โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

4 เทคนิคลงทุนให้รวย สไตล์ Ken Fisher

Wealth Me Up

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 16.22 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 10.00 น. • Wealth Me Up

ใช้แรงทำเงิน& ให้เงินทำงาน กดSubscribe รอเลย…

Youtube | Facebook | TikTok | Instagram | Line

ในโลกของการลงทุน มีชื่อของบุคคลสำคัญหลายท่านที่ควรศึกษาแนวคิด หนึ่งในนั้นคือ Ken Fisher ซึ่งนอกจากจะเป็นมหาเศรษฐีและผู้ก่อตั้งบริษัทจัดการลงทุนระดับโลก Fisher Investments เขายังมีเส้นทางการลงทุนที่น่าสนใจและมีแนวคิดที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จ

หากจะสรุปปรัชญาการลงทุนของคุณ Ken Fisher อาจกล่าวได้ว่าเป็นแนวคิดที่เน้นการ “คิดต่าง”และมองหาโอกาสที่นักลงทุนส่วนใหญ่อาจมองข้าม เขาไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่ในกรอบการลงทุนแบบใดแบบหนึ่งอย่างเข้มงวด แต่จะผสมผสานหลายแนวคิดเข้าด้วยกัน โดยมีหลักการสำคัญ ดังนี้

  • การวิเคราะห์เชิงลึก ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจบริษัทและอุตสาหกรรมแบบเจาะลึก
  • การมองไปข้างหน้า พยายามคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจและตลาดในอนาคตระยะสั้น–กลาง
  • การหลีกเลี่ยงอคติทางพฤติกรรม ให้ความสำคัญเกี่ยวกับอันตรายของอารมณ์ต่อการตัดสินใจลงทุน และพยายามตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลและเหตุผล

ถอดเทคนิคการลงทุน สไตล์ Ken Fisher

  • เทคนิคที่ 1: ใช้ Price-to-Sales Ratio (P/S Ratio)

นักลงทุนอาจคุ้นเคยกับ P/E Ratio (อัตราส่วนราคาต่อกำไร) ที่ใช้ดูว่าราคาหุ้นแพงหรือถูกเมื่อเทียบกับกำไร แต่ Ken Fisher เป็นหนึ่งในผู้ที่ให้ความสำคัญกับการใช้ P/S Ratio หรืออัตราส่วนราคาต่อยอดขาย

P/S Ratio = ราคาตลาดต่อหุ้น/ยอดขายต่อหุ้น

หรือ P/S Ratio = มูลค่าตลาดของบริษัท/ยอดขายรวมของบริษัท

  • ทำไม Ken Fisher ถึงให้ความสำคัญกับ P/S Ratio?

Ken Fisher พบว่าในหลายกรณี โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มที่กำลังเติบโตสูง หรือบริษัทที่เพิ่งเริ่มต้นลงทุนหนักเพื่อขยายธุรกิจ ทำให้ยังไม่มีกำไรหรือมีกำไรที่ผันผวนมากจน P/E Ratio ไม่สามารถใช้ในการประเมินมูลค่า แต่บริษัทเหล่านี้มักจะมียอดขายที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยยอดขายเป็นตัวเลขที่บิดเบือนได้ยากกว่ากำไร ดังนั้นการใช้ P/S Ratio ช่วยให้สามารถประเมินมูลค่าของบริษัทจากมุมมองของรายได้ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การมีกำไรในอนาคต

คำแนะนำสำหรับนักลงทุนมือใหม่

  • P/S Ratio เป็นเครื่องมือเสริมในการวิเคราะห์ ไม่ใช่เครื่องมือเดียวที่ใช้ตัดสินใจ

    • ค่า P/S Ratio ที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปตามอุตสาหกรรม เช่น ธุรกิจเทคโนโลยีมักจะมี P/S Ratio สูงกว่าธุรกิจค้าปลีก
    • การใช้ P/S Ratio เหมาะกับการดูบริษัทที่ยังไม่มีกำไร หรือกำไรไม่สม่ำเสมอ แต่มียอดขายที่เติบโตดี
    • ไม่ควรซื้อหุ้นเพียงเพราะ P/S Ratio ต่ำ เพราะอาจแปลว่าบริษัทมียอดขายต่ำ หรืออุตสาหกรรมกำลังถดถอย จึงต้องดูการเติบโตของยอดขายและแนวโน้มอุตสาหกรรมประกอบด้วยเสมอ
  • เทคนิคที่ 2: มองหาตลาดกระทิงที่ซ่อนอยู่

แนวคิดนี้มาจากมุมมองว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกหรือตลาดหุ้นประเทศใดประเทศหนึ่ง ไม่ได้ขึ้นหรือลงพร้อมกันทั้งหมดในเวลาเดียวกันเสมอไป ในขณะที่ตลาดโดยรวมอาจดูซบเซาหรือเป็นขาลง (ตลาดหมี) ก็อาจมีตลาดหุ้นบางประเทศ บางภูมิภาค หรือบางกลุ่มอุตสาหกรรม ที่กำลังอยู่ในช่วงเติบโตหรือกำลังจะฟื้นตัว ซึ่ง Ken Fisher เรียกว่า ตลาดกระทิงที่ซ่อนอยู่

คำแนะนำสำหรับนักลงทุนมือใหม่

  • แนวคิดนี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการ “กระจายความเสี่ยง”และ “กระจายการลงทุน”ไปยังต่างประเทศหรือกลุ่มอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ไม่ใช่แค่ลงทุนในหุ้นไทยทั้งหมด

    • การลงทุนในกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนสินทรัพย์ต่างประเทศ หรือกองทุนรวมตามกลุ่มอุตสาหกรรมที่ศึกษามาอย่างดี เป็นวิธีที่นักลงทุนสามารถนำไปใช้ในแนวทางการลงทุนของตัวเองได้
    • หัวใจสำคัญ คือ การศึกษาและทำความเข้าใจปัจจัยขับเคลื่อนของแต่ละตลาดหรืออุตสาหกรรมที่สนใจ ไม่ใช่แค่ลงทุนตามกระแส
    • การมองหา “ตลาดกระทิงที่ซ่อนอยู่” ต้องอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลที่หลากหลาย ซึ่งอาจใช้เวลาสำหรับมือใหม่ แต่อย่างน้อยก็เป็นโอกาสดีๆ ในการสร้างผลตอบแทนให้กับพอร์ตการลงทุนโดยรวม
  • เทคนิคที่ 3: ความสำคัญของพฤติกรรมนักลงทุน

Ken Fisher ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับจิตวิทยาการลงทุน (Behavioral Finance) โดยเชื่อว่านักลงทุนมักตัดสินใจผิดพลาดเพราะอารมณ์กลัวและความโลภ เช่น พฤติกรรมซื้อเมื่อตลาดกำลังคึกคัก (ราคาแพง) และขายทิ้งเมื่อตลาดตื่นตระหนก (ราคาถูก)

คำแนะนำสำหรับนักลงทุนมือใหม่

  • ควรเข้าใจว่าอารมณ์มีผลต่อการตัดสินใจลงทุน

    • วางแผนการลงทุนล่วงหน้าด้วยการกำหนดเป้าหมาย ระยะเวลา และกลยุทธ์ก่อนที่จะเริ่มลงทุน
    • มีวินัยด้วยการยึดมั่นในแผนที่วางไว้ อย่าตกใจขายเมื่อตลาดลง หรือรีบขายทำกำไรเมื่อตลาดยังมีแนวโน้มที่ดี
    • อย่าเช็กราคาหุ้นบ่อยเกินไป เพราะการเห็นราคาขึ้นลงตลอดเวลาอาจกระตุ้นอารมณ์ได้ การลงทุนระยะยาวไม่จำเป็นต้องเฝ้าหน้าจอทุกนาที
    • การลงทุนแบบ DCA หรือการทยอยลงทุนด้วยจำนวนเงินเท่าๆ กันในทุกงวด เป็นวิธีที่ดีในการช่วยตัดอารมณ์ออกไป เพราะจะซื้อทั้งตอนราคาถูกและราคาแพง ทำให้ได้ราคาเฉลี่ย
  • เทคนิคที่ 4: การมองระยะยาวและความอดทน

Ken Fisher เชื่อมั่นในการลงทุนระยะยาว เขามองว่าความผันผวนของตลาดในระยะสั้นเป็นเรื่องปกติและยากที่จะคาดเดา การพยายามจับจังหวะตลาด (Market Timing) เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ

คำแนะนำสำหรับมือใหม่

  • การลงทุนคือ การเดินทางระยะยาว ไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น
    • กำหนดเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจนในระยะยาว เช่น เงินเกษียณในอีก 20-30 ปีข้างหน้า เงินทุนการศึกษาบุตรในอีก 10 ปี เพราะการมีเป้าหมายระยะยาวจะช่วยให้อดทนต่อความผันผวนระยะสั้นได้
    • ทำความเข้าใจพลังของดอกเบี้ยทบต้นซึ่งการลงทุนระยะยาวจะช่วยให้เงินลงทุนเติบโตแบบทวีคูณ
    • อย่าเพิ่งถอดใจ หากเห็นพอร์ตการลงทุนติดลบในระยะสั้น หากปัจจัยพื้นฐานของบริษัทที่ลงทุนยังดีอยู่ การรอคอยอย่างอดทนมักให้ผลตอบแทนที่ดีในที่สุด

หากพูดถึงกลยุทธ์การลงทุนของKen Fisher จะได้เห็นว่า ความสำเร็จไม่ได้มาจากโชคช่วย หรือเทคนิคที่ซับซ้อนจนเกินกว่านักลงทุนจะเข้าถึงได้ แต่มาจากการมีวินัยและมุมมองที่แตกต่าง โดยแนวคิดเหล่านี้ ไม่ได้เป็นสิ่งที่ไกลตัวสำหรับนักลงทุนที่เพิ่งเริ่มต้นด้วยเงินจำนวนไม่มากหรือมีประสบการณ์ ก็สามารถนำหลักการ“คิดต่าง” “มีวินัย” และ“อดทนรอคอย” ไปปรับใช้ และสำคัญที่สุดคือ การลงมือทำอย่างมีแผน มีวินัย และเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อค้นหาสไตล์การลงทุนที่เหมาะสมกับเป้าหมายและสถานการณ์ชีวิตของตัวเอง

#WealthMeUp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...