป็นสัญลักษณ์แทนพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ผูกโยงกับเรื่องในตำนาน เมื่อม้าขี่ปู่แสะ-ย่าแสะ อิ่มหนำก็จะกราบไหว้ภาพพระบฏ แล้วค่อยๆ ออกร่างคืนสติให้คนทรงกลับมาเป็นปกติ

พิธีกรรมนี้ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นถึงรากฐานความเชื่อของชาวล้านนา ที่เชื่อว่า มนุษย์ ผี และพุทธศาสนา สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล หากยังแฝงไว้ด้วยกุศโลบายในการปลูกฝังความศรัทธาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้ดูแลผืนป่า นำไปสู่การตระหนักรู้และร่วมกันอนุรักษ์ป่าไม้และต้นน้ำ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของวิถีชีวิตในภูมิภาคนี้มาอย่างยาวนาน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

วีระยุทธ ไตรสูงเนิน. “ประเพณีเลี้ยงดง ปู่แสะ ย่าแสะ.” หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ เชียงใหม่, กรมศิลปากร. เข้าถึงเมื่อ 9 มิถุนายน 2568. https://finearts.go.th/chiangmaiarchives/view/42990-ประเพณีเลี้ยงดง-ปู่แสะ-ย่าแสะ.

อาสา คำภา. “ประเพณีเลี้ยงดง (บวงสรวงปู่แสะ ย่าแสะ).” พิพิธภัณฑ์เรือนโบราณล้านนา – สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและล้านนาสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.เผยแพร่ 2 มิถุนายน 2566. เข้าถึงเมื่อ 9 มิถุนายน 2568.https://accl.cmu.ac.th/Museum/contentdetail/2907.

อรุณรัตน์ วิเชียรเขียว, และ เดวิด เค. วัยอาจ. ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่. พิมพ์ครั้งที่ 2. เชียงใหม่: ซิลค์เวอร์มบุคส์, 2547.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 11 มิถุนายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ประเพณีเลี้ยงดง” คืออะไร ทำไมชาวลัวะถึงฆ่าควายบูชาผี ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...