โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธนาคารกลางอินเดีย เตรียมใช้เครื่อง “อัตราส่วนเงินสดสำรอง” คุมสภาพคล่องบ่อยขึ้น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 17.12 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 10.12 น.

ธนาคารกลางอินเดีย เตรียมใช้เครื่อง "อัตราส่วนเงินสดสำรอง" คุมสภาพคล่องบ่อยขึ้น หลังประกาศลด CRR เหลือ 3% ใน 4 งวด ปล่อยเงินเข้าสู่ระบบกว่า 2.5 ล้านล้านรูปี

วันที่ 11 มิถุนายน 2568 เวลา 16.25 น. เว็บไซต์ Yahoo Finance รายงานว่า แหล่งข่าวระบุว่าธนาคารกลางอินเดีย (RBI) มีแผนที่จะนำเครื่องมืออัตราส่วนเงินสดสำรอง (Cash Reserve Ratio: CRR) มาใช้บริหารจัดการสภาพคล่องในระบบบ่อยขึ้น และสนับสนุนการส่งผ่านนโยบายการเงิน (policy transmission) แทนที่จะใช้เฉพาะในสถานการณ์เงินตึงตัวแบบรุนแรงเท่านั้น

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว RBI ประกาศลด CRR อย่างไม่คาดคิด 1% ในรูปแบบแบ่งเป็น 4 งวด โดยลดลงเหลือ 3% จากเดิม 4% ซึ่งจะส่งผลให้มีเงินไหลเข้าสู่ระบบธนาคาร มูลค่า 2.5 ล้านล้านรูปี หรือประมาณ 29,250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ซันเจย์ มัลโฮตรา (Sanjay Malhotra) ผู้ว่าการธนาคารกลางอินเดีย กล่าวในโอกาสนั้นว่า RBI รู้สึกสบายใจกับระดับ CRR ที่ 3% แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

แหล่งข่าวระบุว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ฐานเงินฝากรวมของธนาคารพาณิชย์เติบโตขึ้นอย่างมาก ทำให้ไม่จำเป็นต้องคง CRR ไว้ที่ 4% เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในยามวิกฤตอีกต่อไป

“CRR เป็นเครื่องมือที่ดีสำหรับการบริหารจัดการสภาพคล่อง และมีขอบเขตกว้างกว่าการใช้เฉพาะในยามฉุกเฉิน ตั้งแต่นี้ไปจะถูกใช้บ่อยขึ้น” แหล่งข่าวกล่าว พร้อมเสริมว่า CRR ยังสามารถเพิ่มขึ้นได้ในกรณีที่มีเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศจำนวนมาก และมีประสิทธิภาพมากกว่าการดำเนินการซื้อพันธบัตรหลายครั้งผ่านตลาดเปิด (OMOs)

โดยระหว่างเดือนธันวาคมถึงพฤษภาคม RBI ได้อัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบธนาคารเกือบ 100,000 ล้านดอลลาร์ ผ่านการซื้อพันธบัตร (OMOs) และธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (FX swaps) ซึ่งนับเป็นการอัดฉีดเงินครั้งใหญ่ที่สุดในช่วงเวลาเท่ากันในอดีต

หาก RBI หันมาใช้ CRR เป็นเครื่องมือหลักในการจัดการสภาพคล่อง อาจช่วยลดความจำเป็นในการซื้อพันธบัตร ซึ่งมักส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรในตลาดบิดเบือน

ในช่วงที่ผ่านมา เงินส่วนเกินในระบบธนาคารทำให้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยแบบข้ามคืน (overnight call rate) ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการดำเนินงาน ลดลงต่ำกว่าดอกเบี้ยรีโป (repo rate) ซึ่งอยู่ที่ 5.5%

“RBI ต้องการให้อัตราดอกเบี้ยข้ามคืนอยู่ใกล้ระดับรีโปมากที่สุด และจะดำเนินมาตรการเพื่อให้เป็นเช่นนั้น” แหล่งข่าวระบุ พร้อมเสริมว่า ธนาคารกลางอาจเริ่ม ประมูลดูดซับสภาพคล่องด้วย reverse repo อัตราผันแปร (variable rate reverse repo auctions) ตามความจำเป็น

นอกจากนี้แหล่งข่าวยังระบุว่า RBI ไม่สบายใจที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ

ปัจจุบัน RBI กำลังอยู่ในกระบวนการร่างกรอบบริหารสภาพคล่องแบบใหม่ (revised liquidity management framework) ซึ่งเมื่อประกาศใช้แล้วจะมาแทนระบบเดิมที่ยังคงใช้ในระหว่างนี้

อ้างอิง : finance.yahoo.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...