ธนาคารกลางอินเดีย เตรียมใช้เครื่อง “อัตราส่วนเงินสดสำรอง” คุมสภาพคล่องบ่อยขึ้น
ธนาคารกลางอินเดีย เตรียมใช้เครื่อง "อัตราส่วนเงินสดสำรอง" คุมสภาพคล่องบ่อยขึ้น หลังประกาศลด CRR เหลือ 3% ใน 4 งวด ปล่อยเงินเข้าสู่ระบบกว่า 2.5 ล้านล้านรูปี
วันที่ 11 มิถุนายน 2568 เวลา 16.25 น. เว็บไซต์ Yahoo Finance รายงานว่า แหล่งข่าวระบุว่าธนาคารกลางอินเดีย (RBI) มีแผนที่จะนำเครื่องมืออัตราส่วนเงินสดสำรอง (Cash Reserve Ratio: CRR) มาใช้บริหารจัดการสภาพคล่องในระบบบ่อยขึ้น และสนับสนุนการส่งผ่านนโยบายการเงิน (policy transmission) แทนที่จะใช้เฉพาะในสถานการณ์เงินตึงตัวแบบรุนแรงเท่านั้น
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว RBI ประกาศลด CRR อย่างไม่คาดคิด 1% ในรูปแบบแบ่งเป็น 4 งวด โดยลดลงเหลือ 3% จากเดิม 4% ซึ่งจะส่งผลให้มีเงินไหลเข้าสู่ระบบธนาคาร มูลค่า 2.5 ล้านล้านรูปี หรือประมาณ 29,250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ซันเจย์ มัลโฮตรา (Sanjay Malhotra) ผู้ว่าการธนาคารกลางอินเดีย กล่าวในโอกาสนั้นว่า RBI รู้สึกสบายใจกับระดับ CRR ที่ 3% แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
แหล่งข่าวระบุว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ฐานเงินฝากรวมของธนาคารพาณิชย์เติบโตขึ้นอย่างมาก ทำให้ไม่จำเป็นต้องคง CRR ไว้ที่ 4% เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในยามวิกฤตอีกต่อไป
“CRR เป็นเครื่องมือที่ดีสำหรับการบริหารจัดการสภาพคล่อง และมีขอบเขตกว้างกว่าการใช้เฉพาะในยามฉุกเฉิน ตั้งแต่นี้ไปจะถูกใช้บ่อยขึ้น” แหล่งข่าวกล่าว พร้อมเสริมว่า CRR ยังสามารถเพิ่มขึ้นได้ในกรณีที่มีเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศจำนวนมาก และมีประสิทธิภาพมากกว่าการดำเนินการซื้อพันธบัตรหลายครั้งผ่านตลาดเปิด (OMOs)
โดยระหว่างเดือนธันวาคมถึงพฤษภาคม RBI ได้อัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบธนาคารเกือบ 100,000 ล้านดอลลาร์ ผ่านการซื้อพันธบัตร (OMOs) และธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (FX swaps) ซึ่งนับเป็นการอัดฉีดเงินครั้งใหญ่ที่สุดในช่วงเวลาเท่ากันในอดีต
หาก RBI หันมาใช้ CRR เป็นเครื่องมือหลักในการจัดการสภาพคล่อง อาจช่วยลดความจำเป็นในการซื้อพันธบัตร ซึ่งมักส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรในตลาดบิดเบือน
ในช่วงที่ผ่านมา เงินส่วนเกินในระบบธนาคารทำให้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยแบบข้ามคืน (overnight call rate) ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการดำเนินงาน ลดลงต่ำกว่าดอกเบี้ยรีโป (repo rate) ซึ่งอยู่ที่ 5.5%
“RBI ต้องการให้อัตราดอกเบี้ยข้ามคืนอยู่ใกล้ระดับรีโปมากที่สุด และจะดำเนินมาตรการเพื่อให้เป็นเช่นนั้น” แหล่งข่าวระบุ พร้อมเสริมว่า ธนาคารกลางอาจเริ่ม ประมูลดูดซับสภาพคล่องด้วย reverse repo อัตราผันแปร (variable rate reverse repo auctions) ตามความจำเป็น
นอกจากนี้แหล่งข่าวยังระบุว่า RBI ไม่สบายใจที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจุบัน RBI กำลังอยู่ในกระบวนการร่างกรอบบริหารสภาพคล่องแบบใหม่ (revised liquidity management framework) ซึ่งเมื่อประกาศใช้แล้วจะมาแทนระบบเดิมที่ยังคงใช้ในระหว่างนี้
อ้างอิง : finance.yahoo.com